Get Money Trip ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Get Money Trip, Bangkok.

ท่องเที่ยวไปพร้อมเเสริฟข่าวเศรษฐกิจ การเงิน หุ้น #เก็ทมันนี่ทริป #เงินพาไป 👉 เสพความรู้ทางการเงิน ตะลุยเที่ยว กิน ช็อป > Seeking Money & Traveling around the world หาเงินและเที่ยวไปเรื่อยแล้วแต่อารมณ์และทุนทรัพย์ 💰💰💰

23/05/2026

TFEX เตรียมเปิดเทรด Mini Gold Online Futures ทองคำออนไลน์รูปแบบใหม่ เพิ่มโอกาสทำกำไร เข้าถึงการลงทุนทองคำได้ง่ายขึ้น เริ่ม 25 พ.ค. นี้

นายตรีวิทย์ วังวรวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (TFEX) กล่าวว่า ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลกและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทองคำเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ลงทุน และช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำปรับตัวทำจุดสูงสุดอย่างต่อเนื่อง ทำให้การซื้อทองคำโดยตรงมีข้อจำกัดในการเข้าถึง หรือแม้แต่สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าอย่าง Gold Online Futures ก็ต้องใช้เงินวางหลักประกัน (Margin) เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ TFEX จึงเตรียมเปิดซื้อขายสินค้าใหม่ Mini Gold Online Futures ที่ย่อขนาดสัญญาให้เล็กลงกว่าเดิมถึง 10 เท่า จากเดิมที่สัญญามีขนาดเทียบเท่าทองคำแท่งน้ำหนักประมาณ 10 ทรอยออนซ์ สัญญาใหม่นั้นจะมีขนาดเพียง 1 ทรอยออนซ์ หรือประมาณ 2 บาททองคำ ซึ่งการย่อขนาดสัญญาลงมาเหลือ 1 ใน 10 ของสัญญาเดิม จะช่วยให้การวางเงินหลักประกันลดลงมาอยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ผู้ลงทุนสามารถเพิ่มโอกาสทำกำไรหรือใช้ทองคำเสริมพอร์ตการลงทุนได้สะดวกและตอบโจทย์มากขึ้น

Mini Gold Online Futures (ชื่อย่อสัญญา MGO) ยังคงจุดเด่นของ Gold Online Futures ไว้อย่างครบถ้วน คือเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 99.5% เสนอราคาซื้อขายตามราคาทองคำในตลาดโลกที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ขณะที่วางเงินหลักประกันและชำระกำไรขาดทุนเป็นเงินบาท แต่สิ่งที่แตกต่างจากสัญญาเดิม คือ มีตัวคูณราคา (Multiplier) อยู่ที่ 30 เท่าของราคาซื้อขาย หรือกำหนดให้ทุกๆ ดอลลาร์สหรัฐที่เปลี่ยนแปลงไปมีค่าเท่ากับกำไร/ขาดทุน 30 บาท ทำให้ผู้ลงทุนไม่ต้องกังวลเรื่องความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และง่ายในการติดตาม วิเคราะห์ราคา และซื้อขาย โดยผู้ลงทุนสามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ ช่วงกลางวัน เวลา 9.15-16.55 น. และช่วงกลางคืน เวลา 18.45-3.00 น. ของวันถัดไป ทั้งนี้ Mini Gold Online Futures เป็นสัญญาที่ชำระราคาเป็นเงินสด (Cash Settlement) ไม่มีการส่งมอบทองคำจริง สำหรับหลักประกันที่ใช้ในการซื้อขาย คาดว่าจะอยู่ที่อัตราประมาณ 15,000 บาท หรือประมาณ 10-15% ของมูลค่าสัญญา โดยจะเริ่มซื้อขายวันที่ 25 พ.ค. 2569 เป็นต้นไป

“TFEX เชื่อมั่นว่า Mini Gold Online Futures จะเป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์ผู้ลงทุนให้สามารถเข้าถึงการลงทุนในทองคำได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเพื่อทำกำไร หรือใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความผันผวนของพอร์ตโดยรวม และเนื่องจากเป็นสินค้าที่เปิดให้ซื้อขายภายใต้ Exchange ผู้ลงทุนจึงมั่นใจได้กับระบบงานและการกำกับดูแลที่โปร่งใส ได้มาตรฐาน” นายตรีวิทย์กล่าว

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมแก่ผู้ลงทุน TFEX ได้ร่วมกับบริษัทสมาชิกจัดสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้าใหม่

#การทำกำไรจากทองคำ
#เงินพาไป

22/05/2026

TFEX แนะใช้ USD Futures ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน ช่วยนักลงทุนล็อกกำไรจากค่าเงิน USD ท่ามกลางความผันผวนของค่าเงินบาท

ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เผยแพร่แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงสำหรับนักลงทุนที่ออกไปลงทุนในต่างประเทศ ชูจุดเด่นของ USD Futures เป็นเครื่องมือสำคัญในการปกป้องมูลค่าพอร์ตการลงทุนจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

นายตรีวิทย์ วังวรวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (TFEX) กล่าวว่า ปัจจุบันนักลงทุนไทยนิยมนำเงินออกไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศมากขึ้น แต่สิ่งที่มักเป็นความกังวลหลักคือ ความเสี่ยงด้านค่าเงิน โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ซึ่งอาจทำให้กำไรจากการลงทุนในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐลดน้อยลงหรือหมดไปเมื่อแลกกลับเป็นเงินบาท ยกตัวอย่างเช่น หากค่าเงินบาทแข็งค่าจาก 33.7 บาท มาอยู่ที่ 32.6 บาทต่อดอลลาร์ นักลงทุนอาจสูญเสียมูลค่าเงินลงทุนเมื่อแปลงกลับเป็นเงินไทยได้ถึง 10-15%

กลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยงด้วย USD Futures เพื่อแก้ปัญหานักลงทุนสามารถใช้สถานะ "Short USD Futures" หรือการล็อกราคาขายดอลลาร์ล่วงหน้าผ่านตลาด TFEX ได้ โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้:

• ขนาดสัญญา: 1 สัญญา มีมูลค่าเท่ากับ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ
• เงินวางหลักประกัน (Initial Margin): ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียงประมาณ 700 บาทต่อสัญญา
• ตัวอย่างการใช้งาน: หากมีพอร์ตลงทุนต่างประเทศมูลค่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ นักลงทุนสามารถเปิดสถานะ Short จำนวน 100 สัญญา โดยวางเงินหลักประกันรวม 70,000 บาท เมื่อค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น กำไรที่ได้จากฝั่งอนุพันธ์จะช่วยชดเชยผลขาดทุนจากการแลกเงินจริง ทำให้เหมือนเป็นการล็อกค่าเงินไว้ที่ระดับราคาที่ต้องการ

