Kintetsu Railway Thai

アクセス ウェブサイト

Kintetsu Railway Thai Kintetsu Railway Thai, 鉄道会社, 6-1/55, Osakaの連絡先、地図と道順、お問い合わせフォーム、営業時間、サービス、評価、写真、動画、お知らせ。

ขอเสนอข้อมูลต่างๆ เช่น งานอีเวนท์ หรือข้อมูลการท่องเที่ยวตามฤดูกาลจากสองฟากฝั่งทางรถไฟฟ้าคินเท็ตสึ และข้อมูลแนะนำต่างๆ เป็นต้น!



http://www.kintetsu.co.jp/foreign/thai/terms/community.html

กรุณาอ่านรายละเอียดของข้อความด้านบน

หากใครกำลังมองหาทริปใกล้โอซาก้าที่เที่ยวคนเดียวได้ เดินทางไม่ซับซ้อน และได้สัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นแบบท้องถิ่น ลองปักหมุด “...
11/09/2026

หากใครกำลังมองหาทริปใกล้โอซาก้าที่เที่ยวคนเดียวได้ เดินทางไม่ซับซ้อน และได้สัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นแบบท้องถิ่น ลองปักหมุด “อิชิคิริ” และ “อิโกมะ” ดูสิ!
เสน่ห์ของสองพื้นที่นี้คือการให้ความรู้สึกแตกต่างจากใจกลางเมืองใหญ่ของโอซาก้าอย่างชัดเจน 'อิชิคิริ' จะพาเราเดินย้อนเข้าไปในย่านการค้าเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยร้านขนม ร้านอาหาร และร้านค้าท้องถิ่น ส่วน 'อิโกมะ' จะพาทุกคนเปลี่ยนบรรยากาศไปชมเมืองบนภูเขา ที่มีทั้งวัดเก่า ถนนย้อนยุค เคเบิ้ลคาร์ และวิวเมืองสวยๆ
ทริปนี้จึงเหมาะกับใครที่อยากลองออกจากเส้นทางท่องเที่ยวเดิมๆ แล้วสัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่เรียบง่ายและเป็นท้องถิ่นมากขึ้น ดังนั้นอย่ารอช้า ตามไปอ่านบทความกันได้เลย!
#อิชิคิริ #อิโกมะ #นารา #โอซาก้า #ญี่ปุ่น #ข่าวญี่ปุ่น #เทรนด์ญี่ปุ่น #รีวิวญี่ปุ่น #ทริปญี่ปุ่น #เที่ยวญี่ปุ่น #เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง #ญี่ปุ่น2026 #รถไฟฟ้าคินเท็ตสึ

พาทุกคนไปสัมผัสทริปที่เที่ยวคนเดียวได้ สนุก และได้บรรยากาศญี่ปุ่นแบบท้องถิ่น ณ “อิชิคิริ” และ “อิโกมะ” เ.....

👉 อัปเดตแดนอาทิตย์อุทัยโดยรถไฟคินเท็ตสึ สิงหาคม 2026 ครั้งนี้ เราจะพาคุณไปสัมผัสเสน่ห์อันหลากหลายของจังหวัดมิเอะตั้งแต่ก...
11/09/2026

👉 อัปเดตแดนอาทิตย์อุทัยโดยรถไฟคินเท็ตสึ สิงหาคม 2026 ครั้งนี้ เราจะพาคุณไปสัมผัสเสน่ห์อันหลากหลายของจังหวัดมิเอะ
ตั้งแต่การพักผ่อนในเรียวกังออนเซ็นสไตล์เขาวงกต การลงมือแกะไข่มุกอะโกย่าด้วยตัวเอง ไปจนถึงการย้อนรอยประวัติศาสตร์ซามูไรและลิ้มลองวากิวสายพานสุดยูนีค ไม่เหมือนใคร! ✨
#อัปเดตแดนอาทิตย์อุทัยโดยรถไฟคินเท็ตสึ #ญี่ปุ่น #ข่าวญี่ปุ่น #เทรนด์ญี่ปุ่น #รีวิวญี่ปุ่น #ทริปญี่ปุ่น #เที่ยวญี่ปุ่น #เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง #ญี่ปุ่น2026 #รถไฟฟ้าคินเท็ตสึ

อัปเดตแดนอาทิตย์อุทัยโดยรถไฟคินเท็ตสึ สิงหาคม 2026 ครั้งนี้ เราจะพาคุณไปสัมผัสเสน่ห์อันหลากหลายของจังหวัด....

