โทร เส้นทาง เว็บไซต์

BkkShipping นำเข้าสินค้าจากจีนครบวงจรจากจีนมาไทย ทั้งทางรถและทางเรือ

ในปัจจุบันทั้งรัฐบาลและเอกชนได้ให้ความสำคัญและส่งเสริมให้ประชาชนในฐานะที่เป็นผู้บริโภคได้รู้จักคุ้มครองสิทธิของตนเองโดยไ...
02/10/2026

ในปัจจุบันทั้งรัฐบาลและเอกชนได้ให้ความสำคัญและส่งเสริมให้ประชาชนในฐานะที่เป็นผู้บริโภคได้รู้จักคุ้มครองสิทธิของตนเองโดยไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ซึ่งมีผู้บริโภคจำนวนมาก ที่ละเลยและเพิกเฉยที่จะเรียกร้องสิทธิของตนเอง แม้ว่าจะถูกเอารัดเอาเปรียบหรือได้รับอันตรายจากการบริโภคสินค้าก็ตาม

ข้อมูลจากพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2541 เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วไปหรือนักช็อปปิ้งออนไลน์ได้ระมัดระวังการเลือกซื้อสินค้า รวมทั้งข้อควรปฏิบัติตามกฎหมายที่เป็นประโยชน์

ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยในหมวดที่ 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย โดยบัญญัติไว้ว่า “สิทธิของบุคคล ซึ่งเป็นผู้บริโภคย่อมได้รับความคุ้มครองในการได้รับข้อมูลที่เป็นความจริงและมีสิทธิร้องเรียน เพื่อให้ได้รับการแก้ไขเยียวยาความเสียหาย รวมทั้งมีสิทธิในการรวมตัวกันเพื่อพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคและให้มีองค์การเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคที่เป็นอิสระจากหน่วยงานของรัฐ โดยประกอบไปด้วยตัวแทนผู้บริโภค ทำหน้าที่ให้ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของหน่วยงานของรัฐในการตราและการบังคับใช้กฏหมายและการกำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งตรวจสอบและรายงานการกระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งนี้ให้รัฐสนับสนุนงบประมาณในการดำเนิการขององค์การอิสระดังกล่าวด้วย” ส่วนหมวด 5 ได้บัญญัติไว้ว่า รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ โดยกำกับให้การประกอบกิจการ มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ป้องกันการผูกขาดตัดตอน ไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางอ้อมและคุ้มครองผู้บริโภค” ซึ่งสิทธิของผู้บริโภคที่จะได้ความคุ้มครองมีอยู่ 5 ประการดังนี้

1️⃣ สิทธิที่จะได้รับข่าวสาร รวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับรายละเอียดสินค้า อันได้แก่
· สิทธิที่จะได้รับการโฆษณาหรือแสดงฉลากตามความเป็นจริงและไม่มีพิษภัยต่อผู้บริโภค
· สิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการอย่างถูกต้องและเพียงพอที่จะไม่หลงผิดในการซื้อสินค้าหรือบริการที่ไม่เป็นธรรม

2️⃣ สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับสินค้าหรือบริการโดยความสมัครใจและปราศจากการชักจูงที่ไม่เป็นธรรม

3️⃣ สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ โดยการได้รับสินค้าหรือบริการที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เหมาะสมแก่การใช้งาน ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สินในกรณีที่ใช้ตามคำแนะนำหรือระมัดระวังตามสภาพของสินค้าหรือบริการนั้นแล้ว

4️⃣ สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา โดยสามารถได้รับข้อสัญญาโดยไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบธุรกิจ

5️⃣ สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองและชดเชยค่าเสียหาย เมื่อถูกละเมิดสิทธิดังกล่าว