นวัตกรรมเครื่องมือช่วยเทรด TFEX ได้พัฒนาเครื่องมือเพื่อให้การซื้อขายอนุพันธ์เข้าถึงได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ได้แก่:
1. แอปพลิเคชัน Streaming: รองรับการซื้อขายผ่านสมาร์ทโฟนได้ทันที
2. Options Wizard เครื่องมือใหม่ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายเพียง 3 ขั้นตอน (มองทิศทาง, เลือกสัญญา, และส่งคำสั่ง) เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการซื้อออปชันเพื่อป้องกันความเสี่ยง
3. Strategy Builder: เครื่องมือช่วยสร้างกลยุทธ์การเทรดที่ซับซ้อนขึ้น เพื่อการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

ขั้นตอนการเริ่มต้น สำหรับผู้ที่สนใจ นักลงทุนต้องทำการ เปิดบัญชีอนุพันธ์ แยกจากบัญชีซื้อขายหุ้นทั่วไป เนื่องจากอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. ที่แตกต่างกัน, โดยปัจจุบันโบรกเกอร์หลายแห่งได้ปรับกระบวนการให้สามารถเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชันได้โดยง่าย ทั้งนี้นักลงทุนควรติดตามกำไรขาดทุนอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากมีการคำนวณกำไรขาดทุนรายวันและอาจมีการเรียกวางเงินหลักประกันเพิ่มหากราคาสินทรัพย์เคลื่อนไหวผิดจากที่คาดการณ์

Futures #ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
#เงินพาไป

22/05/2026

ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า แนะกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงพอร์ตการลงทุนด้วย Gold Online Futures ชูจุดเด่นใช้เงินทุนน้อยแต่สร้างสมดุลพอร์ตได้จริง

นายตรีวิทย์ วังวรวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (TFEX) กล่าวว่า ท่ามกลางสภาวะความผันผวนของเศรษฐกิจและสถานการณ์โลกที่อาจเกิดวิกฤตหรือสงคราม การกระจายความเสี่ยงไปยัง "ทองคำ" จึงกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่นักลงทุนไม่ควรละเลย ล่าสุดผู้เชี่ยวชาญได้นำเสนอแนวทางการใช้ Gold Online Futures เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารพอร์ตการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นไปที่การล็อคราคาทองคำโลกเพื่อกระจายความเสี่ยงโดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนเต็มจำนวน

คุณลักษณะเด่นของ Gold Online Futures การลงทุนใน Gold Online Futures มีข้อกำหนดที่สำคัญคือ 1 สัญญา จะมีขนาดเท่ากับทองคำน้ำหนัก 10 ออนซ์ (หรือเทียบเท่าทองคำแท่งหนักประมาณ 20 บาท) โดยมีตัวคูณ (Multiplier) อยู่ที่ 300 และใช้เงินวางหลักประกันเบื้องต้น (Initial Margin) เพียงประมาณ 150,000 บาทต่อสัญญา

กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงด้วยเงินทุนที่น้อยกว่า จากตัวอย่างการบริหารพอร์ตลงทุนมูลค่า 10 ล้านบาท หากนักลงทุนต้องการกระจายเงินลงทุนมายังทองคำในสัดส่วน 15% ของพอร์ต การใช้ Gold Online Futures เพียง 1 สัญญา ก็สามารถตอบโจทย์นี้ได้ เนื่องจาก 1 สัญญามีมูลค่าสัญญา (Contract Value) ครอบคลุมราคาทองคำจริงอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านบาท

ข้อได้เปรียบที่สำคัญคือ:

• ประสิทธิภาพการใช้เงินทุน (Capital Efficiency): แทนที่จะต้องใช้เงินสดเต็มจำนวน 1.5 ล้านบาท เพื่อซื้อทองคำจริงมาเก็บไว้ นักลงทุนสามารถใช้เงินวางหลักประกันเพียง 150,000 บาท (หรือประมาณ 10% ของมูลค่าสัญญา) แต่ได้รับผลตอบแทนหรือผลจากการกระจายความเสี่ยงเทียบเท่ากับการถือครองทองคำมูลค่า 1.5 ล้านบาท

• ความคล่องตัว: ช่วยให้พอร์ตการลงทุนที่มีหุ้นเป็นหลักสามารถสร้างสมดุลได้ในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวนจากวิกฤตเศรษฐกิจ

นายตรีวิทย์ ยังเน้นย้ำว่านักลงทุนต้อง ทำความเข้าใจมูลค่าสัญญาที่แท้จริง ไม่ใช่ดูเพียงจำนวนเงินที่วางหลักประกันในวันแรก เพื่อให้สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงจากการผันผวนของราคาทองคำได้อย่างถูกต้อง

#ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
#เงินพาไป

22/05/2026

เผยกลยุทธ์ใช้ SET50 Index Options เป็นเหมือน "การซื้อประกันพอร์ตหุ้น" รับมือวิกฤตตลาดผันผวนโดยไม่ต้องขายหุ้นทิ้ง

ท่ามกลางภาวะตลาดหุ้นที่มีความไม่แน่นอนสูง นักลงทุนมีเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงที่เรียกว่า SET50 Index Options ซึ่งเปรียบเสมือนการ "ซื้อประกัน" ให้กับพอร์ตโฟลิโอ เพื่อช่วยลดผลกระทบจากการปรับตัวลดลงของดัชนีโดยไม่จำเป็นต้องขายหุ้นที่ถืออยู่ในมือ

SET50 Index Options: ประกันความเสี่ยงที่จ่ายเพียง "ค่าพรีเมียม" ความโดดเด่นของ SET50 Index Options คือการที่นักลงทุนสามารถป้องกันความเสี่ยงได้โดยการจ่าย "ค่าพรีเมียม" (Premium) หรือเบี้ยประกันเพียงอย่างเดียว โดยไม่ต้องวางเงินหลักประกัน (Margin) เหมือนการเทรด Futures โดยสินค้าชนิดนี้มีตัวคูณดัชนีอยู่ที่ 200 เท่า เช่น หากดัชนีอยู่ที่ 900 จุด 1 สัญญาจะมีมูลค่าครอบคลุมพอร์ตหุ้นประมาณ 180,000 บาท (900 x 200)

กรณีศึกษา: การป้องกันพอร์ตหุ้นมูลค่า 1 ล้านบาท จากการจำลองเหตุการณ์ หากนักลงทุนมีพอร์ตหุ้นใน SET50 มูลค่า 1,000,000 บาท และเผชิญกับปัจจัยลบที่อาจทำให้ตลาดหุ้นตกอย่างรุนแรง นักลงทุนสามารถเลือกซื้อ "Put Options" เพื่อประกันความเสี่ยงได้ ดังนี้:

• การคำนวณจำนวนสัญญา: เมื่อ 1 สัญญามีมูลค่าคุ้มครองประมาณ 200,000 บาท หากต้องการคุ้มครองพอร์ต 1,000,000 บาท จะต้องใช้ทั้งหมด 5 สัญญา
• ต้นทุนการประกัน: หากค่าพรีเมียมอยู่ที่ 15.7 จุด นักลงทุนจะจ่ายค่าธรรมเนียมประกันเพียงประมาณ 15,700 บาท เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงของพอร์ตหลักล้าน

