ครูอ้อนสอนนำเข้าส่งออก By Aon Supalak

  • Home
  • ครูอ้อนสอนนำเข้าส่งออก By Aon Supalak

ครูอ้อนสอนนำเข้าส่งออก By Aon Supalak Contact information, map and directions, contact form, opening hours, services, ratings, photos, videos and announcements from ครูอ้อนสอนนำเข้าส่งออก By Aon Supalak, บริการขนส่ง, ถนนสุนทรโกษา, .

25+ years of experience in global logistics, luxury business, sales, and leadership, I help professionals, entrepreneurs, and business owners think globally, lead with confidence, and build sustainable success.
ครูอ้อนสอนเรื่องยากให้ง่าย เริ่มทำตามได้เลย

21/08/2026

รู้ป๊ะ eBL ต่างจาก อีบีแอลยังไง ?

ชิ๊ปปิ้งทำงานแบบไร้กระดาษ ต้องปรับตัวมากน้อยยังไง

หลายๆ ประเทศ paperless ล้วนกันแล้ว

สิ่งที่น่าสนใจกว่าการเลิกใช้กระดาษ

สำหรับอ้อน…

เรื่องที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่
Paper versus Digital

คำถามที่ใหญ่กว่าคือ

Digital Original ใบนั้น
เดินทางข้าม Trade Ecosystem ได้หรือเปล่า?

เพราะ Shipment หนึ่งไม่ได้มีแค่ Shipper กับ Shipping Line

มี Freight Forwarder
Consignee
Bank
Customs
และอีกหลายฝ่าย

และทุกคนไม่ได้ใช้ System เดียวกัน

เพราะฉะนั้นคำสำคัญของอนาคตคือ

Interoperability

เพราะอนาคตของ Global Trade
ไม่ได้จบที่คำว่า

“เราจะเลิกใช้กระดาษเมื่อไหร่?”

แต่คือ…

“เราจะทำให้เอกสาร Digital เดินทางระหว่างทุกคนในโลกการค้าได้ง่ายแค่ไหน?”

ถ้าคุณทำ Import–Export, Logistics หรือ Freight Forwarding

จำคำนี้ไว้ค่ะ

2030 — eBL

เพราะมันไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเอกสาร

แต่มันคือการเปลี่ยนวิธีที่ Global Trade ส่งต่อความเป็นเจ้าของและความไว้วางใจระหว่างกัน

#ครูอ้อนสอนนำเข้าส่งออก

อ้อนจะสอนเรื่องยากๆให้เข้าใจง่ายๆใน 3 นาที
กดติดตามเอาไว้เลย แล้วไป enjoy listening กัน

21/08/2026

เพื่อนๆรู้ป๊ะ eBL จะดีจะร้ายกับใคร ถ้าวงการนี้ไม่ต้องใช้กระดาษเลย #ครูอ้อนสอนนำเข้าส่งออก

14/08/2026

ความลับที่คนวงการนำเข้าส่งออกไม่บอกคุณ #ครูอ้อนสอนนำเข้าส่งออก

13/08/2026

Demurrage and Detention คืออะไร ต่างกันยังไง เหมือนกันยังไง เก็บเงินตอนไหน ใครต้องเป็นคนจ่าย ไปฟัง #ครูอ้อนสอนนำเข้าส่งออก

07/08/2026

น้องรู้ป๊ะ ? สัมภาษณ์ยังไงให้ได้งาน
#ครูอ้อนสอนนำเข้าส่งออก

หลายคนทำ Logistics ให้สินค้าถึงปลายทาง… แค่นั้นเหรอ?แต่ฉันชอบสร้างระบบที่ทำให้ทั้งองค์กรทำงานได้ดีขึ้นตลอดกว่า 25 ปี ฉัน...
06/08/2026

หลายคนทำ Logistics ให้สินค้าถึงปลายทาง… แค่นั้นเหรอ?