โดยผู้บริโภคจะได้รับผลจากการคุ้มครองสิทธิอย่างเต็มที่เมื่อได้ปฏิบัติดังนี้

1️⃣ ก่อนซื้อสินค้าหรือบริการ
· ซื้อสินค้าและรับบริการด้วยความระมัดระวังตามสมควร เช่น ตรวจสอบการแสดงฉลาก ปริมาณและราคา ว่ามีความยุติธรรมหรือไม่ อย่าหลงเชื่อข้อความโฆษณาโดยไม่พิจารณาให้รอบคอบและหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณภาพ แหล่งกำเนิดและลักษณะของสินค้าว่าเป็นจริงดังโฆษณาหรือไม่
· การทำสัญญาตามกฎหมายโดยลงลายมือชื่อ ให้ผู้บริโภคตรวจสอบความชัดเจนของภาษาที่ใช้ว่ามีความรัดกุมและได้ให้สิทธิต่อผู้บริโภคอย่างครบถ้วนตามที่ได้เจรจากันไว้หรือไม่ รวมทั้งสังเกตเงื่อนไขสัญญาว่ามีความไม่เป็นธรรมหรือไม่ หากมีความสงสัยควรปรึกษาผู้รู้ให้ดีเสียก่อน
· ข้อตกลงใดๆ ที่ต้องการให้มีผลบังคับ ควรทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อผู้ประกอบธุรกิจด้วย

2️⃣ หลังซื้อสินค้าหรือบริการ
· เก็บพยานหลักฐานต่างๆ ที่แสดงได้ว่ามีการละเมิดสิทธิผู้บริโภค เช่น สินค้าที่เห็นว่ามีปริมาณหรือคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่ระบุไว้ในฉลาก มีความสกปรกหรือเป็นพิษที่อาจเกิดอัตรายจากการใช้สินค้าหรือบริการนั้น เป็นต้น รวมทั้งควรจดจำสถานที่ที่ซื้อสินค้าหรือบริการเพื่อใช้ทำการเรียกร้องตามสิทธิของตน
· ในกรณีที่มีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรกับผู้ประกอบธุรกิจ ต้องเก็บเอกสารสัญญาต่างๆ โฆษณาและใบเสร็จรับเงินไว้ด้วย
· เมื่อมีการละเมิดสิทธิผู้บริโภค ผู้บริโภคมีหน้าที่ในการดำเนินการร้องเรียนตามสิทธิดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม หากผู้บริโภคได้รับความไม่เป็นธรรม ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการกระทำของผู้ประกอบการ สามารถไปแจ้งตามหน่วยงานต่างๆ ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคเรื่องนั้นๆ เพื่อรักษาสิทธิของตนเองที่พึงมีตามกฎหมาย

BkkShipping ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.bkkshipping.com
โทร: 02-114-7887
Line:

ในปัจจุบัน นิยมใช้เครื่องมือสื่อสารทางออนไลน์บนหน้าเว็บไซต์หรือที่เรียกว่า Live Chat มันเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสู...
21/09/2026

ในปัจจุบัน นิยมใช้เครื่องมือสื่อสารทางออนไลน์บนหน้าเว็บไซต์หรือที่เรียกว่า Live Chat มันเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับการถาม-ตอบ ในเวลาที่ลูกค้าต้องการความช่วยเหลือหรือมีข้อสงสัย
หากคุณเป็นลูกค้าที่มีการซื้อสินค้าเป็นประจำกับเว็บสั่งของจากจีนอย่าง Taobao Tmall และ 1688 อาจพบว่าร้านค้าออนไลน์หลายๆ ร้านในเว็บไซต์ E-Commerce เหล่านี้ มีโปรแกรม Live Chat เพื่อการตอบคำถามลูกค้าแบบเรียลไทม์ ทำให้ลูกค้าไม่ต้องรอคำตอบนาน ต่างจากโปรแกรมแชทอื่นๆ ทั่วไปอย่าง E-Mail และกล่องรับข้อความที่บางครั้งก็ไม่มีการแจ้งเตือน ทำให้ไม่ถูกเปิดอ่านในทันที

ปัจจุบัน Live Chat สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้สูงถึง 86% ในขณะที่การใช้ E-mail และสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ มีคะแนนความพึงพอใจอยู่ที่ 61% และ 48% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม เว็บสั่งของจากจีนหรือธุรกิจค้าปลีกอื่นๆ ที่ใช้ Live Chat มักจะมีการตอบกลับอย่างรวดเร็วภายใน 7 วินาที ส่วนอัตราเฉลี่ยทั่วๆ ไปจะไม่เกิน 2 นาที ในขณะที่การตอบกลับผ่านโซเชียล มีเดีย อยู่ที่ 10 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นธุรกิจที่ให้บริการผ่านระบบ Call Center ซึ่งจะมีเวลาเปิดปิดทำการ ส่วน E-Mail อัตราการตอบกลับยาวนานถึง 17 ชั่วโมง