ผลลัพธ์เมื่อเกิดวิกฤต: กำไรจาก Options มาชดเชยขาดทุนในพอร์ต เมื่อตลาดปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง เช่น ดัชนีลดลงจาก 1,020 จุด เหลือ 978 จุด แม้พอร์ตหุ้นในมือจะขาดทุน (เช่น ขาดทุน 40,000 บาท) แต่ราคา Put Options ที่ถือไว้จะมีมูลค่าสูงขึ้นอย่างมาก (จาก 15.7 จุด เพิ่มขึ้นเป็น 37 จุด) นักลงทุนสามารถเลือกปิดสถานะเพื่อรับกำไรมาเชดเชยส่วนต่างที่ขาดทุนในพอร์ตหุ้นได้ทันที หรือถือจนหมดอายุสัญญาเพื่อรับส่วนต่างราคา

ทางเลือกที่ยืดหยุ่นสำหรับนักลงทุน SET50 Index Options มอบความยืดหยุ่นให้นักลงทุนสามารถเลือก "ปิดสถานะ" (ขายทำกำไรจากตัวประกัน) ได้ตลอดเวลาในตลาดเมื่อพอใจในราคา หรือจะรอจนครบกำหนดอายุสัญญา 1 เดือนก็ได้ ขึ้นอยู่กับมุมมองต่อสถานการณ์และความเสี่ยงที่รับได้

เครื่องมือนี้จึงถือเป็นทางออกที่มีประสิทธิภาพสำหรับนักลงทุนที่ต้องการถือหุ้นในระยะยาวแต่กังวลกับความผันผวนในระยะสั้น ช่วยให้พอร์ตการลงทุนมีความมั่นคงและปลอดภัยมากขึ้นในทุกสภาวะตลาด

#ซื้อประกันพอร์ตหุ้น #ประกันความเสี่ยง
#เงินพาไป

21/05/2026

ตลาด TFEX แนะกลยุทธ์ใช้ SET50 Index Futures ล็อคกำไรและบริหารความเสี่ยง พลิกวิกฤตตลาดผันผวนให้เป็นโอกาสรักษาความมั่งคั่ง

ในภาวะที่ตลาดหุ้นไทยเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น สถานการณ์หลังการเลือกตั้ง หรือการพักฐานของดัชนี การบริหารความเสี่ยงจึงเป็นหัวใจสำคัญสำหรับนักลงทุน ผลิตภัณฑ์ SET50 Index Futures ในตลาด TFEX จึงถูกชูเป็นเครื่องมือหลักในการ "ล็อคราคา" และ "ปกป้องกำไร" เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับพอร์ตการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

#สัญญาซื้อขายล่วงหน้า
#เงินพาไป

21/05/2026

เจาะลึก TFEX: มากกว่าแค่การเก็งกำไร สู่เครื่องมือ "บริหารความเสี่ยง" และกลยุทธ์การวางเงินประกันอย่างมืออาชีพ

นายตรีวิทย์ วังวรวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (TFEX) เผยแนวทางการใช้ประโยชน์จากตลาด TFEX หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยย้ำว่าแท้จริงแล้วอนุพันธ์ไม่ใช่เพียงเครื่องมือสำหรับการเก็งกำไรทิศทางราคาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการ "บริหารความเสี่ยง" ที่มีประสิทธิภาพในทุกสภาวะตลาด

การบริหารความเสี่ยง: หัวใจสำคัญของความมั่งคั่ง ในโลกการลงทุน การทำให้พอร์ตเติบโตต้องมาพร้อมกับการป้องกันความเสี่ยง (Protection) และการกระจายความเสี่ยง (Diversification) การบริหารความเสี่ยงถือเป็นหลักพื้นฐานในการสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืน ซึ่งอนุพันธ์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ใน 2 รูปแบบหลัก คือ:

• การป้องกันความเสี่ยง (Hedging): ช่วยรักษาคุณค่าของสินทรัพย์ที่มีอยู่ เช่น หากเราถือครองทองคำและตลาดมีแนวโน้มขาลง เราสามารถใช้สัญญาอนุพันธ์เพื่อทำกำไรในขาลงมาชดเชยกับมูลค่าสินทรัพย์ที่ลดลงได้

• การกระจายความเสี่ยง (Diversification): ช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน โดยการกระจายไปในสินทรัพย์ที่หลากหลาย เช่น ดัชนีหุ้น (Index), ทองคำ, อัตราแลกเปลี่ยน หรือสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ

เข้าใจเรื่อง "Leverage" และ "Margin" อย่างมืออาชีพ จุดเด่นของสินค้าอนุพันธ์คือการมี Leverage หรือการใช้เงินจำนวนน้อยเพื่อควบคุมมูลค่าสัญญาที่สูงกว่า อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจำเป็นต้องเข้าใจความเสี่ยงที่มาพร้อมกับ Leverage โดยเฉพาะเรื่องการวางเงินประกัน (Margin):

1. ความสำคัญของมูลค่าสัญญา: นักลงทุนต้องตระหนักถึง "มูลค่าที่แท้จริงของสัญญา" (Exposure) ไม่ใช่ดูเพียงจำนวนเงินที่วางประกัน, ตัวอย่างเช่น การลงทุนใน Gold Online Future ที่เทียบเท่าทองคำ 10 บาท อาจใช้เงินวางประกันเพียงประมาณ 150,000 บาท แต่จะมีส่วนต่างกำไรขาดทุนเทียบเท่ากับการถือทองคำมูลค่าจริงเกือบ 1.5 ล้านบาท

2. ระบบเงินประกัน: การเทรดใน TFEX จะเริ่มจากเงินประกันขั้นต้น (Initial Margin: IM) และต้องรักษาระดับเงินประกันขั้นต่ำ (Maintenance Margin: MM) หากราคาเคลื่อนไหวผิดทางจนเงินประกันลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ โบรกเกอร์จะทำการเรียกเติมเงิน (Margin Call) เพื่อรักษาสถานะสัญญาและบริหารความเสี่ยงให้กับทั้งนักลงทุนและระบบ

วินัยและการเรียนรู้คือเกราะป้องกันความเสี่ยงที่ดีที่สุด "ความเสี่ยงที่แท้จริงคือความไม่รู้" การลงทุนใน TFEX ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดหากนักลงทุนมีวินัยและเข้าใจกลไกของตลาด การใช้เงินเริ่มต้นที่น้อยกว่า ช่วยให้บริหารสภาพคล่องได้ดีขึ้น แต่ต้องไม่ลืมที่จะสำรองเงินส่วนหนึ่งไว้เพื่อรองรับสถานการณ์ที่ตลาดไม่เป็นไปตามคาด

#ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า #ตรีวิทย์วังวรวุฒิ #ดารบริหารความเสี่ยงtfex #กลยุทธ์การวางเงินประกันtfex #ความรู้tfex
#เงินพาไป