แต่ฉันชอบสร้างระบบที่ทำให้ทั้งองค์กรทำงานได้ดีขึ้น

ตลอดกว่า 25 ปี ฉันไม่ได้ทำแค่ Import-Export หรือ Customer Service or Clinet Care in Luxury

ฉันทำให้กระบวนการทำงาน เร็วขึ้น ชัดขึ้น และมีมาตรฐานมากขึ้น ผ่านการออกแบบ SOP, KPI, Workflow และการเชื่อมโยงทุกฝ่ายตั้งแต่ลูกค้า ทีมปฏิบัติการ ไปจนถึงศุลกากร

วันนี้ฉันยังเชื่อว่า…

“คนเก่งทำงานได้ แต่คนที่สร้างระบบ จะทำให้องค์กรเติบโตได้”

ถ้าคุณกำลังมองหาคนที่ไม่ได้แค่ Run Operations แต่ช่วย Build Operations เรายินดีได้รู้จักกันค่ะ

ตัวอย่างที่ 1  นายเอ ดีใจได้เป็นผู้ส่งออกสมใจมีเงิน 5000 อยากทำนำเข้าส่งออก เริ่มได้ยังไง1. ซื้อของที่สำเพ็ง สะพานเหล็ก ...
02/08/2026

ตัวอย่างที่ 1 นายเอ ดีใจได้เป็นผู้ส่งออกสมใจ

มีเงิน 5000
อยากทำนำเข้าส่งออก เริ่มได้ยังไง
1. ซื้อของที่สำเพ็ง สะพานเหล็ก etc
2. ถ่ายรูป upload Market place
3. เอ้าลูกค้าอยู่มาเลเซีย แต่โอนเงินจ่ายบัญชีไทยได้
เรียกเก็บเงินลูกค้า 7500 ได้กำไรจริง ย้ำกำไรจริง 700 บาท
4. ไปไปรษณีย์กลาง ส่งของต่ำกว่า 2 กิโล ใช้จดหมายทางอากาศ จ่าย 500 บาท
5. ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง เอ้าแค่ส่งของกล่องเดียวต้องทำ Invoice and Packing list ด้วยเหรอ
อ้าวแล้วอะไรที่ไปรษณีย์เรียกว่า air way bill (AWB)
6. ของถึงแล้ว ติดด่านมาเลเชีย ลูกค้าต้องจ่ายภาษี คิดเป็นเงินไทย 1500 บาท
7. ลูกค้าทำไม่เป็น ตกใจ แล้วก้อตำหนิเราที่เป็นคนขายว่าทำไมส่งมาทางไปรษณีย์ ไม่ส่งกับพวกขนส่งทางรถที่เรียกว่า cross border ข้ามแดน คำถามว่า ต้องตกลงวิธีการส่งกันหรือไม่ และใครรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
8. เปิดกล่องออกมาของที่ซื้อแตก ใครต้องรับผิดชอบ ลูกค้าโวยอีกแล้วว่าซื้อของแต่ทำไมไม่ได้ของ เสียเงิน โกรธ
9. ลูกค้าคอมเม้น dislike report เรากับทุกช่องทาง social media

ปวดหัวมั้ยค่ะ ใช่แล้วปวดหัวสิ
แล้วจะทำอย่างไร
ถ้าคุณมีความรู้เรื่องเอกาสาร เรื่องfreight forwarder จะเข้าใจ และแม้การส่งของเล็กๆ ทุกครั้งก้อไม่ใช่ฝันร้ายอีกต่อไป

#ครูอ้อนสอนนำเข้าส่งออก มี e-book แล้วนะ

แนวคิดน่าสนใจhttps://www.facebook.com/share/1Gf9Sn9J3w/?mibextid=wwXIfr
25/07/2026

แนวคิดน่าสนใจ

https://www.facebook.com/share/1Gf9Sn9J3w/?mibextid=wwXIfr

คุณคะ
บางครั้ง เรื่องที่เปลี่ยนชีวิตเรา
ไม่ได้เริ่มจากแผนที่เราวางไว้ว่ะเห้ย
แต่เริ่มจากอีเมลฉบับหนึ่ง ที่เราเกือบจะเลื่อนผ่านไป

วันนั้นเป็นวันธรรมดามาก
ฉันกำลังไล่อ่านอีเมลระหว่างวันทำงานที่เต็มไปด้วยการประชุมและตัวเลข

แล้วก็มีอีเมลหนึ่งเด้งขึ้นมา

จากคนที่ฉันไม่รู้จัก
จากมหาวิทยาลัยที่ฉันไม่เคยคิดว่าจะมีจุดตัดกับชีวิต

Harper Adams University, United Kingdom

ฉันกดเปิดด้วยความสงสัยมากกว่าความคาดหวัง

ผู้ส่งสารคือ Dr. Wilatsana Posri นักวิจัยด้าน Consumer Behaviour และ Senior Lecturer จาก Harper Adams University