ฉลองครบรอบ 10 ปี กับรถไฟท่องเที่ยว “Blue Symphony” กับการเดินทางสู่แหล่งมรดกโลกจังหวัดนารามีสถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องรา...
10/09/2026

ฉลองครบรอบ 10 ปี กับรถไฟท่องเที่ยว “Blue Symphony” กับการเดินทางสู่แหล่งมรดกโลก
จังหวัดนารามีสถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และมรดกโลกมากมาย เช่น ภูเขาโยชิโนะ หรือบริเวณอาสึกะและฟูจิวาระ
หากใครอยากสัมผัสประวัติศาสตร์และธรรมชาติของนาราในสถานที่จริง ลองมาดื่มด่ำกับบรรยากาศระหว่างเดินทางกันดูไหม?
รถไฟท่องเที่ยว “Blue Symphony” ที่ให้บริการจากโอซาก้าไปยังอาสุกะและโยชิโนะ พร้อมมอบช่วงเวลาแห่งการเดินทางอันแสนพิเศษกับทุกท่าน และในวันที่ 10 กันยายน 2026 รถไฟขบวนนี้ได้เดินทางครบรอบ 10 ปีแล้ว!
ตัวรถโดดเด่นด้วยสีน้ำเงินเข้ม ตัดกับเส้นสีทองอันสง่างาม ให้ความรู้สึกคลาสสิกและหรูหรา ภายในขบวนตกแต่งอย่างมีระดับพร้อมที่นั่งนุ่มสบาย สามารถเอนตัวพักผ่อนและชมวิวทิวทัศน์ที่ค่อยๆ เคลื่อนผ่านไปนอกหน้าต่าง
นอกจากนี้ ภายในรถยังมีตู้คาเฟ่เลานจ์ที่คัดสรรทั้งขนมหวานสุดพิถีพิถัน รวมถึงเมนูจากร้านอาหารชื่อดังและโรงผลิตสาเกในท้องถิ่นมาให้ลิ้มลอง รถไฟท่องเที่ยวขบวนนี้จะทำให้ทุกคนได้ดื่มด่ำกับความทรงจำดีๆ และเสน่ห์ของอาหารเลิศรส ไปจนถึงจุดหมายปลายทาง
Blue Symphony ให้บริการระหว่าง สถานี Osaka-Abenobashi Station และสถานี Yoshino Station โดยรถไฟจะจอดตามสถานีต่างๆ ที่เป็นประตูสู่แหล่งมรดกโลกและพื้นที่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของนารา เช่น สถานีอาสุกะ และสถานีชิโมอิจิกุจิ ซึ่งเป็นสถานีใกล้กับย่านน้ำพุร้อนโดโรกาวะออนเซ็น เป็นต้น

สัมผัสประสบการณ์ของการเดินทาง เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของนาราอย่างมีระดับ
กดเซฟโพสต์นี้ไว้ แล้วมาเริ่มวางแผนทริปนาราครั้งต่อไปกัน!

ทำไมหมู่บ้านน้ำพุร้อนที่เฟื่องฟูที่สุดถึงมาตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาลึกในนารา?บริเวณตอนใต้ของจังหวัดนารา นอกจากมีสถานที่ท่อ...
08/09/2026