21/05/2026

TFEX ชูแนวคิด "ไม่ยากอย่างที่คิด" เปิดทางเลือกนักลงทุนยุคใหม่ เริ่มต้นง่าย ใช้เงินน้อย พร้อมใช้เครื่องมือทำกำไรได้ทุกสภาวะตลาด

บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TFEX มุ่งลบภาพจำที่ว่าการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ (TFEX) เป็นเรื่องซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง ชูจุดเด่นสำคัญในการเป็นเครื่องมือทางเลือกที่ช่วยบริหารความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสทำกำไรได้ในทุกสภาวะตลาด พร้อมเผยความสำเร็จเกือบ 20 ปี ดันตลาด TFEX ไทยติดอันดับ 32 ของโลก

นายตรีวิทย์ วังวรวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (TFEX) ได้เน้นย้ำถึง 3 หัวใจสำคัญที่อยากให้นักลงทุนปรับมุมมองใหม่เกี่ยวกับการลงทุนใน TFEX ได้แก่:
1. ไม่ได้ยากอย่างที่คิด: หากทำความเข้าใจอย่างถูกต้อง การลงทุนใน TFEX ไม่ได้มีความเสี่ยงที่น่ากลัวอย่างที่หลายคนกังวล แต่เป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับการวางแผนในชีวิตประจำวัน
2. เพิ่มทางเลือกการลงทุน: แตกต่างจากการลงทุนในหุ้นทั่วไปที่นักลงทุนจะทำกำไรได้เฉพาะเมื่อตลาดเป็น "ขาขึ้น" เท่านั้น แต่ TFEX เป็นเครื่องมือที่ทำให้นักลงทุนสามารถบริหารพอร์ตและสร้างผลตอบแทนได้ ไม่ว่าตลาดจะอยู่ในสภาวะขาขึ้น ขาลง หรือทรงตัว (Sideway)
3. เริ่มต้นง่าย ใช้เงินน้อย: เปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นด้วยเงินวางประกันเริ่มต้นที่ไม่สูงมาก

ก้าวสู่อันดับ 32 ของโลก และโอกาสเติบโตของตลาด Options
ภาพรวมของ TFEX นับตั้งแต่เปิดให้บริการในปี 2549 ด้วยสินค้าแรกคือ SET50 Futures ตลาดได้มีการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ และเติบโตอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันมีปริมาณการซื้อขายอยู่ในอันดับที่ 32 ของโลก และอันดับที่ 18 ของภูมิภาคเอเชีย อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับตลาดอนุพันธ์ในเอเชียซึ่งมีสัดส่วนการซื้อขายประเภท Options สูงถึง 63% ตลาด Options ในไทยยังถือว่ามีขนาดเล็ก จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่นักลงทุนไทยจะได้เข้ามาศึกษาและใช้ประโยชน์จากเครื่องมือนี้

จัดทัพสินค้าหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกเป้าหมายการลงทุน
TFEX ได้แบ่งกลุ่มสินค้าออกเป็น 2 แกนหลัก เพื่อให้นักลงทุนเลือกใช้ตามความสนใจ ได้แก่ สินค้าที่อ้างอิงกับหุ้น (Equity) เช่น SET50 และหุ้นรายตัว (Single Stock) และสินค้าที่ไม่อ้างอิงกับหุ้น (Non-Equity) เช่น ทองคำ ซิลเวอร์ ยางพารา และอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (ดอลลาร์สหรัฐ, ยูโร, เยน)
นอกจากนี้ เพื่อให้เห็นภาพที่เข้าใจง่ายที่สุด นายตรีวิทย์ได้เปรียบเทียบรูปแบบการซื้อขาย 2 ประเภทหลักใน TFEX ไว้ดังนี้:

สัญญา Futures (การล็อคราคาล่วงหน้า): เปรียบเสมือน "การจองที่พักหรือตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า" หากเรากลัวว่าในอนาคตราคาจะแพงขึ้น เราจึงทำการตกลงล็อคราคาไว้ตั้งแต่วันนี้

สัญญา Options (การซื้อประกัน): เปรียบเสมือน "การซื้อประกันชีวิตหรือประกันภัยรถยนต์" เราจ่ายค่าเบี้ยประกัน (Premium) เพื่อป้องกันความเสี่ยง หากเกิดเหตุการณ์ตลาดผันผวนรุนแรง (ไม่เป็นไปตามคาด) เราจะสูญเสียมากที่สุดแค่ค่าเบี้ยประกันที่จ่ายไป แต่หากตลาดเป็นใจ เราก็ยังมีสิทธิ์ที่จะทำกำไรได้ ซึ่งปัจจุบัน TFEX มีให้บริการทั้ง SET50 Options และ USD Options

การให้ความรู้ในครั้งนี้ TFEX มุ่งหวังให้นักลงทุนเปิดใจและทำความเข้าใจตราสารอนุพันธ์อย่างแท้จริง เพื่อนำไปประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือในการปกป้องความมั่งคั่ง และสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในทุกสถานการณ์เศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

#ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า #ตรีวิทย์วังวรวุฒิ #ความรู้tfex
#เงินพาไป

20/05/2026

CIMB THAI ประกาศยุทธศาสตร์ ‘Wealth Your World’ ความมั่งคั่งที่แท้จริง คือความมั่งคั่งในแบบคุณ
ชู 3 เสาหลัก CIMB Safer Pocket, CIMB Preferred และ CIMBweBOND Club ตั้งเป้าเป็นธนาคารที่เข้าใจโลกของลูกค้ามากที่สุด ปั้นธุรกิจ Wealth ให้เติบโต 3 เท่าภายใน 5 ปี

นายวุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า CIMB THAI ประกาศยุทธศาสตร์ ‘Wealth Your World’ ความมั่งคั่งที่แท้จริง คือความมั่งคั่งในแบบคุณ พาลูกค้าบรรลุเป้าหมายชีวิต ด้วย 3 โจทย์หลัก 3 ด้าน Safer ปกป้องความมั่งคั่ง, Smarter เติบโตอย่างชาญฉลาด และ More Personal Outcomes ออกแบบโซลูชันทางการเงินเฉพาะบุคคล “ลูกค้า Wealth ยุคใหม่ ไม่ได้มองหาเพียง ‘ผลตอบแทนสูงสุด’ แต่ต้องการ ‘ผลลัพธ์ทางการเงินที่ดีกว่า’ คือ ความมั่งคั่งในแบบที่ตรงกับเป้าหมายชีวิตมากที่สุด และลูกค้าแต่ละคนมี ‘โลก’ และเป้าหมายทางการเงินไม่เหมือนกัน วันนี้ Wealth ที่แท้จริง ไม่ได้วัดจากจำนวนเงินในบัญชีมากที่สุด ไม่ได้มาจากการลงทุนที่เสี่ยงที่สุด แต่ความมั่งคั่งที่แท้จริง คือการได้เป็นเจ้าของโลกในแบบที่คุณต้องการ จึงเป็นที่มาของยุทธศาสตร์ ปี 2569 ‘Wealth Your World : ให้โลกของคุณ มั่งคั่งในแบบคุณ’ CIMB THAI พร้อมเป็นจุดพักเงินสร้างความมั่งคั่งอย่างปลอดภัยและเข้าใจลูกค้าที่สุด” วุธว์ กล่าว