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใด Live Chat จึงจำเป็นสำหรับธุรกิจโดยเฉพาะหากเป็นธุรกิจที่ให้บริการลูกค้า ต่อไปนี้คือเหตุผลสำคัญที่ต้องมี Live Chat

✅ เพิ่มยอดขายและการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น

ข้อดีอันดับแรกของการใช้ Live Chat บนเว็บไซต์ของธุรกิจคือ ช่วยเพิ่มยอดขาย โดย American Marketing Association พบว่าบริษัทที่มีโมเดลธุรกิจแบบ B2B และใช้โปรแกรม Live Chat นั้น ช่วยเพิ่มยอดขายให้กระเตื้องขึ้น 20% โดย Live Chat เปรียบเสมือนผู้ช่วยฝ่ายขายที่คอยสแตนด์บายและสามารถให้คำแนะนำแก่ลูกค้าได้ทันที ข้อมูลจาก eMarketer รายงานว่า มีคนซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น 35% หลังใช้บริการ Live Chat

✅ลดต้นทุนในการจ้างทีมซัพพอร์ตลูกค้า

ส่วนใหญ่แล้ว ศูนย์บริการแบบดั้งเดิม ตัวแทนฝ่ายบริการลูกค้าจะจัดการกับเรื่องร้องเรียนทางโทรศัพท์และ E-Mail เพียงครั้งเดียว (เพราะในความเป็นจริง ไม่มีใครรับสาย 2 สายได้ในเวลาเดียวกัน) ส่วนผลการวิจัยของ Telus International พบว่า ตัวแทนบริการลูกค้า สามารถสนทนากับลูกค้าได้พร้อมกันถึง 6 คน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของปัญหา อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการจัดการการแชทกับลูกค้า อาจทำให้คุณมีทีมงานที่เล็กลงเพื่อใช้เวลาตอบคำถามลูกค้าได้มากขึ้น ที่สำคัญ Live Chat ยังถูกกว่าการใช้โทรศัพท์ถึง 50% อีกด้วย

✅สร้างความไว้วางใจระหว่างธุรกิจและผู้บริโภค

ข้อดีของการซื้อของจากร้านค้าปลีก คือคุณสามารถสอบถามข้อมูลสินค้าได้จากผู้ขายโดยตรง แต่ข้อจำกัดของร้านออนไลน์ยุคก่อนนั้นไม่สามารถทำได้ ทำให้บางครั้งผู้บริโภคเกิดความสงสัยในตัวสินค้าและการใช้งาน อย่างไรก็ตาม เมื่อมีโปรแกรม Live Chat ทำให้ร้านค้าออนไลน์หรือเว็บสั่งของจากจีนสามารถสนทนากับลูกค้าได้โดยตรงแม้จะอยู่ไกลกันคนละซีกโลก จึงมอบประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ ช่วยอุดรอยรั่วหรือข้อจำกัดของการซื้อออนไลน์ได้อย่างหมดสิ้น

ความไว้วางใจถือเป็นสิ่งสำคัญในโลกธุรกิจ หากลูกค้าไม่ไว้ใจคุณแล้ว พวกเขาจะไม่ยอมให้ข้อมูลส่วนตัวสำหรับการติดต่อในอนาคตอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ผลการศึกษาของ ATG พบว่า แนวโน้มของผู้บริโภคทั่วโลก 90% บอกว่าปุ่ม Live Chat สร้างความมั่นใจได้มากว่า เพราะพวกเขารู้ว่าหากมีปัญหาสงสัย จะสามารถติดต่อกับฝ่ายให้บริการได้ทันที แต่หากไม่มีปุ่ม Live Chat ร้านค้าอาจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสร้างความไว้ใจให้กับผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์

✅ สร้างความพึงพอใจต่อลูกค้า

Live Chat เป็นตัวช่วยซัพพอร์ตลูกค้าได้อย่างดี และเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ดีเยี่ยม ช่วยมอบประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า อย่างไรก็ตาม การบริการลูกค้าของ eDigital พบว่า Live Chat สร้างระดับความพึงพอใจสูงสุดสำหรับช่องทางการบริการลูกค้าในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับการโต้ตอบทาง E-Mail และทางโทรศัพท์