มหาวิทยาลัยแห่งนี้อาจไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหูสำหรับคนทั่วไป
แต่ในโลกของ Food Science, Agriculture และ Sustainability นี่คือหนึ่งในสถาบันที่มีบทบาทสำคัญระดับโลก

สิ่งที่ทำให้ฉันสนใจ ไม่ใช่แค่ความเชี่ยวชาญของพวกเขา
แต่คือ “วิธีคิด”
พวกเขาไม่ได้ทำวิจัยเพื่อเพิ่มความรู้
แต่ทำวิจัยเพื่อลด “ความเสี่ยงของอนาคต”
ตั้งแต่ความมั่นคงทางอาหาร
ไปจนถึงคำถามที่ลึกกว่านั้นว่า
มนุษย์จะ “เลือกกิน” อย่างไร ในโลกที่ทรัพยากรกำลังจำกัดลงเรื่อยๆ

และตรงนั้นเอง คือจุดที่ทุกอย่างเริ่มเชื่อมกัน
Dr. Wilatsana ศึกษา Consumer Behaviour และ Sensory Science
ซึ่งในแก่นแท้แล้ว คือการศึกษาว่า
“มนุษย์ตัดสินใจอย่างไร ภายใต้ข้อจำกัดของความเป็นมนุษย์”

ทำไมเรารู้ว่าอะไรดี แต่ไม่เลือกสิ่งนั้น
ทำไมเราประกาศว่าเราใส่ใจสุขภาพ แต่กลับเลือกสิ่งที่ทำร้ายมัน
ทำไมเราบอกว่าเราแคร์โลก แต่การกระทำของเรากลับไม่สะท้อนสิ่งนั้น
และที่สำคัญที่สุด
เราจะ “ออกแบบโลก” อย่างไร ให้การตัดสินใจที่ดี กลายเป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุด

แต่สิ่งที่เธอเขียนมาถึงฉัน
ไม่ใช่เรื่องอาหารค่ะคุณ

เธอเขียนถึง “การตัดสินใจของมนุษย์ในระยะยาว”

โดยเฉพาะคำถามง่ายๆ ที่จริงแล้วตอบยากมาก

ทำไมเราถึงเลือกสิ่งที่แย่ในระยะยาว
ทั้งที่เรารู้ว่ามันแย่…

เออ จริงด้วย พูดแล้วอยากเขกหัวตัวเองไหมคะคุณ 🤣

ทีนี้ในฐานะ Private Banker เอาจริงๆนะ ฉันเจอคำถามนี้แทบทุกวัน

คุณทุกคน รู้ว่าควรออม
แต่ก็ยังเลื่อนการออมออกไป

รู้ว่าควรลงทุนระยะยาว และกระจายความเสี่ยง
แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะไล่ตามสิ่งที่กำลัง “ร้อนแรง”

เรามักคิดว่านี่คือปัญหาของวินัย
แต่ในความเป็นจริง มันคือโครงสร้างของสมองมนุษย์

เราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้คิดระยะยาวอย่างมีเหตุผลตลอดเวลาหรอกค่ะคุณ

เราถูกออกแบบมาให้ “เอาตัวรอดในปัจจุบัน”แค่นั้นเอง

นี่คือสิ่งที่ Behavioral Economics เรียกว่า Present Bias
คือ เราประเมินค่าความสุขวันนี้สูงเกินจริง
และลดค่าต้นทุนในอนาคตลงโดยไม่รู้ตัว

และสิ่งนี้ไม่ได้เกิดแค่ในเรื่องเงินหรอกนะต๋อย

ลองสังเกต Netflix

คุณตั้งใจจะดูแค่ตอนเดียว แล้วนอนสี่ทุ่ม
แต่ระบบ Auto-play ทำให้ตอนถัดไปเริ่มทันที
โดยไม่ต้องตัดสินใจใหม่ รู้ตัวอีกทีตีสามครึ่งค่ะคุณ 🤣

มันไม่ได้บังคับคุณ
แต่มัน “ลด friction” ของการดูต่อต่างหาก
จน Present Bias ทำงานได้ง่ายขึ้น