CIMB THAI ตั้งเป้าเป็นธนาคารที่เข้าใจโลกของลูกค้ามากที่สุด ปั้นธุรกิจ Wealth ให้เติบโต 3 เท่าภายใน 5 ปี (ปี 2569-2573) บนความเชื่อที่ว่า ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้หากทุกฝ่ายเติบโตไปด้วยกัน จึงออกแบบและพัฒนา Wealth Ecosystem ผสานความแข็งแกร่งของธนาคาร เข้ากับความต้องการลูกค้า ตลอดจนเชื่อมโยงเครือข่ายลูกค้าเข้าไว้ด้วยกันเพื่อสร้างคอมมูนิตี้และยกระดับประสบการณ์สุดพิเศษเหนือระดับให้ลูกค้า Wealth ของ CIMB THAI ผ่าน Wealth Ecosystem 3 เสาหลัก CIMB Safer Pocket, CIMB Preferred และ CIMBweBOND Club

CIMB Safer Pocket มั่งคั่งอย่างปลอดภัย ออกแบบพอร์ตการลงทุนสำหรับเงินส่วนที่ต้องการ ‘อยู่รอด อยู่ได้ และเติบโต’ ในทุกสภาวะตลาด ผ่าน CIMB Donut เครื่องมือบริหารพอร์ตที่ชัดเจน เข้าใจง่าย ลูกค้านำไปปรับใช้ได้อย่างมีวินัย พอร์ตถูกออกแบบโดยทีมที่ปรึกษาการลงทุน Wealth Research & Advisory ของ CIMB THAI ที่เชี่ยวชาญ ติดตาม ทบทวน และปรับสมดุลพอร์ตอย่างสม่ำเสมอ ยืนระยะได้ทุกสภาวะตลาด คัดเลือกหุ้นกู้ กองทุนรวม และประกันไว้ในโดนัท 1 ชิ้น 3 รสชาติ ครอบคลุมความเสี่ยงลูกค้าทุกกลุ่ม ปกป้องพอร์ตที่สร้างมา พร้อมส่งต่อความมั่งคั่งไปยังทายาทและคนข้างหลัง

CIMB Preferred เอกสิทธิ์เฉพาะบุคคล โอกาสเข้าถึงการลงทุนระดับอาเซียน เป็นจุดแข็งที่แตกต่างเพราะ สมาชิก CIMB Preferred ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จะได้รับเอกสิทธิ์ CIMB Preferred ระดับอาเซียน ในทุกประเทศเครือข่ายที่เป็นสมาชิกกลุ่มซีไอเอ็มบีทันที (Offshore Privileges) ลูกค้ามีโอกาสเข้าถึงการลงทุนในภูมิภาค (Offshore Investment) อาทิ ประเทศสิงคโปร์ ที่ปกติต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่เพียงลูกค้าฝากเงินหรือเงินลงทุนกับ CIMB THAI ตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป สะดวกในการลงทุนต่างประเทศ พร้อมรับอัตราแลกเปลี่ยนพิเศษ ผู้ดูแลบัญชีส่วนตัว (Wealth RM) บริการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ‘Wealth Research & Advisory by CIMB THAI’ แพลตฟอร์มกองทุนรวมจากหลากหลาย บลจ. (Open Architecture) พร้อมสิทธิประโยชน์ตอบไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย เช่น คะแนนพิเศษจากเงินฝากและการลงทุน เพื่อแลกรับสิทธิพิเศษส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง บริการตู้นิรภัยสำหรับเก็บทรัพย์สินและเอกสารสำคัญอย่างปลอดภัย ความคุ้มครองประกันการเดินทาง สิทธิ์เข้าใช้ห้องรับรองสนามบินทั่วโลก สิทธิพิเศษยกเว้นค่าธรรมเนียมโอนเงินระหว่างประเทศ และบริการทบทวนพอร์ตการลงทุนแบบตัวต่อตัว โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน พิเศษยิ่งขึ้น กับกิจกรรมพิเศษเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ การวางแผนการศึกษาลูกหลานเรียนต่อต่างประเทศ การส่งต่อความมั่งคั่ง และการลงทุนต่างประเทศ

CIMBweBOND Club
ปัจจุบันมีลูกค้าซื้อหุ้นกู้กับ CIMB THAI หลักแสนคน ส่วนใหญ่ลงทุนกับธนาคารมานานนับสิบปี ธนาคารอยากตอบแทนลูกค้าเต็มที่ในแบบที่จับต้องได้มากที่สุด จึงเป็นที่มาของการออกแบบ CIMBweBOND Club คลับของนักลงทุนหุ้นกู้ ทำให้ทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวซีไอเอ็มบี ไทย ทั้งตัวลูกค้าเองและครอบครัว ลูกหลาน เพื่อน และคนรู้จักของลูกค้า มาร่วมสร้างคอมมูนิตี้ที่ดี และสร้างประสบการณ์ที่ดีร่วมกัน ผ่านกิจกรรมและสิทธิประโยชน์พิเศษอีกมากมายที่ธนาคารตั้งใจคัดสรรมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ CIMBweBOND Concert ที่เพิ่งจบไป นอกจากลูกค้าสัมผัสความสุข ความบันเทิง บุตรหลานลูกค้าได้มีเวทีแสดงความสามารถด้านการแสดง เล่นดนตรี การเต้น และได้สร้างเพื่อนใหม่ ธนาคารนอกจากมอบบริการทางการเงิน ยังส่งต่อประสบการณ์และความทรงจำที่มีคุณค่าให้ครอบครัว CIMB THAI กับกิจกรรมพิเศษที่จะรังสรรค์ให้สมาชิกตลอดทั้งปี นอกจากนี้ เพื่อให้ลูกค้านึกถึงหุ้นกู้ต้องนึกถึง ซีไอเอ็มบี ไทย ในแอปพลิเคชัน CIMB THAI มีฟีเจอร์ CIMB My Bond ผู้ช่วยส่วนตัวของนักลงทุนหุ้นกู้โดยเฉพาะ เห็นภาพรวมพอร์ตหุ้นกู้ทุกการเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ พร้อมเร่งพลิกโฉมวงการสู่ยุคหุ้นกู้ไร้ใบ ด้วยบริการใหม่ รับฝากใบหุ้นกู้ถึงบ้านลูกค้า เพื่อซื้อง่าย-ขายคล่อง ครบจบในแอปเดียว