✅ บันทึกข้อมูลของลูกค้าได้

เพราะไม่ใช่ลูกค้าทุกคนที่เยี่ยมชมเว็บไซต์ร้านค้าแล้วจะตัดสินใจซื้อสินค้าในทันที เมื่อลูกค้า Log Out จากเว็บไซต์ สิ่งที่คุณต้องการคือรอคอยให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการใหม่ในอนาคต ปัจจุบัน โปรแกรม Live Chat ทำให้ร้านค้าสามารถเก็บข้อมูลของลูกค้าได้ และเชิญชวนให้พวกเขากลับมาใช้บริการเว็บไซต์ได้ใหม่ โดยก่อนที่จะเริ่มทำการแชทนั้น ลูกค้าจะต้องแจ้งข้อมูลการติดต่อกับทางผู้ให้บริการก่อน แต่หากมีข้อมูลผู้ติดต่ออยู่ก่อนแล้ว เพียงแค่ขอชื่อลูกค้า ก็จะสามารถทำการสนทนาได้อย่างเป็นส่วนตัว

BkkShipping ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.bkkshipping.com
โทร: 02-114-7887
Line:

ในปัจจุบันการทำธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์เป็นที่นิยมและแพร่หลายมากขึ้นในประเทศไทยอย่างปฏิเสธไม่ได้ ทำให้เกิดร้านค้าและธุรก...
18/09/2026

ในปัจจุบันการทำธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์เป็นที่นิยมและแพร่หลายมากขึ้นในประเทศไทยอย่างปฏิเสธไม่ได้ ทำให้เกิดร้านค้าและธุรกิจออนไลน์ขึ้นมากมายหลายประเภท ความน่าเชื่อถือของร้านค้าออนไลน์จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะส่งผลต่อภาพลักษณ์ร้านค้าและความไว้ใจจากผู้บริโภค
ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ จึงกำหนดให้ผู้ประกอบการธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัด จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไว้ เพื่อกระตุ้นให้การทำธุรกิจออนไลน์ในยุคนี้ มีความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่ร้านค้าเถื่อน รวมทั้งสามารถทำธุรกรรมได้อย่างปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค สำหรับธุรกิจพาณิชย์ที่ต้องทำการจดทะเบียนออนไลน์ในยุคนี้ มีประเภทใดบ้าง…

1. ธุรกิจที่มีการซื้อ-ขาย สินค้าหรือบริการด้วยสื่อออนไลน์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งหมายความรวมไปถึงเว็บไซต์ ร้านค้าใน e-Marketplace ร้านค้าใน Social Media และแอปพลิเคชั่น
2. ธุรกิจที่ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider: ISP)
3. ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Web Hosting)
4. ธุรกิจที่ให้บริการตลาดกลางในการซื้อ-ขายสินค้าหรือบริการ (e-Marketplace)

ทำไมต้องจดทะเบียน?

1. สร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ประกอบการได้ เมื่อจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว ผู้ประกอบการจะได้รับเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถนำไปแสดงไว้บนเว็บไซต์หรือหน้าร้านของตนเอง เมื่อผู้บริโภคเห็นเครื่องหมายแล้วจะเกิดความมั่นใจในการทำธุรกรรมมากขึ้น ซึ่งเลขที่จดทะเบียนนั้นบุคคลทั่วไปสามารถตรวจสอบได้
2. หลังจดทะเบียนผู้ประกอบการ มีสิทธิ์เข้ารับการอบรมตามหลักสูตรที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดขึ้นได้ จึงถือเป็นโอกาสในการพัฒนาความรู้ด้านธุรกิจได้แบบฟรีๆ
3. สร้างเครดิตให้แก่ธุรกิจของตนเอง โดยสามารถใช้ทะเบียนร้านค้าเป็นหลักฐานยื่นประกอบได้ ไม่ว่าจะเป็นการขอเงินกู้ เงินทุนหมุนเวียนหรือขอสินเชื่อต่างๆ
4. ผู้ประกอบสามารถขอรับเครื่องหมายรับรองการจดทะเบียน DBD Registered และเครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือ DBD Verified เพื่อแสดงถึงมาตรฐานคุณภาพของธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม สำหรับขั้นตอนการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นั้น ระบุว่า ให้ร้านค้าหรือธุรกิจออนไลน์ยื่นจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มเปิดร้าน ณ สถานที่จดทะเบียนพาณิชย์ในสำนักเขตต่างๆ และศาลาว่าการกรุงเทพมหานครหรือองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลตามภูมิภาคของตนเอง ซึ่งการจดทะเบียนสำหรับร้านค้าเปิดใหม่ คิดค่าธรรมเนียมเพียง 50 บาทเท่านั้น ที่สำคัญหากไม่ทำการจดทะเบียนพาณิชย์จะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทและปรับวันละไม่เกิน 100 บาท อีกด้วย

