16/08/2026
EBC 3 PASS (2028) เมษายน
จอยกรุ๊ป ประกาศล่วงหน้า 2 ปีเลย
กำหนดการ : 4-23 เมษายน 2028
ราคา : 1750$/คน (Max15Pax)
Everest Base Camp (EBC) with Three Passes Trek ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการเดินขึ้นสู่เบสแคมป์ธรรมดา แต่เป็นการเดินทางบนเส้นทางระดับตำนานที่ท้าทายที่สุด ครบเครื่องที่สุด และสวยงามที่สุดของภูมิภาคคุมบู (Khumbu) ประเทศเนปาล
ในทริปนี้ คุณจะได้ก้าวข้ามช่องเขาที่ระดับความสูงกว่า 5,000 เมตรถึง 3 แห่ง (Kongma La, Cho La, และ Renjo La) เดินลุยธารน้ำแข็งที่ยิ่งใหญ่ สัมผัสมนต์เสน่ห์ของทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์แห่ง Gokyo ยืนชมแสงแรกที่สาดส่องยอดเขาเอเวอเรสต์จาก Kala Patthar และซึมซับวิถีชีวิตอันงดงามของชาวเชอร์ปา
หากคุณพร้อมที่จะผลักดันขีดจำกัดของตัวเองและสร้างความทรงจำที่จะประทับอยู่ในใจไปตลอดกาล มาร่วมออกเดินทางไปกับเราในเดือนเมษายน 2028 นี้ครับ!
📌 สรุปข้อมูลทริปและการจอง
วันเดินทาง: 4 - 23 เมษายน 2028 (20 วัน 19 คืน)
ค่าทริป: 1,750 USD ต่อท่าน
กองกลางค่าทิป: 250 USD ต่อท่าน (สำหรับมอบให้ไกด์และทีมลูกหาบ)
เงื่อนไขการจอง: มัดจำ 300 USD ต่อท่าน (ชำระเป็นเงินบาทในวันจอง โดยคำนวณจากเรท SuperRich)
การชำระเงินที่เหลือ: สามารถผ่อนชำระรายเดือนได้ (กำหนดการและรายละเอียดการผ่อนจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหลังการจอง)
ข้อควรทราบ
- ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาสภาพอากาศ มีความไม่แน่นอน เราอาจจะไม่ได้บินลง Lukla ตามแผน ด้วยเครื่องบินปกติ หากเป็นไปได้ ในกรณีที่อากาศไม่ดีเราจะเปลี่ยนเป็นใช้เฮลิคอปเตอร์ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งผมแนะนำว่าเราควรที่จะมีงบประมาณเผื่อเอาไว้ประมาณ 300-400 ดอลลาร์ในกรณีนี้
- การเดินนี้เป็นการเดินที่ใช้เวลาหลายวัน เราต้องรักษาสภาพร่างกายความอบอุ่น พลังงาน ให้อยู่กับเราอย่างสม่ำเสมอ
- การเดินปรับสภาพร่างกายในโปรแกรมมีความจำเป็น ต่อการเพิ่มระดับออกซิเจนในเลือด ไม่อยากให้ทุกคน skip
- ไม่ต้องเป็นกังวลว่าเราจะถ่วงทีมหรืออย่างไร ทางเรามีสตาฟเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแล จะเดินช้าก็ได้จะเดินเร็วก็ได้ตามใจ ตามสเต็ปของแต่ละคนไปเลย
- คุณจะไม่ได้อาบน้ำอย่างน้อย 10 วัน แน่ๆ
🗺️ แผนการเดินทาง (4 - 23 เมษายน 2028)
Day 01 (4 เม.ย. 2028): Arrival in Kathmandu
ความสูง: 1,400m
สิ่งที่น่าสนใจ: เดินทางถึงสนามบินนานาชาติตรีภูวัน รถรับส่งเข้าสู่ย่านทาเมล (Thamel) แหล่งศูนย์รวมนักเดินทางทั่วโลก พักผ่อน ชิมอาหารพื้นเมือง และตรวจเช็คอุปกรณ์เดินป่าขั้นสุดท้าย