Bond Literacy Mission
ธนาคารต้องการยกระดับ ‘ความรู้ ความเข้าใจ และวินัยทางการเงิน’ ให้คนไทย สามารถลงทุนอย่างมั่นใจ ปลอดภัย ชาญฉลาด และเติบโตระยะยาวไปพร้อมกัน จึงเดินหน้าสานต่อพันธกิจ Financial Literacy ร่วมกับ ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ทางการเงินและการลงทุนให้เข้าถึงคนไทยในวงกว้างมาก ปีนี้ มุ่งเน้น Bond Literacy Mission สร้างความรู้ความเข้าใจด้านการลงทุนตราสารหนี้ สินทรัพย์สำคัญที่จะสร้างความมั่นคงทางการเงิน และเป็นทางเลือกใหม่แทนเงินฝาก สู้กับเงินเฟ้อ ดร.วิทย์ จะถ่ายทอดความรู้การลงทุนผ่านคอนเทนต์ซีรีส์พิเศษ ‘Unleash Your Wealth: Bond Series’ ที่ออกแบบให้เข้าใจง่าย ช่วยให้นักลงทุนไทยสามารถบริหารเงินและกระจายความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เผยแพร่ผ่านช่องทาง Facebook, YouTube และ TikTok ของ CIMB THAI ตลอดทั้งปี 2569

ขณะเดียวกัน ‘ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา’ จุดเริ่มต้นจากการเป็นลูกค้าหุ้นกู้ของ CIMB THAI ปัจจุบันเป็นพรีเซ็นเตอร์ หลักหุ้นกู้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จะร่วมภารกิจ Bond Literacy Mission สร้างการรับรู้และจุดกระแสการลงทุนตราสารหนี้ให้เข้าถึงคนไทยในวงกว้าง จากการเป็นศิลปินระดับตำนาน มีความน่าเชื่อถือ ความมั่นคง และการวางแผนชีวิตอย่างรอบคอบ สะท้อนแนวคิดการลงทุนในตราสารหนี้ได้อย่างชัดเจน Bond Literacy Mission กลายเป็นอีกหนึ่งรากฐานสำคัญของการสร้างสุขภาพทางการเงินที่แข็งแรงให้กับคนไทยในระยะยาว

“CIMB THAI ต้องการเป็นธนาคารที่เข้าใจโลกของลูกค้ามากที่สุด Wealth ที่แท้จริงไม่ได้วัดจากจำนวนผลิตภัณฑ์ทางการเงิน แต่จะวัดจากความสามารถในการช่วยให้ลูกค้ามั่งคั่ง มั่นคง มั่นใจ และเข้าใกล้เป้าหมายที่สำคัญที่สุดของตัวเองมากขึ้น” วุธว์ กล่าวทิ้งท้าย

#ซีไอเอ็มบี #วุธว์ธนิตติราภรณ์
#เงินพาไป

16/05/2026

TFM กางวิสัยทัศน์ปี 69 ปั้นไทยฐานผลิตกุ้งพรีเมียม รุกตลาดต่างประเทศ ตั้งเป้ารายได้ 1 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2573

บมจ.ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ (TFM) เปิดวิสัยทัศน์ปี 2569 “TFM Accelerates Growth: From Market Recovery to Global Expansion” เดินหน้ารุกธุรกิจอาหารสัตว์น้ำระดับโลก รับอุตสาหกรรมกุ้งเปลี่ยนผ่านสู่ยุค “Efficiency – Low Carbon – Premium Market” ชูไทยฐานหลักสร้างมูลค่าเพิ่ม ตั้งเป้าก้าวขึ้นสู่ผู้เล่น 3 อันดับแรกของตลาดอาหารสัตว์น้ำอินโดนีเซีย พร้อมลงทุนในเอกวาดอร์ หนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมกุ้งโลก เพื่อรองรับโอกาสการเติบโตในตลาดต่างประเทศระยะยาว พร้อมปักธงรายได้ 10,000 ล้านบาทภายในปี 2573 ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดอาหารกุ้งไทย และโรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำแห่งแรกในเอเชียที่ได้รับ ASC Feed Certification รองรับตลาดพรีเมียมสหรัฐฯ–ยุโรป

นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM
กล่าวว่า อุตสาหกรรมกุ้งไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของการแข่งขันโลก จากเดิมที่แข่งขันด้านราคา สู่การแข่งขันด้านประสิทธิภาพ คุณภาพ และความยั่งยืน ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ กติกาการค้าใหม่ด้านสิ่งแวดล้อม และ
ความคาดหวังเรื่องคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่เข้มงวดขึ้น ขณะเดียวกัน ตลาดอาหารทะเลพรีเมียมทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและยุโรป เปิดโอกาสใหม่ให้ผู้ผลิตและส่งออกกุ้งที่มีมาตรฐานด้านความยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำ การจัดหาวัตถุดิบที่มีระบบการเพาะเลี้ยงที่ยั่งยืน กระบวนการผลิต การตรวจสอบย้อนกลับ ไปจนถึงปลายน้ำผ่านการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพจนถึงมือผู้บริโภค

จากปัจจัยดังกล่าว สะท้อนความจำเป็นที่อุตสาหกรรมกุ้งไทยต้องเร่งปรับตัวจากการแข่งขันด้านราคา ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง การลดต้นทุนต่อหน่วย และการพัฒนาระบบการผลิตที่ตอบโจทย์ตลาดโลกยุคใหม่ หลังอุตสาหกรรมยังเผชิญแรงกดดันจากประเทศผู้ผลิตต้นทุนต่ำ ส่งผลให้ปริมาณส่งออกกุ้งไทยลดลงจากกว่า 211,000 ตัน ในปี 2559 เหลือประมาณ 129,000 ตัน ในปี 2568 ขณะที่มูลค่าการส่งออกลดลงจาก 69,514 ล้านบาท เหลือประมาณ 40,889 ล้านบาท

“Game Plan ระยะยาวของ TFM คือ การเติบโตไปพร้อมกับเกษตรกรผ่านการวิจัยและพัฒนา การคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพสูง มาต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงการสนับสนุนเกษตรกรในด้านองค์ความรู้ โอกาสทางการตลาด และแนวทาง ‘Lower Carbon Aquaculture’ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง ลดต้นทุน และยกระดับอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยสู่ตลาดพรีเมียมโลก”

ปัจจุบัน ตลาดอาหารกุ้งของประเทศไทยมีขนาดประมาณ 400,000 ตันต่อปี โดย TFM มีส่วนแบ่งตลาดอาหารกุ้งประมาณ 25% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความแข็งแกร่งด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ การพัฒนาสูตรอาหาร และการทำงานร่วมกับเกษตรกรอย่างใกล้ชิด ขณะที่ธุรกิจอาหารปลา ซึ่งรวมถึงอาหารปลากะพง อาหารปลานิล และอาหารกบ ยังคงเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลัก คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30% ของรายได้รวม โดยบริษัทยังคงเป็นผู้นำตลาดอาหารปลากะพงและอาหารกบของประเทศไทย