ทำไมหมู่บ้านน้ำพุร้อนที่เฟื่องฟูที่สุดถึงมาตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาลึกในนารา?
บริเวณตอนใต้ของจังหวัดนารา นอกจากมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่างสวนสาธารณะนาราแล้ว ยังมีหมู่บ้านน้ำพุร้อนชื่อว่า “โดโรกาวะออนเซ็น (Dorogawa Onsen)”
เมื่อประมาณ 1,300 ปีก่อน เชื่อกันว่าบริเวณเชิงเขาของ “ภูเขาโอมิเนะ” เป็นต้นกำเนิดของวิถีปฏิบัติ “ชูเก็นโด” และได้กลายเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านน้ำพุร้อน ซึ่งในปัจจุบันก็ยังคงหลงเหลือบรรยากาศของญี่ปุ่นในอดีตเอาไว้ เห็นได้จากบรรดาเรียวกังและที่พักสไตล์ญี่ปุ่น “มินชุกุ” ที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง
“ชูเก็นโด” คือวิถีปฏิบัติที่มีต้นกำเนิดจากความเชื่อเรื่องภูเขาของญี่ปุ่นโบราณ ผสมผสานเข้ากับแนวคิดจากศาสนาพุทธ ลัทธิเต๋า และความเชื่ออื่นๆ จนกลายเป็นวิถีปฏิบัติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของญี่ปุ่น เหล่านักบวชและผู้ฝึกตนในสายชูเก็นโด หรือที่เรียกว่า “ชูเก็นจะ” จะเดินทางขึ้นภูเขาโอมิเนะเพื่อฝึกฝนตนเองผ่านบททดสอบอันเข้มงวดเพื่อรับพลังและความสามารถทางจิตวิญญาณ
เมื่อชูเก็นโดแพร่หลาย โดโรกาวะออนเซ็นก็เติบโตขึ้นเป็นเมืองพักแรมควบคู่กันไปด้วย และด้วยความจำเป็นในอดีตที่ต้องรองรับกลุ่มนักบวชให้เดินทางเข้าที่พักพร้อมกันได้ ทางเข้าเรียวกังโดยเฉพาะริมถนนสายหลักจึงถูกออกแบบให้กว้างขวางกว่าปกติ จนกลายเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของโดโรกาวะออนเซ็น
วิถีแบบชูเก็นโดยังคงมีการปฏิบัติสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน ทุกคนจึงอาจได้เห็นผู้ฝึกตนในชุดสีขาวเดินอยู่ตามถนนของหมู่บ้านน้ำพุร้อน
ในช่วงกลางวัน ภาพของหมู่บ้านที่มีภูเขาโอมิเนะเป็นฉากหลังให้ความรู้สึกปลอดโปร่งและผ่อนคลาย และเมื่อรัตติกาลมาเยือน แสงอ่อนๆ จากโคมไฟตามถนนจะส่องระยิบระยับจนเกิดเป็นบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ แสดงถึงเสน่ห์แบบย้อนยุคของเมืองญี่ปุ่นในอดีตได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ บริเวณใกล้ๆ กับโดโรกาวะออนเซ็นยังมีถ้ำหินงอกหินย้อยที่ในอดีตเหล่าผู้ฝึกตนใช้เป็นสถานที่สำหรับฝึกวิชาและทำสมาธิ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “ถ้ำเม็นฟุโด (Menfudo Cave)”
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในถ้ำ ทุกคนจะสัมผัสได้ถึงบรรยาการอันเงียบสงบและอากาศเย็นเยียบที่แผ่ปกคลุมอยู่โดยรอบ นอกจากหินงอกหินย้อยปกติแล้ว ในบริเวณที่เรียกว่า “เกียวจะคุตสึ (Gyojakutsu)” ยังสามารถพบเห็นหินงอกหินย้อยรูปร่างคล้ายกับผู้ฝึกตนได้อีกด้วย
อุณหภูมิเฉลี่ยภายในถ้ำอยู่ที่ประมาณ 8°C เรียกได้ว่าเย็นสบายมากทีเดียว ทำให้ในปัจจุบันจึงมีผู้คนเดินทางมาเยือนเพื่อสัมผัสอากาศเย็นแสนสดชื่นนี้ด้วย
นอกจากนั้น โดโรกาวะออนเซ็นยังตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลเพียง 800 เมตร จึงไม่แปลกเลยที่อากาศในบริเวณนี้มักเย็นสบายและเหมาะแก่การมาเที่ยวแม้ในช่วงฤดูร้อน
เมื่อได้ก้าวเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนาราที่โอบล้อมด้วยขุนเขา คุณอาจได้ค้นพบตัวตนใหม่ที่ซ่อนอยู่
มาออกเดินทางไปเยือนนาราในมุมใหม่ๆ และสัมผัสประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครกันเถอะ
📍วิธีการเดินทาง :
เดินทางจากโอซาก้านัมบะ : นั่งรถไฟคินเท็ตสึไปยังสถานี Shimoichiguchi Station ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที และนั่งรถบัสต่อประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที
เดินทางจากนาโกย่า :นั่งรถไฟคินเท็ตสึไปยังสถานี Shimoichiguchi Station ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที และนั่งรถบัสต่อประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที

อิเสะชิมะ : ประกายแห่งชีวิตที่พบได้ที่นี่เท่านั้น! ทำไม “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะ” ถึงทำให้ผู้คนหลงไหลขนาดนี้?“พิพิธภัณฑ์ส...
30/08/2026

อิเสะชิมะ : ประกายแห่งชีวิตที่พบได้ที่นี่เท่านั้น! ทำไม “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะ” ถึงทำให้ผู้คนหลงไหลขนาดนี้?
“พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะ (Toba Aquarium)” เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่น่าสนใจของญี่ปุ่น ซึ่งรวบรวมสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ไว้มากถึงประมาณ 1,200 ชนิด โดยภายในแบ่งออกเป็น 12 โซน และหนึ่งจุดเด่นคือ ผู้เข้าชมสามารถเดินชมได้อย่างอิสระโดยไม่จำเป็นต้องเดินตามเส้นทางที่กำหนด
ที่นี่ยังเป็นสถานที่เพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่เลี้ยง “พะยูน” สัตว์ทะเลที่เชื่อกันว่าเป็นต้นแบบของตำนานนางเงือก โดย “เซเลน่า” พะยูนที่อาศัยอยู่ที่นี่ ยังคงครองสถิติพะยูนที่ได้รับการเลี้ยงดูในกรงเลี้ยงยาวนานที่สุดในโลก และในปี 2027 ก็จะครบรอบ 40 ปีนับตั้งแต่เปิดให้เข้าชม
ภาพของเซเลน่าขณะกำลังกินอาหาร ก่อนค่อยๆ ลอยตัวอย่างสง่างามอยู่ภายในแทงก์น้ำขนาดใหญ่ เป็นภาพที่ทั้งเงียบสงบและชวนให้รู้สึกถึงความน่าพิศวงของโลกใต้ทะเล ราวกับได้สัมผัสความงดงามของท้องทะเลและคุณค่าของชีวิตผ่านช่วงเวลาตรงหน้า
อีกหนึ่งสัตว์ที่มีแฟนๆ ชื่นชอบทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศคือ “นากทะเล” เพราะพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะเป็นสถานที่เพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ยังมีนากทะเลอาศัยอยู่ โดยเฉพาะช่วงเวลาให้อาหาร ซึ่งเผยให้เห็นถึงความไว้วางใจและความผูกพันระหว่างนากทะเลกับผู้ดูแล เป็นภาพที่ทั้งน่ารักและอบอุ่นหัวใจ จนกลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่สร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือน รับความสนใจจากผู้คนมากมายผ่านโซเชียลมีเดียอีกด้วย
ความน่าสนใจของที่นี่ไม่ได้มีเพียงสัตว์ทะเลหายากเท่านั้น เพราะยังมีกิจกรรมและการแสดงต่างๆ ให้ชมอีกมากมาย ทั้งโชว์สิงโตทะเลที่เต็มไปด้วยท่าทางสนุกสนานและหลากหลาย รวมถึงช่วงเวลาสัมผัสกับวอลรัส ซึ่งได้รับความนิยมไม่แพ้กัน!
📍วิธีการเดินทาง :
- เดินทางจากโอซาก้านัมบะ : นั่งรถไฟคินเท็ตสึจากสถานี Osaka-Namba Station ไปยังสถานี Toba Station (2 ชั่วโมง) และเดินต่อประมาณ 10 นาที
- เดินทางจากนาโกย่า : นั่งรถไฟคินเท็ตสึจากสถานี Kintetsu-Nagoya Station ไปยังสถานี Toba Station (1 ชั่วโมง 40 นาที) และเดินต่อประมาณ 10 นาที
ใครที่อยากไปชมสัตว์ทะเลหาดูยากที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะ และสัมผัสความหลากหลายของโลกใต้ทะเล อย่าลืมกดเซฟโพสต์นี้ไว้สำหรับวางแผนทริปครั้งต่อไปนะ!