Day 02 (5 เม.ย. 2028): Fly to Lukla & Trek to Phakding
ความสูง: Lukla (2,840m) / Phakding (2,660m)
ระยะเวลา / ระยะทาง: เดิน 3 ชั่วโมง / ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร
สิ่งที่น่าสนใจ: ตื่นเต้นไปกับเที่ยวบินเล็กสู่อ้อมกอดหิมาลัย ลงจอดที่สนามบิน Lukla (หนึ่งในสนามบินที่ท้าทายที่สุดในโลก) จากนั้นเริ่มเดินเท้าลัดเลาะไปตามแม่น้ำ Dudh Kosi สีฟ้าใส ผ่านหมู่บ้านเล็กๆ กงล้อมนตรา และหินสลักมนต์ (Mani Stones) ของชาวพุทธวัชรยาน
Day 03 (6 เม.ย. 2028): Hike to Namche Bazaar
ความสูง: 3,420m
ระยะเวลา / ระยะทาง: เดิน 6 ชั่วโมง / ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร
สิ่งที่น่าสนใจ: เข้าสู่อุทยานแห่งชาติสถรรมาถา (Sagarmatha National Park) ไฮไลท์ของวันนี้คือการเดินข้าม Hillary Suspension Bridge สะพานแขวนข้ามหุบเขาที่สูงและเสียวที่สุดในเส้นทาง และหากฟ้าเปิด เราจะได้เห็นยอดเขาเอเวอเรสต์เป็นครั้งแรกระหว่างทางไต่ระดับสู่ Namche Bazaar เมืองหลวงของชาวเชอร์ปา
Day 04 (7 เม.ย. 2028): Acclimatization day at Namche Bazaar
ความสูง: จุดชมวิว ~3,880m (พักที่ 3,420m)
ระยะเวลา / ระยะทาง: เดินไป-กลับ 3-4 ชั่วโมง / ระยะทางประมาณ 5-6 กิโลเมตร
สิ่งที่น่าสนใจ: วันปรับสภาพร่างกาย เราจะเดินขึ้นไปยัง Everest View Hotel เพื่อจิบชาร้อนๆ พร้อมชมวิวพาโนรามาของ Everest, Lhotse และ Ama Dablam แวะหมู่บ้าน Khumjung เพื่อชม "กะโหลกเยติ" ที่เก็บรักษาไว้ในวัดของหมู่บ้าน ก่อนกลับลงมาพักผ่อนและแวะร้านเบเกอรี่ชื่อดังใน Namche
Day 05 (8 เม.ย. 2028): Hike to Tengboche หรือ Pangboche
ความสูง: Tengboche (3,870m) / Pangboche (3,930m)
ระยะเวลา / ระยะทาง: เดิน 5-6 ชั่วโมง / ระยะทางประมาณ 10-12 กิโลเมตร
สิ่งที่น่าสนใจ: ช่วงเดือนเมษายนจะเป็นช่วงที่ ดอกกุหลาบพันปี (Rhododendron) บานสะพรั่งเปลี่ยนป่าเป็นสีแดงและชมพู เราจะแวะสักการะ Tengboche Monastery วัดพุทธที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในภูมิภาคคุมบู ซึ่งฉากหลังของวัดคือยอดเขา Ama Dablam (ยอดเขาที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในภูมิภาคนี้)
Day 06 (9 เม.ย. 2028): Hike to Dingboche
ความสูง: 4,360m
ระยะเวลา / ระยะทาง: เดิน 5 ชั่วโมง / ระยะทางประมาณ 9-11 กิโลเมตร
สิ่งที่น่าสนใจ: ก้าวข้ามเส้นขีดจำกัดของต้นไม้ (Tree Line) เข้าสู่ภูมิประเทศแบบทุ่งหญ้าอัลไพน์และหินโล้น วิวจะเปิดกว้างสุดลูกหูลูกตา เราจะเดินเลียบแม่น้ำ Imja Khola เข้าสู่หมู่บ้าน Dingboche ซึ่งมีเอกลักษณ์คือกำแพงหินที่ชาวบ้านสร้างไว้ล้อมแปลงเกษตรเพื่อกันลมหนาว
Day 07 (10 เม.ย. 2028): Acclimatization day (Hike to Nagarshang hill)