นอกจากนี้ผู้ประกอบการจะต้องเกาะติดสถานการณ์และกฎหมายให้ดี เช่น ผู้ที่นำเข้าสินค้าพรีออเดอร์หรือชิปปิ้งจากต่างประเทศเข้ามาขายในประเทศ ผู้ขายต้องชำระภาษีศุลกากรให้ถูกต้อง มิฉะนั้นจะมีความผิดเลี่ยงภาษีและถูกปรับเงินย้อนหลังถึง 5 เท่าของราคาสินค้า เป็นต้น

BkkShipping ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.bkkshipping.com
โทร: 02-114-7887
Line:

สินค้าลิขสิทธิ์คืออะไร ?ลิขสิทธิ์ คือ การคุ้มครองทางกฎหมายที่ให้แก่การผลิตผลงานต้นฉบับ ลิขสิทธิ์คุ้มครองหนังสือ ภาพวาด ร...
11/09/2026

สินค้าลิขสิทธิ์คืออะไร ?

ลิขสิทธิ์ คือ การคุ้มครองทางกฎหมายที่ให้แก่การผลิตผลงานต้นฉบับ ลิขสิทธิ์คุ้มครองหนังสือ ภาพวาด รูปถ่าย ดนตรี วีดีโอ ซอฟต์แวร์ และอื่นๆ ลิขสิทธิ์จะอยู่ติดกับผลงานตั้งแต่ผลงานนั้นอยู่ในรูปที่จับต้องได้ (บนกระดาษ วีดีโอ และอื่น ๆ) และป้องกันคนอื่นเอาไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

สินค้าลิขสิทธิ์ 2 ประเภทหลักๆ คือ

🚫 สินค้าลิขสิทธิ์ทางตรง เช่น
- เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าแบรนด์เนม เช่น Nike, Adidas, Louis Vuitton, Chanel, Calvin Klein, Supreme เป็นต้น
- กล่องดินสอ กระเป๋า รองเท้าลายการ์ตูนลิขสิทธิ์ เช่น Sanrio, Kitty, Marvel, Disney, Line เป็นต้น

🚫 สินค้าลิขสิทธิ์ทางอ้อม เช่น
- สินค้าใดๆที่มีส่วนประกอบเป็นรูป สัญลักษณ์ หรือตัวการ์ตูนที่มีลิขสิทธิ์ เช่น รองเท้าผ้าใบธรรมดา แต่มีการแปะลาย Hello Kitty, Disney, Nike, Adidas เป็นต้น
- สินค้าลอกเลียนแบบสินค้าแบรนด์เนม รองเท้าแตะทรงเหมือน Hermès, กระเป๋าลาย Louis Vuitton เป็นต้น

BkkShipping ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.bkkshipping.com
โทร: 02-114-7887
Line:

การจัดส่งสินค้า ถือเป็นขั้นตอนสำคัญมาก ที่จะสามารถ ‘สร้างความประทับใจหรือทำลายความเชื่อมั่น’ ในการสั่งซื้อออนไลน์ของผู้บ...
04/09/2026

การจัดส่งสินค้า ถือเป็นขั้นตอนสำคัญมาก ที่จะสามารถ ‘สร้างความประทับใจหรือทำลายความเชื่อมั่น’ ในการสั่งซื้อออนไลน์ของผู้บริโภค

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีหลายวิธี ที่ร้านค้าออนไลน์จะหลีกเลี่ยงการสูญเสียลูกค้าจากสาเหตุที่เกิดจากการจัดส่ง เพื่อช่วยรักษาลูกค้าไม่ให้หายไป รวมถึงทำให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ และไว้วางใจในการสั่งซื้อสินค้าครั้งถัดไป