นี่คือวิธีเพลิดเพลินกับวากิวในรูปแบบสุดแปลกใหม่! มาหาคำตอบกันว่า ทำไมสไตล์สายพานหมุนถึงเข้ากับวากิวได้อย่างลงตัว?หากพูดถ...
25/08/2026

นี่คือวิธีเพลิดเพลินกับวากิวในรูปแบบสุดแปลกใหม่! มาหาคำตอบกันว่า ทำไมสไตล์สายพานหมุนถึงเข้ากับวากิวได้อย่างลงตัว?
หากพูดถึงเมือง “มัตสึซากะ” สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ “เนื้อมัตสึซากะ” เนื้อวัวคุณภาพดีที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มและไขมันแทรกอันเป็นเอกลักษณ์
และที่ Kaiten Yakiniku Isshobin สาขา Miyamachi ก็ได้นำเนื้อมัตสึซากะมาผสมผสานเข้ากับรูปแบบร้านอาหารที่มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่นอย่าง “สายพานหมุน” จนเกิดเป็นประสบการณ์การรับประทานยากินิกุที่แปลกใหม่สุดๆ
ความพิเศษเริ่มตั้งแต่การเสิร์ฟ เพราะเนื้อแต่ละจานจะถูกลำเลียงมาตามสายพาน คล้ายกับร้านซูชิสายพาน ทำให้สามารถเลือกชิ้นเนื้อที่ต้องการได้ด้วยตัวเอง
และเพื่อรักษาคุณภาพของเนื้อระหว่างการลำเลียง สายพานทั้งหมดจึงถูกครอบด้วยฝาใส พร้อมควบคุมอุณหภูมิภายในให้เป็นพื้นที่แช่เย็น จึงช่วยรักษาความสดของเนื้อเอาไว้ได้เป็นอย่างดี
ที่สำคัญ เนื้อที่เสิร์ฟบนสายพานยังเป็นเนื้อมัตสึซากะเกรด A5 เมื่อย่างบนเตาจนได้ที่จะสัมผัสได้ถึงความนุ่มและความชุ่มฉ่ำของเนื้อ จากนั้นเนื้อจะค่อยๆ แผ่กระจายไปพร้อมกับสัมผัสที่นุ่มละลายในปาก
การนำวัตถุดิบระดับพรีเมียมขนาดนี้มาเสิร์ฟผ่านสายพานหมุน จึงทำให้ที่นี่กลายเป็นร้านที่มีเอกลักษณ์มาก!
อีกหนึ่งเสน่ห์ของการรับประทานแบบสายพานหมุนคือ ทุกคนสามารถเลือกชิ้นเนื้อได้ด้วยตัวเองจากของจริงที่กำลังไหลผ่านตรงหน้า
ราคาของแต่ละจานจะแตกต่างกันไปตามส่วนของเนื้อ แต่โดยรวมถือว่าอยู่ในระดับที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้
ลองมาสัมผัสประสบการณ์ “ยากินิกุ x สายพานหมุน” ที่มัตสึซากะกันให้ได้นะ
📍วิธีการเดินทาง :
- เดินทางจากโอซาก้านัมบะ : นั่งรถไฟคินเท็ตสึจากสถานี Osaka-Namba Station ไปยังสถานี Matsusaka Station (1 ชั่วโมง 40 นาที) และเดินต่อประมาณ 15 นาที
- เดินทางจากนาโกย่า : นั่งรถไฟคินเท็ตสึจากสถานี Kintetsu-Nagoya Station ไปยังสถานี Matsusaka Station (1 ชั่วโมง 16 นาที) และเดินต่อประมาณ 15 นาที
แชร์ให้คนที่อยากสัมผัสประสบการณ์ “ยากินิกุสายพานหมุน” ด้วยกัน แล้วมาวางแผนทริปกันเถอะ!

อิเสะชิมะ : สัมผัสวิถีประมงของ “อามะซัง” ลิ้มรสอาหารทะเล เรียนรู้ประวัติศาสตร์และประเพณีนับพันปี “อามะซัง” คืออาชีพนักดำ...
22/08/2026