สำหรับภาพรวมตลาดโลก อุตสาหกรรมกุ้งยังมีศักยภาพเติบโตสูง จากความต้องการบริโภคกุ้งที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ประเทศผู้ผลิตและส่งออกกุ้งชั้นนำ ได้แก่ เอกวาดอร์ อินเดีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และไทย มีปริมาณผลผลิตกุ้งส่งออกรวมประมาณ 3 ล้านตันต่อปี และมีมูลค่าการส่งออกรวมกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (อ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานด้านการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรมประมงของแต่ละประเทศ) สะท้อนโอกาสสำคัญของตลาดอาหารสัตว์น้ำ และเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ TFM เดินหน้าขยายการลงทุนสู่ตลาดโลก ภายใต้กลยุทธ์ “Win in Thailand – Expand in Indonesia – Next Wave of Growth” โดยมุ่งรักษาความแข็งแกร่งในประเทศไทย ขยายตลาดในประเทศอินโดนีเซีย และต่อยอดการเติบโตสู่ตลาดใหม่ระดับโลก

บริษัทได้ประกาศแผนลงทุนขยายธุรกิจสู่ประเทศเอกวาดอร์ ภายใต้วงเงินลงทุนรวมไม่เกิน 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับก่อสร้างโรงงานและติดตั้งเครื่องจักร คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2571 คาดช่วยเพิ่มกำลังการผลิตได้อีกประมาณ 80% รองรับการเติบโตของตลาดอาหารสัตว์น้ำโลกในระยะยาว ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการจัดตั้งบริษัทย่อยร่วมกับพันธมิตรในประเทศเอกวาดอร์

ด้านผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 TFM มีรายได้จากการขาย 1,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 148 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% แม้เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนปลาป่นที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 31%

โดยบริษัทยังคงสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 20.0% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 11.1% สะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนและการปรับ Product Mix สู่สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง โดยธุรกิจอาหารกุ้งยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักของบริษัท คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 66.4% และมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 21.9% สำหรับโครงสร้างรายได้ตามภูมิภาค รายได้หลักยังมาจากประเทศไทยคิดเป็นสัดส่วน 90.4% ของรายได้รวม และเติบโต 13.9% จากปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวของตลาดอาหารกุ้งและการขยายส่วนแบ่งตลาดในประเทศ ขณะที่รายได้จากอินโดนีเซียคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 7.8% ส่วนที่เหลือมาจากศรีลังกาและตลาดอื่น ๆ

สำหรับเป้าหมายปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 8–10% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 6,035 ล้านบาท พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ระดับ 18–20% และวางงบลงทุนปีนี้ประมาณ 680 ล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนโรงงานใหม่ในประเทศเอกวาดอร์ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในธุรกิจหลัก

“TFM เชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจต้องเติบโตไปพร้อมกับเกษตรกร คู่ค้า และอุตสาหกรรมโดยรวม เราต้องการผลักดันอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในตลาดโลก พร้อมกับการผลักดันรายได้แตะระดับ 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 ตามที่วางไว้” นายพีระศักดิ์ กล่าวปิดท้าย

นอกจากนี้ TFM ยังมีจุดแข็งด้านการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้กลยุทธ์ SeaChange® 2030 จากการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มไทยยูเนี่ยน ช่วยสร้าง Synergy ตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการจำหน่ายสินค้า ช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านวัตถุดิบและประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน ท่ามกลางภาวะราคาปลาป่นโลกที่ยังผันผวน รวมทั้ง
บริษัทตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 50% ภายในปี 2573 พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ลดการสูญเสียพลังงาน และนำพลังงานความร้อนกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในระบบบอยเลอร์และไฟฟ้า พร้อมเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนจากพลังงานแสงอาทิตย์ในกระบวนการผลิต

#ไทยยูเนี่ยนฟีดมิลล์ #ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายอาหารสัตว์
#เงินพาไป

14/05/2026

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จัดทำร่างปรับปรุงมาตรการกำกับดูแลการซื้อขายเพื่อยกระดับความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน โดยมุ่งเน้นการลดความผันผวนของราคาและควบคุมพฤติกรรมการซื้อขายที่ไม่เหมาะสม, ซึ่งมาตรการเหล่านี้ได้รับการทบทวนหลังจากการใช้งานในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เพื่อให้เท่าทันต่อสภาพแวดล้อมปัจจุบันที่มีความผันผวนสูง

นายรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้นำเสนอแนวทางสำคัญ 12 มาตรการ ภายใต้สูตร "2-3-3-4" ดังนี้ :

1. สองมาตรการใหม่: เพิ่มประสิทธิภาพและสะท้อนต้นทุนระบบ
• การปรับปรุงช่วงราคา (Tick Size): ปรับลดช่วงราคาให้แคบลงในกลุ่มหุ้นราคา 10-25 บาท เพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนมีต้นทุนการซื้อขายที่ถูกลงและเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาด
• ค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่ม (Extra Charge - OTR): เรียกเก็บค่าบริการ 0.15 บาทต่อรายการ สำหรับผู้ที่มีค่า Order-to-Trade Ratio (OTR) สูงเกิน 100 เท่า และมีปริมาณคำสั่งส่วนที่เกิน 30,000 รายการต่อวัน เพื่อป้องการส่งคำสั่งที่ใช้ทรัพยากรระบบสูงเกินจำเป็นโดยไม่มีเจตนาจับคู่จริง

2. สามมาตรการปรับปรุง: คุมเข้มการขายชอร์ตและ HFT
• เกณฑ์ Uptick Rule: ปรับปรุงมาตรการขายชอร์ต (Short Sell) โดยในภาวะปกติจะใช้เกณฑ์ Zero-plus Tick แต่หากหุ้นตัวใดมีราคาลดลงเกิน 10% จะต้องใช้เกณฑ์ Uptick Rule (ขายที่ราคาสูงกว่าราคาซื้อขายล่าสุด) ในวันทำการถัดไป
• จำกัดรายชื่อหุ้นที่ขายชอร์ตได้: ปรับเกณฑ์ให้เข้มงวดขึ้น โดยยกเลิกหุ้นที่เป็นสินทรัพย์อ้างอิงของ ETF ออกจากกลุ่มที่ขายชอร์ตได้ ทำให้เหลือหุ้นที่ทำ Short Sell ได้ประมาณ 136 บริษัท (SET100 และหุ้นอื่นๆ ที่กำหนด)
• ปรับเกณฑ์ขึ้นทะเบียน HFT: เปลี่ยนจากการพิจารณาจากสถานที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์ มาเป็นการดูจาก พฤติกรรมการซื้อขาย เป็นหลัก (Post Audit) เช่น มีความถี่คำสั่งเกิน 50 รายการต่อนาที หรือมีมูลค่าซื้อขายต่อวันสูงเกิน 30 ล้านบาท