👉 แนะนำ 6 ตัวเลือกในการส่งมอบดังต่อไปนี้ สำหรับร้านค้าปลีกออนไลน์นำไปปรับใช้ในการรักษาลูกค้า

1️⃣ ส่วนเสริมการจัดส่ง

ปัจจุบันมีโซลูชั่นหลากหลาย ที่เป็นตัวช่วยให้กระบวนการจัดส่งดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้สั่งซื้อทุกคนต่างคาดหวังว่าจะได้รับบริการอัตโนมัติ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบาย เช่น การอัปเดต การแจ้งเตือนสถานะ การแจ้งเตือนทางอีเมลและอื่นๆ ตลอดจนมีการเชื่อมต่อกับบุคคลที่สามหรือซิงค์กับผู้ให้บริการภายนอก ที่ให้บริการจัดการส่งคืนสินค้าหรือการสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและทันที

2️⃣ พิจารณาใช้ 3PL

3PL (Third-Party Logistics) ในบางกรณี ผู้ให้บริการโลจิสติกส์หรือบุคคลที่สาม สามารถลดค่าใช้จ่ายในการจัดส่งได้อย่างมากมาย และพวกเขาช่วยปกป้องธุรกิจของคุณจากอุบัติเหตุ หรือข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการส่งมอบให้กับลูกค้า

3️⃣ ปรับปรุงกระบวนการจัดส่ง

การแข่งขันการส่งมอบภายใน 1-2 วันสำหรับธุรกิจ E-Commerce ยุคนี้นั้น กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดแรงกดดันเป็นอย่างมากต่อธุรกิจทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เนื่องจากลูกค้าในยุคนี้ ไม่ต้องการรอสินค้านานเกินไป และพร้อมจะยกเลิกการสั่งซื้อเป็นครั้งที่ 2 ทันทีเมื่อเกิดความผิดพลาดในเรื่องการส่งมอบ

4️⃣ ระบุวันที่ส่งมอบโดยประมาณให้ชัดเจน

หากต้องเลือกระหว่างผู้ขายออนไลน์สองรายที่ขายผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกัน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยในการตัดสินใจสำหรับลูกค้าคือเวลาสำหรับส่งมอบหรือรอบส่งสินค้า จากกรณีศึกษา พบว่าผู้ซื้ออนไลน์มากกว่าครึ่ง ต้องการทราบวันที่หรือรอบจัดส่ง การระบุวันที่จัดส่งโดยประมาณให้ชัดเจน จะช่วยให้ลูกค้าทราบและคาดการณ์ได้ว่าสินค้าจะมาถึงเมื่อใด หากผู้ซื้อไม่ทราบถึงการระบุเวลาที่ชัดเจน อาจทำให้พวกเขาไม่อยู่บ้านในช่วงที่สินค้ามาส่ง และหากเป็นเช่นนั้น คุณจะเสียเปรียบอย่างรุนแรงเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งที่เสนอการประมาณแบบง่ายๆ ได้

5️⃣ การแจ้งสถานะสินค้าให้ลูกค้าทราบกรณีผิดพลาด

ควรติดต่อลูกค้าและแจ้งให้ทราบโดยเร็วที่สุด เมื่อการส่งมอบผิดพลาดหรือเกิดเหตุสุดวิสัย เช่น สินค้าตกหล่น ณ คลังสินค้า เชื่อเถอะว่าไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการทำให้ลูกค้ารอการจัดส่งนอกกรอบเวลาที่กำหนด หรือจัดส่งสินค้าผิดรายการ อย่างไรก็ตาม ลูกค้าส่วนใหญ่มีความเข้าใจและให้อภัยข้อผิดพลาด หากได้รับการแจ้งและเร่งแก้ไข ในกรณีเช่นนี้อาจสามารถหลีกเลี่ยงการ Say no สำหรับการสั่งซื้อในครั้งถัดไป

6️⃣ ให้ตัวเลือกการจัดส่ง

เนื่องจากลูกค้ามักจะมีความต้องการซื้อที่แตกต่างกัน ลูกค้าบางรายอาจเลือกผู้ให้บริการจัดส่งที่ถูกที่สุด ในขณะเดียวกัน บางคนอาจต้องการการส่งมอบที่รวดเร็วกว่า เพราะฉะนั้น ยิ่งร้านค้าของคุณ มีตัวเลือกในการจัดส่งสำหรับลูกค้ามากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะช่วยดึงดูดลูกค้าให้มากขึ้นเท่านั้นด้วย

