25/08/2019
Ok
⛳️มี เงินเดือน... ต้องมี เงินเก็บ
วันนี้วันดี..วันเงินเดือนเข้าบัญชี..เย่!! ฉลองมะ? เอาเงินไปทำอะไรดี?
ก่อนจะฉลองเงินวันเดือนออก อยากจะชวนทุกคนมาลองสำรวจดูว่า.. ตอนนี้เรามีเงินเก็บกันขนาดไหนแล้ว? หลายคนอาจเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เออเนอะ..ที่ผ่านมามีเงินเดือนผ่านมือมาก็ไม่ใช่น้อย แล้วที่ผ่านมาเราเอาเงินไปทำอะไรหมดนะ เงินเก็บถึงมีแค่นี้?”
สมมติว่ารายได้ที่ผ่านมาเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 50,000 บาท คิดเป็นรายได้ต่อปีจะอยู่ที่ 600,000 บาท หากลองมองย้อนไป 5 ปีที่ผ่านมาเรามีรายได้ผ่านมือถึง 3 ล้านบาทเลยทีเดียว บางคนอาจจะเก็บได้เยอะ บางคนอาจจะเก็บได้น้อย แต่นั่นก็คืออดีตที่ผ่านมาแล้ว แต่ในอนาคตถ้าเรามีรายได้เข้ามาแล้วเราไม่ได้มีการบริหารจัดการให้ดี รับรองได้เลยว่าในอนาคตเงินที่ผ่านมือเราเข้ามาก็คงไม่ได้เก็บเป็นแน่แท้
แล้วทำอย่างไรดี?
1. “มีเป้าหมาย” การมีเป้าหมายเก็บเงินที่ชัดเจนจะทำให้เราหลุดจากเส้นทางการออมได้ยากขึ้น หากเราไม่มีเป้าหมายเราจะเก็บเงินอย่างไม่มีทิศทาง พอเบื่อหรือเหนื่อยโอกาสในการหยุดออมและถอนเงินออกมาจะมีสูงมาก แต่ถ้าเรามีเป้าหมายการเงินแปะเอาไว้ว่าเงินก้อนนี้เพื่อลูก เมื่อเราได้เห็นชื่อเป้าหมายที่แปะไว้ มันจะทำให้นึกถึงจุดหมายว่าอยากทำอะไรและจะคอยย้ำเตือนว่าคุณต้องใส่เงินเข้าไปอีกๆ นอกจากนั้นยังจะลดโอกาสที่จะถอนออกมาอีกด้วย ยิ่งเป้าหมายนั้นเป็นระดับ Passion หรือความปารถนาอย่างแรงกล้าก็ยิ่งดีเพราะมันจะเป็นไฟให้คุณอยากเก็บออมเพื่อถึงฝันไวๆ ยิ่งลองได้จินตนาการเห็นภาพตัวเองได้สิ่งที่เราต้องการแล้วก็มีแต่จะอยากบรรลุเป้าหมายไวๆ เช่น เก็บเงินเพื่อเกษียณ หรือ เก็บเงินเพื่อซื้อบ้านให้พ่อแม่
2. “ออมก่อนใช้” ถ้าให้เลือกระหว่าง 1.ได้เงินมาแล้วออมก่อนเหลือแล้วค่อยใช้ กับ 2.ได้เงินมาแล้วใช้ก่อนที่เหลือค่อยออม คนส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าทางเลือกที่ 1 นั้นดีกว่า แต่การกระทำนั้นไม่ใช่555 ดังนั้น Key word “ออมก่อนใช้” นี้ต้องรีบเปลี่ยนแปลงมาเป็น Action โดยด่วนก่อนที่จะไม่ได้ออมนะเออ อย่างเช่นเดือนนี้มีรายได้แล้ว รับเงินเดือนแล้ว ให้รีบกันเงินออกมาเก็บก่อนเลย ซึ่งสมัยนี้ก็มีเครื่องมือทางการเงินมากมายที่ช่วยให้เราสามารถเก็บออมอย่างสม่ำเสมอ เช่นการตั้งโปรแกรมตัดบัญชีอัตโนมัติไว้ว่าให้หักเงินจากบัญชีไปลงทุนทุก ๆ วันที่เงินเดือนออก เดือนละ 2,000 บาท เพียงแค่นี้เราก็จะไม่ลืมแล้วหละว่าจะต้องเก็บเงิน ส่วนเงินที่เหลือก็สามารถนำไปใช้ได้อย่างสบายใจ
3. “ทำทันที” เริ่มซื้อเมื่อไหร่ดีคะ? ซื้อตอนนี้จะดีไหมคะ? เป็นคำถามยอดฮิตว่าเมื่อไร่ ส่วนคำตอบก็คงบอกได้สามคำว่าทำทันที เพราะยิ่งรอไปเรื่อย ๆ ไฟในการอยากจะออมไปถึงเป้าหมายก็ยิ่งลดลง จนสุดท้ายก็หลงลืมไม่ได้ออม ในขณะเดียวกันยิ่งเราผลัดวันประกันพรุ่งเป้าหมายก็จะขยับหนีเราออกไปตามเวลาที่เราชะลอการออม ในอีกด้านหนึ่ง “เวลา” เพื่อนร่วมเดินทางที่ดีที่สุดของการเดินทางออมไปสู่จดหมายเค้าไม่ได้รอเราด้วย จากรูปภาพกราฟแสดงให้เห็นถึงการเริ่มต้นออมเก็บเงินที่แตกต่างกัน โดยเริ่มออม ณ อายุ 22, 30, 40, 50 อย่างสม่ำเสมอทุกเดือน เดือนละ 2,000 บาทจนถึงอายุ 60ปี โดยมี สมมติฐานผลตอบแทนการลงทุน 5% ต่อปี จะพบว่าคนที่เริ่มออมตั้งแต่อายุ 22 ณ อายุ 60 จะมีเงินถึง 2.73 ล้านบาท แต่ในขณะที่คนเริ่มต้นช้าเริ่มออมที่อายุ 50 ณ อายุ 60 จะมีเพียงถึง 3.1 แสนบาท สรุปง่ายๆเลยเริ่มก่อนรวยกว่า เริ่มช้ามีเงินน้อยนะเธอ
ดังนั้น เดือนนี้ได้เงินเดือนมาแล้วต้อง “PAY YOURSELF FIRST” เก็บเงินออม/ลงทุนเพื่อตัวเองก่อนดีที่สุด
“ทำทันที” เริ่มต้นลงทุนกับ ROBO ADVISOR ได้แล้ววันนี้ เริ่มต้นพียง 3,000 บาท ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >> http://bit.ly/2zwqbH7
ธัญญา โลหะนันทชัย, CFP®
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ
ฝ่ายวิจัยการลงทุน สายงานวิจัย
📲Youtube >>http://bit.ly/2DmzZov
📲Instagram > http://bit.ly/2PbhSGM