ความสูง: Nagarshang Hill (5,200m)
ระยะเวลา / ระยะทาง: เดินไป-กลับ 4 ชั่วโมง / ระยะทางประมาณ 4-5 กิโลเมตร
สิ่งที่น่าสนใจ: วันปรับสภาพร่างกายเพื่อเตรียมตัวลุยระดับ 5,000 เมตร เราจะไต่เขาสูงชันขึ้นไปยังยอด Nagarshang Hill จากจุดนี้จะเห็นวิว 360 องศา และสามารถมองเห็นยอดเขา Makalu (สูงอันดับ 5 ของโลก) ได้อย่างชัดเจน รวมถึงวิวเงาสะท้อนน้ำของยอด Ama Dablam
Day 08 (11 เม.ย. 2028): Hike to Chhukung & Climb Chhukung Ri
ความสูง: Chhukung (4,730m) / Chhukung Ri (5,550m)
ระยะเวลา / ระยะทาง: เดิน 6-7 ชั่วโมง / ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร
สิ่งที่น่าสนใจ: ย้ายไปนอนที่หมู่บ้านเล็กๆ อย่าง Chhukung แล้วไปประลองกำลังด้วยการปีนยอด Chhukung Ri จุดชมวิวที่ให้คุณรู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมด้วยกำแพงน้ำแข็งของ Lhotse Glacier แและมองเห็นยอด Island Peak ที่นักปีนเขานิยมไปพิชิตแบบเต็มตา
Day 09 (12 เม.ย. 2028): 1st Pass - Kongma La Pass to Lobuche
ความสูง: Kongma-la (5,535m) / Lobuche (4,920m)
ระยะเวลา / ระยะทาง: เดิน 9-10 ชั่วโมง / ระยะทางประมาณ 10-12 กิโลเมตร
สิ่งที่น่าสนใจ: [พาสที่ 1] วันที่ท้าทายที่สุดและยาวนานที่สุด! เราจะข้าม Kongma La ซึ่งเป็นพาสที่สูงที่สุดใน 3 พาส ด้านบนมีทะเลสาบน้ำแข็งสีมรกตซ่อนอยู่ จากนั้นต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินตัดข้ามธารน้ำแข็ง Khumbu Glacier ที่เต็มไปด้วยหินกรวดและรอยแยก เพื่อเข้าสู่ Lobuche
Day 10 (13 เม.ย. 2028): Everest Base Camp!
ความสูง: Gorak Shep (5,165m) / EBC (5,364m)
ระยะเวลา / ระยะทาง: เดิน 7-8 ชั่วโมง / ระยะทางประมาณ 12-14 กิโลเมตร
สิ่งที่น่าสนใจ: เป้าหมายระดับโลก! เราจะเดินเลียบธารน้ำแข็งไปเก็บสัมภาระที่ Gorak Shep แล้วเดินลุยเนินหินต่อไปจนถึง Everest Base Camp (EBC) สัมผัสบรรยากาศของลานหินใต้ร่มเงา Khumbu Icefall อันน่าเกรงขาม ที่ซึ่งนักปีนเขาระดับโลกใช้เป็นแคมป์ฐานก่อนทะยานสู่ยอดเอเวอเรสต์
Day 11 (14 เม.ย. 2028): Sunrise at Kala Patthar & Hike to Dzongla
ความสูง: Kala Patthar (5,545m) / Dzongla (4,830m)
ระยะเวลา / ระยะทาง: เดิน 7-8 ชั่วโมง / ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร
สิ่งที่น่าสนใจ: ตื่นก่อนรุ่งสางเพื่อปีนยอด Kala Patthar (จุดชมวิวที่สูงและใกล้เอเวอเรสต์ที่สุดบนเทรลนี้) ชมแสงอาทิตย์สีทองฉาบยอดเขาเอเวอเรสต์ นุปต์เซ และพูโมริ จากนั้นเดินลงมาเก็บของและมุ่งหน้าไปพักที่หมู่บ้าน Dzongla ที่เงียบสงบใต้ร่มเงายอดเขา Cholatse สุดเท่
Day 12 (15 เม.ย. 2028): 2nd Pass - Cho La Pass to Thangnag
ความสูง: Cho-la (5,420m) / Thangnag (4,700m)