BkkShipping ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.bkkshipping.com
โทร: 02-114-7887
Line:

B2B ย่อมาจาก Business to Business หรือ การทำธุรกิจระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ หมายความว่า การที่ธุรกิจหนึ่งได้ขายสินค้าให้กับ...
28/08/2026

B2B ย่อมาจาก Business to Business หรือ การทำธุรกิจระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ หมายความว่า การที่ธุรกิจหนึ่งได้ขายสินค้าให้กับอีกธุรกิจหนึ่ง
โดยที่ฝ่ายหนึ่งอยู่ในฐานะลูกค้าและเป็นการซื้อสินค้าจากธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่การบริโภคเอง แต่เป็นการนำสินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้นนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการทำธุรกิจของตัวเอง หรือพูดง่ายๆ คือเป็นลักษณะของธุรกิจต่อยอด
ขณะเดียวกันธุรกิจแบบ B2B ยังคงใช้วิธีการเข้าไปพูดคุย และเป็นการสร้างความสัมพันธ์บนโลกออฟไลน์เป็นหลัก ไม่ได้เป็น ‘Ride the wave’ หรือการใช้ประโยชน์จากโลกออนไลน์หรือเทคโนโลยีออนไลน์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจไปโดยไม่รู้ตัว

แต่ธุรกิจแบบ B2B สามารถขยับขยายโอกาสทางธุรกิจได้ด้วยการทำ Online Marketing ในรูปแบบของ B2B เอง ซึ่งจะช่วยให้ก้าวนำคู่แข่งได้อีกหลายก้าว และต่อไปนี้คือเหตุผลที่ธุรกิจ B2B ควรทำ Online Marketing

✅ สร้างความน่าเชื่อถือ

เชื่อว่าทุกธุรกิจย่อมต้องการความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจแบบ B2B ความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ หากธุรกิจแบบ B2B ใด ที่มีช่องทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ Facebook หรือได้แสดงตัวตนบนโลกออนไลน์ และมีการอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ก็จะยิ่งทำให้ธุรกิจนั้นดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากธุรกิจแบบ B2B มีเว็บไซต์ที่สามารถแสดงผลได้ดี ทั้งบน Desktop, Tablet และ Mobile ย่อมส่งผลดีต่อธุรกิจต่อเนื่องไปในอนาคต เช่น ในการติดต่อสื่อสารบนโลกออฟไลน์ ที่ว่ามีความสำคัญแล้ว มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลติดต่อกันในรูปแบบของนามบัตร และบนนามบัตรนั้น ได้ระบุข้อมูลธุรกิจของคุณ โดยที่ไม่มีเว็บไซต์ หรือในกรณีที่ลูกค้ามาสืบค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทของคุณ ผลลัพธ์ที่ลูกค้าได้กลับมาคือไม่สามารถค้นหาคุณเจอได้บน Google (หรือหากเจอ จะเจอแบบเป็นส่วนหนึ่งของเว็บอื่น เช่น Alibaba หรือ เว็บไซต์ Marketplace บนแพลตฟอร์มอื่นๆ) ย่อมส่งผลให้ลูกค้าเกิดความไม่มั่นใจในธุรกิจของคุณก็เป็นได้ ยิ่งเป็นศตวรรษปัจจุบันแล้ว ก็ยิ่งส่งผลให้ลูกค้ามีมุมมองต่อบริษัทของคุณว่า ไม่มีความทันสมัย ล้าหลัง และไม่มีความน่าเชื่อถือ