อิเสะชิมะ : สัมผัสวิถีประมงของ “อามะซัง” ลิ้มรสอาหารทะเล เรียนรู้ประวัติศาสตร์และประเพณีนับพันปี
“อามะซัง” คืออาชีพนักดำน้ำหญิงผู้ที่ดำดิ่งลงไปในทะเลอันเย็นเยือกด้วยลมหายใจของตนเอง เพื่อจับอาหารทะเลต่างๆ เช่น กุ้งอิเสะและหอยเป๋าฮื้อ ว่ากันว่าอาชีพนี้มีมายาวนานกว่า 3,000 ปี แน่นอนว่าวิถีชีวิตที่อยู่ร่วมกับท้องทะเลมาอย่างยาวนานเช่นนี้ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก
ณ “กระท่อมอามะซัง Ama Hut SATOUMIAN” ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับชายหาดอาซึริฮามะ
ทุกคนจะได้ลิ้มรสอาหารทะเลแสนอร่ย พร้อมฟังเรื่องราวเกี่ยวกับวิธีการทำประมงและประวัติศาสตร์ของอามะซังจากเหล่าอามะซังตัวจริง!
เมื่อเดินทางมาถึง SATOUMIAN เหล่าอามะซังจะออกมาต้อนรับอย่างอบอุ่น จากนั้นจะพาเราเข้าสู่กระท่อม ภายในกระท่อมมี “อิโระริ” หรือเตาผิงแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ทุกคนจะได้นั่งล้อมรอบเตา พร้อมฟังเรื่องราวเกี่ยวกับการทำประมงในทะเลที่มีอันตรายมากมาย รวมถึงเรียนรู้เคล็ดลับและวิถีชีวิตของเหล่าอามะซัง
ระหว่างนั่งฟังเรื่องราว บนตะแกรงเหนือเตาอิโระริจะมีอาหารทะเลสดใหม่หลากหลายชนิดวางเรียงไว้ ซึ่งเหล่าอามะซังจะเป็นผู้ลงมือปรุงให้ทุกคนเอง!
วัตถุดิบสดใหม่ถูกย่างด้วยไฟในระดับที่พอเหมาะจนได้รสชาติอันยอดเยี่ยม มีแค่ผู้มาเยือนที่นี่เท่านั้นที่จะได้ลิ้มลอง!
การนั่งล้อมรอบเตาอิโระริ แบ่งปันอาหารอร่อยๆ ร่วมกัน พร้อมฟังเรื่องเล่าและวิถีชีวิตของอามะซัง จะกลายเป็นช่วงเวลาสุดพิเศษที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลได้เป็นอย่างดี
📍วิธีการเดินทาง :
- เดินทางจากโอซาก้านัมบะ : นั่งรถไฟคินเท็ตสึจากสถานี Osaka-Namba Station ไปยังสถานี Kashikojima Station (2 ชั่วโมง 35 นาที) และเดินทางต่อด้วยรถยนต์ประมาณ 30 นาที
- เดินทางจากนาโกย่า : นั่งรถไฟคินเท็ตสึจากสถานี Kintetsu-Nagoya Station ไปยังสถานี Kashikojima Station (2 ชั่วโมง 10 นาที) จากนั้นเดินทางต่อด้วยรถยนต์ประมาณ 30 นาที
หากใครกำลังวางแผนเที่ยวอิเสะชิมะ ที่นี่คือหนึ่งในประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด
แชร์โพสต์นี้ให้คนที่อยากไปเที่ยวด้วยกัน แล้วมาแพลนทริปอิเสะชิมะกันเลย!

สายเลือดนักรบซามูไรและทิวทัศน์เมืองที่สืบทอดต่อกันมารุ่นแล้วรุ่นเล่า“มัตสึซากะ” คือเมืองที่ยังคงเก็บรักษาร่องรอยแห่งอดีต...
20/08/2026

สายเลือดนักรบซามูไรและทิวทัศน์เมืองที่สืบทอดต่อกันมารุ่นแล้วรุ่นเล่า
“มัตสึซากะ” คือเมืองที่ยังคงเก็บรักษาร่องรอยแห่งอดีตเอาไว้ได้อย่างงดงาม ทั้งเรื่องราวของเหล่าซามูไร และวิถีชีวิตในยุคโบราณที่สืบทอดต่อกันมาหลายชั่วอายุคน
หนึ่งในสถานที่สำคัญที่สะท้อนเรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน คือ ซากปราสาทมัตสึซากะ (Matsusaka Castle Ruins) สัญลักษณ์สำคัญของเมือง นอกจากนี้ ยังมี “โกะโจบังยาชิกิ” ที่พักอาศัยของเหล่าซามูไรผู้ทำหน้าที่เฝ้ารักษาปราสาท ซึ่งสิ่งที่ทำให้สถานที่แห่งนี้มีคุณค่าและหาได้ยากยิ่งในญี่ปุ่น คือเรือนพักเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงอาคารเก่าแก่ที่ได้รับการอนุรักษ์เอาไว้เท่านั้น แต่ ลูกหลานของเหล่าซามูไรยังคงอาศัยอยู่ที่นี่ และช่วยกันดูแลรักษาเรือนเหล่านี้สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
โกะโจบังยาชิกิตั้งอยู่บริเวณแนวประตูด้าน