หรือในซูเปอร์มาร์เก็ต

สินค้าที่ดีต่อสุขภาพ
มักไม่ได้ถูกวางในตำแหน่งที่หยิบง่ายที่สุด

ในขณะที่ของที่ให้ความพึงพอใจทันที
มักอยู่ในระดับสายตา หรือใกล้แคชเชียร์

นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ฉันขอบอกเลยว่ามันคือการออกแบบ “choice architecture”

และในโลกการเงินเอง
ประเทศจำนวนมากแก้ปัญหาการไม่ออมเงิน
ไม่ใช่ด้วยการสอนให้คนมีวินัยมากขึ้น

แต่ด้วยการตั้งระบบ “auto-enrollment”
ให้คนถูก enroll เข้าแผนเกษียณโดยอัตโนมัติค่ะคุณ เงินเดือนฉันแต่ละเดือนที่สวิตเซอร์แลนด์ จะถูกหักอย่างมากมายเข้ากองทุนเพื่อการเกษียณ

ผลลัพธ์คือ เห้ยยย อัตราการออมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โดยที่คน “ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองพยายามมากขึ้นด้วยซ้ำ”

ทั้งหมดนี้กำลังบอกเราว่า

ปัญหาไม่ใช่เพราะคนไม่รู้
แต่เพราะโลกถูกออกแบบให้ “สิ่งที่ง่าย”
ไม่ใช่ “สิ่งที่ดีเสมอไป”

และทันทีที่เราคุยกันมาถึงจุดนี้
บทสนทนาระหว่างฉันกับเธอก็เปลี่ยนไป

เราไม่ได้คุยกันว่า จะให้ความรู้คนเพิ่มอย่างไร

แต่เราคุยกันว่า จะ “ออกแบบโลก” อย่างไร
ให้การตัดสินใจที่ดี
กลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ🤔

จนวันหนึ่ง เธอบอกฉันว่า

เธอกำลังจะขึ้นเวที Keynote ในงาน Food Innovation Asia Conference 2026
และอยากชวนฉันไปร่วม “เล่าเรื่องนี้ด้วยกัน”

ไม่ใช่ในฐานะคนการเงินที่ไปพูดเรื่องการลงทุน
แต่ในฐานะคนที่ช่วยอธิบายอีกครึ่งหนึ่งของคำถามเดียวกัน
จากอีกโลกหนึ่ง

ฉันเงียบไปพักหนึ่ง ไม่กล้าตอบ
เพราะถ้าย้อนกลับไปเมื่อยี่สิบปีก่อน ไม่มีทางที่ฉันจะจินตนาการภาพนี้ออก

เพราะฉันไม่เคยคิดว่าความรู้เรื่อง “การเงิน” จะพาฉันไปยืนอยู่บนเวทีของ “ระบบอาหารโลก”

แต่ในขณะเดียวกัน
มันก็เริ่ม “สมเหตุสมผล” อย่างประหลาด

เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน อาหาร หรือสิ่งแวดล้อม

คุณคิดเหมือนฉันไหมว่า ทั้งหมดคือเรื่องเดียวกัน
มันคือเรื่องของการตัดสินใจ
ภายใต้ข้อจำกัดของความเป็นมนุษย์

และคำถามที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ “เรารู้อะไร”
แต่คือ “เราจะออกแบบโลกอย่างไร ให้มนุษย์ตัดสินใจได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องฝืนความเป็นมนุษย์ของตัวเอง”

สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้จากเรื่องนี้
ไม่ใช่แค่โอกาสที่ฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง
แต่คือการตระหนักว่า โลกกำลังเปลี่ยนจากยุคของ “ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง” ไปสู่ยุคของ “คนที่เชื่อมความรู้ได้”

เพราะปัญหาที่ยากที่สุดในวันนี้
ไม่ได้อยู่ในขอบเขตของศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งอีกต่อไป
และบางครั้ง โอกาสที่สำคัญที่สุดในชีวิต

ก็ไม่ได้มาจากการเก่งขึ้นในสิ่งเดิม

แต่มาจากการกล้าเดินเข้าไปในโลก

ที่เราเคยคิดว่าเสมอว่า “มันไม่ใช่ที่ของเรา”

แอนนาเบล
24.07.2026

Address

ถนนสุนทรโกษา

10110

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when ครูอ้อนสอนนำเข้าส่งออก By Aon Supalak posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Shortcuts

  • Want your business to be the top-listed Transport Service?

Share