ระยะเวลา / ระยะทาง: เดิน 8 ชั่วโมง / ระยะทางประมาณ 9-10 กิโลเมตร
สิ่งที่น่าสนใจ: [พาสที่ 2] การข้าม Cho La Pass จะให้อารมณ์ของการผจญภัยอย่างแท้จริง เพราะเราอาจต้องใส่ครามปอน (Crampons) เดินย่ำข้ามลานน้ำแข็ง (Mini Glacier) บนยอดพาส วิวด้านบนจะเป็นรอยต่อระหว่างเทือกเขาฝั่งเอเวอเรสต์ และหุบเขาฝั่งโกเกียวที่สวยงามแปลกตา
Day 13 (16 เม.ย. 2028): Hike to Gokyo Lake
ความสูง: 4,790m
ระยะเวลา / ระยะทาง: เดิน 5-6 ชั่วโมง / ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร
สิ่งที่น่าสนใจ: วันนี้ระยะทางสั้นแต่ยิ่งใหญ่ เราจะต้องเดินตัดข้าม Ngozumpa Glacier ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ยาวที่สุดในหิมาลัยของเนปาล เมื่อข้ามพ้นมา ภาพแรกที่จะต้อนรับคุณคือ ทะเลสาบโกเกียว (Gokyo Lakes) ทะเลสาบน้ำจืดที่สูงที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ซึ่งมีน้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ตัดกับยอดเขาสีขาว เป็นภาพที่งดงามสะกดสายตา
Day 14 (17 เม.ย. 2028): Gokyo Exploration Day
ความสูง: Gokyo Ri (5,357m)
ระยะเวลา / ระยะทาง: เดิน 4-6 ชั่วโมง / ระยะทางประมาณ 5-10 กิโลเมตร (แล้วแต่เลือก)
สิ่งที่น่าสนใจ: วันอิสระในหุบเขาแห่งความฝัน เลือกตื่นเช้าไปปีน Gokyo Ri เพื่อชมวิวยอดเขา 8,000 เมตรถึง 4 ยอด (Everest, Lhotse, Makalu, Cho Oyu) เรียงรายกันอย่างยิ่งใหญ่ หรือเลือกเดินลึกเข้าไปยังทะเลสาบที่ 4 และ 5 เพื่อชม Scoundrel's Viewpoint ที่สงบเงียบและอลังการไม่แพ้กัน
Day 15 (18 เม.ย. 2028): 3rd Pass - Renjo La Pass to Lungdhen
ความสูง: Renjo-la (5,360m) / Lungdhen (4,380m)
ระยะเวลา / ระยะทาง: เดิน 7-8 ชั่วโมง / ระยะทางประมาณ 11-12 กิโลเมตร
สิ่งที่น่าสนใจ: [พาสที่ 3] พาสสุดท้ายและได้รับการยกย่องว่า "วิวสวยที่สุด" เมื่อเดินขึ้นถึงยอดพาสและหันกลับมา คุณจะเห็นทะเลสาบโกเกียวสีฟ้าครามโดยมีฉากหลังเป็นยอดเขาเอเวอเรสต์แบบอลังการที่สุด จากนั้นจะเป็นการเดินลงยาวๆ สู่หุบเขา Thame ที่ค่อนข้างดิบและห่างไกลผู้คน
Day 16 (19 เม.ย. 2028): Hike back to Namche
ความสูง: 3,420m
ระยะเวลา / ระยะทาง: เดิน 6-7 ชั่วโมง / ระยะทางประมาณ 18-19 กิโลเมตร
สิ่งที่น่าสนใจ: เดินลดระดับความสูง ออกซิเจนจะกลับมาเติมเต็มปอดอีกครั้ง ผ่าน Thame Village หมู่บ้านดั้งเดิมที่เป็นบ้านเกิดของเชอร์ปานักปีนเขาระดับตำนานหลายคน เข้าสู่เขตป่าสน และกลับคืนสู่ความคึกคักของ Namche Bazaar ให้รางวัลตัวเองด้วยสเต็กหรือกาแฟดีๆ
Day 17 (20 เม.ย. 2028): Hike back to Lukla
ความสูง: 2,840m
ระยะเวลา / ระยะทาง: เดิน 6-7 ชั่วโมง / ระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร
สิ่งที่น่าสนใจ: วันสุดท้ายของการเดินเท้าบนเส้นทางหิมาลัย ซึมซับบรรยากาศป่าเขียวขจีและเสียงน้ำไหลของแม่น้ำ Dudh Kosi อีกครั้ง เมื่อถึง Lukla จะเป็นการเลี้ยงฉลองความสำเร็จและกล่าวคำขอบคุณแก่ทีมลูกหาบและไกด์ที่ร่วมสู้มาด้วยกันตลอดเส้นทาง
Day 18 (21 เม.ย. 2028): Fly back to Kathmandu
ระยะเวลา: บิน 35 นาที
สิ่งที่น่าสนใจ: อำลาขุนเขา นั่งเครื่องบินเล็กกลับสู่ความเจริญของกาฐมาณฑุ ช่วงบ่ายอิสระให้พักผ่อน ช้อปปิ้งอุปกรณ์เดินป่าราคาถูก หรือซื้อของฝากในย่านทาเมล
Day 19 (22 เม.ย. 2028): Buffer day
สิ่งที่น่าสนใจ: วันสำรองเผื่อเที่ยวบินล่าช้าจากสภาพอากาศ หากบินกลับมาตามปกติ วันนี้จะเป็น Free Day แนะนำให้ไปเที่ยวชมมรดกโลก เช่น เจดีย์พุทธนาถ (Boudhanath Stupa) ที่ใหญ่ที่สุดในเนปาล, วัดปศุปตินาถ (Pashupatinath), หรือจัตุรัสปะฏัน (Patan Durbar Square)
Day 20 (23 เม.ย. 2028): Final Departure
เดินทางไปยังสนามบินนานาชาติตรีภูวัน เพื่อเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพพร้อมความภาคภูมิใจ
✅ ราคานี้รวม (Cost Includes)
- รถรับ-ส่งสนามบิน-ที่พัก ด้วยรถยนต์คุณภาพดี
- ที่พัก 3 คืนในกาฐมาณฑุ (เทียบเท่า 3 ดาว) รวมอาหารเช้า
- ที่พักแบบ Tea house 16 คืน ตลอดการเดินป่า
- อาหาร 3 มื้อต่อวัน ตลอดระยะเวลาการเดินป่า
- ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กาฐมาณฑุ - ลุคลา
- ไกด์นำทาง 1 ท่าน และ ลูกหาบ (สัดส่วนลูกทริป 2 คน : ลูกหาบ 1 คน)
- ประกันภัย อาหาร ค่าเดินทาง และที่พัก สำหรับไกด์และลูกหาบ
- ถุงนอนและเสื้อกันหนาวขนเป็ด (ให้ยืมท่านละ 1 ชุด)
- กระเป๋า Duffel bag สำหรับใส่ของให้ลูกหาบแบก
- ค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติ, ค่าบำรุงท้องถิ่น (VDC) และใบอนุญาต TIMS
- ใบประกาศนียบัตรผู้พิชิตเส้นทาง
❌ ราคานี้ไม่รวม (Cost Excludes)
- อาหารกลางวันและเย็นในกาฐมาณฑุ
- ค่าอพยพฉุกเฉิน (Emergency Evacuation) หรือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
- ประกันการเดินทาง (บังคับซื้อ: ต้องครอบคลุมการปีนเขา 6,000 เมตร และการกู้ภัยด้วยเฮลิคอปเตอร์)
- อุปกรณ์เดินป่าส่วนตัว
- ค่าอาบน้ำอุ่น, น้ำร้อนสำหรับดื่ม, ค่าชาร์จแบตเตอรี่, และ Wi-Fi บนเขา
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว (แอลกอฮอล์, น้ำอัดลม, ค่าซักรีด ฯลฯ)
- ค่าทิปไกด์และลูกหาบ (จัดเก็บเป็นกองกลาง 250 USD)
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 11/13477 (Blessed by Mountains Travel & Adventure)
#เนปาล #เทือกเขาหิมาลัย #เที่ยวเนปาล #เอเวอเรสต์
#ทริปในฝัน #ทลายขีดจำกัด #หาเพื่อนเที่ยว #ทริปเนปาล2028 #เที่ยวไหนดี #ออกไปใช้ชีวิต