อิเสะชิมะ : สัมผัสประสบการณ์ค้นหาและเก็บ “ไข่มุกแห่งปาฏิหาริย์” ที่มีสี รูปทรง และประกายงดงามหนึ่งเดียวในโลกด้วยตัวคุณเอ...
16/08/2026

อิเสะชิมะ : สัมผัสประสบการณ์ค้นหาและเก็บ “ไข่มุกแห่งปาฏิหาริย์” ที่มีสี รูปทรง และประกายงดงามหนึ่งเดียวในโลกด้วยตัวคุณเอง
“ไข่มุก” คืออัญมณีล้ำค่าที่ญี่ปุ่นภาคภูมิใจ แล้วรู้ไหมว่า อิเสะชิมะ จังหวัดมิเอะ คือแหล่งกำเนิดของไข่มุกเลี้ยงแห่งแรกของโลก?
“ไข่มุกอะโกย่า (Akoya Pearl)” แห่งอิเสะชิมะนั้นได้รับการยอมรับจากทั่วโลก กำเนิดจากการผสมผสานระหว่างสภาพแวดล้อมอันเป็นเอกลักษณ์ของอ่าวอาโกะ เทคนิคของช่างฝีมือ และชีวิตของหอย จนกลายเป็นไข่มุกเม็ดงาม
และที่ “ชินจูโนะซาโตะ (Shinju no sato)” ทุกคนสามารถสัมผัสประสบการณ์แกะไข่มุกออกจากหอยด้วยมือของตัวเอง!
ชินจูโนะซาโตะดำเนินกิจการเพาะเลี้ยงไข่มุก และเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ลองเก็บไข่มุกจากหอยอะโกย่าที่เพาะเลี้ยงจริง
จากบรรดาหอยอะโกย่าหลายตัวที่ถูกนำขึ้นมา ทุกคนสามารถเลือกได้ว่าต้องการแกะไข่มุกจากหอยตัวไหน ก่อนค่อยๆ นำไข่มุกแยกออกมาอย่างระมัดระวัง อีกทั้งยังสามารถสัมผัสประสบการณ์ไปจนถึงขั้นตอนการขัดเงาไข่มุกด้วยมือของตัวเองได้อีกด้วย
การได้เห็นไข่มุกค่อยๆ เปลี่ยนจากประกายแสงอ่อนๆ จนกระทั่งกลายเป็นความเงางามตามธรรมชาติด้วยตาตัวเอง เป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่หาได้ไม่ง่ายเลย!
และยังสามารถนำไข่มุกที่เก็บมาไปทำเป็นเครื่องประดับได้ทันทีที่นี่ด้วย
มาสร้างเครื่องประดับชิ้นพิเศษที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก สำหรับตัวคุณเองเท่านั้นกันเถอะ!
ในดินแดนต้นกำเนิดการเพาะเลี้ยงไข่มุกแห่งนี้ ทุกคนจะได้เรียนรู้ถึงรากเหง้าของไข่มุก พร้อมสัมผัสประสบการณ์การแปรรูปไข่มุกด้วยมือของตัวเอง
นี่เป็นหนึ่งในประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หาไม่ได้นอกจากที่ ‘อิเสะชิมะ’
📍วิธีการเดินทาง :
เดินทางจากโอซาก้านัมบะ : นั่งรถไฟคินเท็ตสึจากสถานี Osaka-Namba Station ไปยังสถานี Kashikojima Station ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 35 นาที และนั่งรถยนต์ต่อประมาณ 30 นาที
เดินทางจากนาโกย่า : นั่งรถไฟคินเท็ตสึจากสถานี Kintetsu-Nagoya Station ไปยังสถานี Kashikojima Station ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 10 นาที และนั่งรถยนต์ต่อประมาณ 30 นาที
กดเซฟโพสต์นี้ไว้กันลืม! แล้วออกเดินทางไปสัมผัสต้นกำเนิดไข่มุกเลี้ยงแห่งแรกของโลก อัญมณีเม็ดงามที่สร้างความภาคภูมิใจให้ชาวญี่ปุ่นและโด่งดังไปทั่วโลกกัน!