3. สามมาตรการยกเลิก: ลดภาระเชิงระบบที่ไม่จำเป็น
• Dynamic Price Band: ยกเลิกการใช้เนื่องจากพบว่าส่งผลกระทบต่อหุ้นที่ไม่มีสภาพคล่อง และไม่ตอบโจทย์ตามวัตถุประสงค์เดิม
• การจำกัดจักรวาลหุ้นที่ HFT เทรดได้: ยกเลิกข้อจำกัดเดิม เนื่องจากปัจจุบันมีมาตรการกำกับดูแลด้วยพฤติกรรมและการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม OTR มาทดแทนแล้ว
• Minimum Resting Time: ยกเลิกเกณฑ์ที่ต้องคงออเดอร์ไว้ 300 มิลลิวินาที เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์ฯ มีระบบ AI และกระบวนการตรวจสอบ (Surveillance) ที่สามารถตรวจจับพฤติกรรมไม่เหมาะสม (Spoofing) ได้เป็นรายบัญชีอยู่แล้ว

4. สี่มาตรการที่คงเดิม: รักษามาตรฐานการกำกับดูแล
• มาตรการ Auction สำหรับหุ้นที่ติดเกณฑ์กำกับการซื้อขายระดับ 2 และ 3
• มาตรการ Auto Halt หยุดการซื้อขายอัตโนมัติสำหรับหุ้นรายตัวที่ราคาผิดปกติ
• การเปิดเผยรายชื่อผู้ลงทุน ที่มีพฤติกรรมการส่งคำสั่งไม่เหมาะสมให้แก่บริษัทหลักทรัพย์ทราบ
• มาตรการ Centralization/Order ID เพื่อใช้ในการระบุตัวตนและตรวจสอบคำสั่งซื้อขาย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อมาตรการดังกล่าวผ่านเว็บไซต์จนถึงวันที่ 29 พฤษภาคม นี้ โดยตั้งเป้าที่จะคงมาตรการที่ปรับปรุงใหม่นี้ไว้อย่างน้อย 18 เดือน เพื่อสร้างเสถียรภาพและความเชื่อมั่นที่ยั่งยืนแก่ผู้ลงทุน

#มาตรการความเชื่อมั่นและกำกับดูแลการซื้อขายหุ้น #การซื้อขายหุ้น #กฎเกณฑ์การซื้อขายหุ้น #ตลาดหลักทรัพย์

13/05/2026

KGI DW13 ครบ 17 ปี ครองมาร์เก็ตแชร์ 70% ยืนหนึ่งเครื่องมือเทรดตลาดผันผวน

KGI ฉลอง DW13 ครบ 17 ปี ตอกย้ำผู้นำมาร์เก็ตแชร์ 70% ท่ามกลางตลาดหุ้นผันผวน ชี้ Fund Flow ยังเป็นตัวแปรหลักในการเก็งกำไรหุ้นไทย หนุนดีมานด์ DW โดยเฉพาะ SET50 Call/Put สำหรับทั้งเก็งกำไรและป้องกันความเสี่ยง พร้อมชูจุดแข็งด้านสภาพคล่องและแนวคิด “Localized Standard” ที่ตอบโจทย์นักลงทุนไทย เดินหน้าปี 2569 ตั้งเป้าออก DW มากกว่า 1,100 ตัว สร้างสถิติใหม่ ขยายฐานผู้ลงทุนและรองรับกลยุทธ์ที่หลากหลายมากขึ้น

นายเจนวิทย์ ชินกุลกิจนิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI กล่าวว่า จากพฤติกรรมการเก็งกำไรหุ้นไทย ตาม Fund Flow ตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้การเก็งกำไรผ่าน Derivative Warrant (DW) โดยเฉพาะ DW ที่อ้างอิงหุ้นขนาดใหญ่และ SET50 ของ KGI หรือ “DW13” ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนผลักดันให้ KGI DW13 ครองส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ในหุ้นไทยสูงถึง 70% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

สำหรับกลยุทธ์ของนักลงทุน พบว่าในช่วงที่ดัชนีปรับขึ้นเข้าใกล้ระดับ 1,500 จุด นักลงทุนมักเลือกใช้ SET50 Put DW เพื่อป้องกันความเสี่ยงพอร์ตหุ้น เปรียบเสมือน “โล่” สำหรับพอร์ตการลงทุน ขณะที่ในภาวะตลาดแกว่งตัวในกรอบ นักลงทุนจะเน้นการเทรดสลับระหว่าง SET50 Call DW และ Put DW ภายในวัน พร้อมตั้งจุด Stop Loss สิ้นวันเพื่อบริหารความเสี่ยง

นอกจากนี้ ยังเริ่มเห็นนักลงทุนกลุ่มใหม่ที่ใช้กลยุทธ์การลงทุนเชิงรุกมากขึ้น หรือ Beyond Buy & Hold โดยเลือกลงทุนใน DW ที่มีอัตราทดสูงมาก (Extreme Leverage) บนหุ้นรายตัวที่ปรับฐานลึก แต่เริ่มมีสัญญาณวอลุ่มกลับเข้ามาและมีโอกาสปรับตัวขึ้นแรง ถึงแม้จะมีความเสี่ยงสูง แต่ก็เปิดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในระดับสูงเช่นกัน

นายเจนวิทย์ กล่าวอีกว่า อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่หนุนให้ KGI DW13 ครองมาร์เก็ตแชร์และได้รับความนิยมสูงสุด มาจากประสิทธิภาพในการดูแลสภาพคล่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความแกว่งตัว ผันผวนรุนแรงถึงขั้นวิกฤติ เช่น เหตุการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งทีมงานและระบบคอมพิวเตอร์ของ KGI สามารถดูแลราคาและสภาพคล่องได้อย่างต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้อย่างชัดเจน

ตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา KGI DW13 ให้ความสำคัญกับแนวคิด “Localized Standard” หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์และระบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักลงทุนไทย มากกว่าการยึดตามมาตรฐานสากลเพียงอย่างเดียว อาทิ การพัฒนาจัดตั้งเว็บไซต์ Thaiwarrant.com การกำหนดมาตรฐานตารางราคา DW รวมถึงการออก DW รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ KGI DW13 เป็นผู้กำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม DW ในประเทศไทยอย่างแท้จริง

สำหรับเป้าหมายในปี 2569 KGI DW13 ตั้งเป้าสร้างสถิติใหม่ด้วยการออก DW มากกว่า 1,100 ตัวเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพื่อรองรับการเติบโตของมาร์เก็ตแชร์และขยายฐานนักลงทุนที่มีกลยุทธ์หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น DW อัตราทดสูงเป็นพิเศษ หรือ DW อายุยาว

“เรายังเชื่อมั่นว่า KGI DW13 จะสามารถรักษาความเป็นผู้นำในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม และรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ ในอนาคต ตามกรอบที่หน่วยงานกำกับดูแลอนุญาต” นายเจนวิทย์ กล่าวเสริม



ที่อยู่

Bangkok
10310

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Get Money Tripผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์