อิเสะชิมะ : เรียวกังออนเซ็นที่ชวนให้ตื่นตะลึงกับสถาปัตยกรรมที่เหนือความคาดหมาย ราวกับเขาวงกตสไตล์ญี่ปุ่นเรียวกังออนเซ็น ...
11/08/2026

อิเสะชิมะ : เรียวกังออนเซ็นที่ชวนให้ตื่นตะลึงกับสถาปัตยกรรมที่เหนือความคาดหมาย ราวกับเขาวงกตสไตล์ญี่ปุ่น
เรียวกังออนเซ็น ‘คาชิโกจิมะ โฮโจเอ็น (Kashikojima Hojoen)’ แห่งนี้ตั้งอยู่ในอิเสะชิมะ โดยจากตัวอาคารจะสามารถมองเห็นวิวอ่าวอาโกะอันงดงาม และทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ล็อบบี้ คุณจะพบแทบหยุดหายใจกับภาพสุดอลังการที่อยู่ด้านหน้า
สวนญี่ปุ่นสไตล์เอเทรียม (Japanese atrium garden) ภายในอาคารแห่งนี้มีทั้งน้ำตกที่ไหลต่อเนื่องจากล็อบบี้ชั้น 3 ลงมายังชั้น 1 ดูราวกับลอยอยู่กลางอากาศ ทั้งยังมีห้องชงชาญี่ปุ่นที่ให้ความรู้สึกเหมือนตั้งอยู่ท่ามกลางสวนญี่ปุ่นจริงๆ ชวนให้ผู้มาเยือนลืมไปชั่วขณะว่ากำลังอยู่ภายในอาคาร ราวกับหลุดไปจากโลกในชีวิตประจำวันในทันที
เมื่อเดินสำรวจภายในอาคาร สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้คือโครงสร้างอันซับซ้อนราวกับกำลังเดินอยู่ในเขาวงกต บริเวณทางเดินที่มีสะพานหินทอดผ่านให้ความรู้สึกราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ในเมืองออนเซ็น รวมถึงเฟอร์นิเจอร์และงานศิลปะต่างได้รับการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน มีทิวทัศน์และรายละเอียดมากมายที่ช่วยกระตุ้นให้อยากเดินชม จนบางทีอาจพบว่าตัวเองเดินอยู่ภายในเรียวกังแห่งนี้นานกว่าตอนออกไปเที่ยวข้างนอกเสียอีก
และเมื่อหันมองออกไปด้านนอก คุณจะได้พบกับ อ่าวอาโกะอันเงียบสงบและงดงาม
การได้สัมผัสกับทิวทัศน์ของ 2 บรรยากาศที่ดูแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงในเวลาเดียวกัน คือหนึ่งในประสบการณ์ที่มีเฉพาะที่ ‘คาชิโกจิมะ โฮโจเอ็น’ เท่านั้น
เพลิดเพลินไปกับออนเซ็นธรรมชาติจากแหล่งน้ำพุร้อนต้นกำเนิด พร้อมวิวตระการตา และลิ้มรสอาหารไคเซกิที่คัดสรรวัตถุดิบจากอิเสะชิมะ ก่อนดื่มด่ำกับการเข้าพักที่ไม่เหมือนใคร
หากใครกำลังมองหาเรียวกังที่จะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งห้า อย่าลืมกดเซฟโพสต์นี้ไว้ แล้วกลับมาดูอีกครั้งกันนะ!
📍วิธีการเดินทาง :
คาชิโกจิมะ โฮโจเอ็น (Kashikojima Hojoen)
- เดินทางจากโอซาก้านัมบะ : นั่งรถไฟคินเท็ตสึจากสถานี Osaka-Namba Station ไปยังสถานี Kashikojima Station ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 35 นาที และเดินต่อประมาณ 10 นาที
- เดินทางจากนาโกย่า : นั่งรถไฟคินเท็ตสึจากสถานี Kintetsu-Nagoya Station ไปยังสถานี Kashikojima Station ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 10 นาที และเดินอีก 10 นาที

住所

6-1/55
Osaka, Osaka
543-8585

アラート

Kintetsu Railway Thaiが新しいニュースやキャンペーンを投稿したら、いち早くメールでお知らせします。メールアドレスが他の目的に使われることはなく、いつでも配信を停止できます。

ショートカット

共有する

カテゴリー