✅ ลดขั้นตอนการทำ Presales

ธุรกิจแบบ B2B เกือบจะทุกธุรกิจโดยส่วนใหญ่ต้องมีขั้นตอนที่เรียกว่า Presales หรือขั้นตอนที่ต้องแนะนำให้กับลูกค้า (อาจเป็นลูกค้าที่ยังไม่เคยคุยกันมาก่อน) เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นได้รู้จักกับบริษัทมากยิ่งขึ้น เมื่อได้เริ่มทำการพูดคุย สร้างความสัมพันธ์ และหลายๆ ธุรกิจมี Sale Cycle ค่อนข้างยาว เช่น คุยปีนี้ ซื้ออีกทีใน 2 ปีข้างหน้า เป็นต้น
หากทำได้ดี พวกเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และสื่อต่างๆ ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท จะกลายเป็น Presale ชั้นยอดที่ช่วยทำให้ Leads (คนที่มีโอกาสเป็นลูกค้าในอนาคต) สามารถเข้ามาทำความรู้จัก ทำความเข้าใจ และได้ศึกษาข้อมูลธุรกิจก่อนที่จะได้เจอหน้ากัน

✅ ตัดกำลังคู่แข่ง

บนโลกออนไลน์ เมื่อมีคนได้ ย่อมมีคนเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโลกของการ Search Engine ที่ผู้คนมักค้นหาและสนใจเว็บไซต์ 2-3 อันดับแรก นั่นหมายความว่า หากมีคนสนใจสินค้าอะไรบางอย่างที่บริษัทกำลังจำหน่ายอยู่ และได้เจอสินค้าของคุณเอง แทนที่จะเป็นสินค้าของคู่แข่ง แสดงว่าได้รับโอกาสตามมาถึง 2 เด้งด้วยกัน ประการแรก ได้โอกาสในการขายสินค้าของตัวเอง ประการที่สอง เป็นการปิดโอกาสการขายสินค้าของคู่แข่งของตัวเอง
ยิ่งทำ Online Marketing ได้ดี ก็ยิ่งทำให้สามารถแย่ง Traffic จากคู่แข่งได้เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม อยากให้ทำความเข้าใจก่อนว่าการทำ Online Marketing นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป เพราะการทำธุรกิจแบบ B2B เน้นการใช้งาน หรือการแก้ปัญหา แตกต่างจากธุรกิจแบบ B2C ที่มีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดของการทำธุรกิจ B2B บนโลกออนไลน์คือ การทำ Inbound Marketing (หรือการทำการตลาดที่โฟกัสภายในช่องทางของตนเองเป็นหลักเพื่อให้สอดคล้องหรือตอบสนองกับความต้องการของกลุ่มลูกค้า) ถือเป็นการทำการตลาดออนไลน์ที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจแบบ B2B

ธุรกิจแบบ B2B ขึ้นอยู่กับการสร้างความน่าเชื่อถือ (Trust) และการทำให้ลูกค้าเข้าใจสินค้าหรือบริการ (Education) โดย Inbound Marketing จะเกี่ยวกับ การมอบคุณค่าให้กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายก่อน โดยสื่อสารผ่าน Content ค่อยขายเมื่อกลุ่มลูกค้านั้นๆ มีความพร้อมในการซื้อ (Give ก่อน แล้วค่อย Take) ซึ่งการทำลักษณะนี้ ช่วยทำให้ลูกค้ามีโอกาสได้เรียนรู้สินค้า และมีความเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

สำหรับขั้นตอนการเริ่มต้นนั้น ให้ทำเว็บไซต์ออกมาให้ดีก่อน แล้วค่อยเริ่มเขียนบล็อก เขียนบทความ แชร์ความรู้เรื่องที่คิดว่ากลุ่มเป้าหมายน่าจะมีความสนใจ โดยใช้สื่อ Social Media เข้ามาช่วยเสริมอย่าง Facebook หรือ Instagram เป็นแพลตฟอร์มในการช่วยปล่อยคอนเทนต์ เป็นช่องทางในการติดต่อพูดคุยกับลูกค้า และยังสามารถใช้พื้นที่บนแพลตฟอร์มเหล่านี้แสดงตัวตนถึงวัฒนธรรมของบริษัทหรือธุรกิจ เช่น โพสต์รูปภาพเกี่ยวกับสถานที่ทำงาน การทำงานของพนักงาน เป็นต้น

หากต้องการซื้อโฆษณา การซื้อ Adwords อาจจะน่าสนใจกว่าการซื้อ Facebook Ads มากกว่าหลายเท่า เนื่องจากโฆษณาบน Adwords จะปรากฏให้ผู้คนได้เห็น ก็ต่อเมื่อผู้คนเหล่านั้น มีความสนใจหรือมีความต้องการในสิ่งนั้นๆ ขณะเดียวกัน Facebook Ads เป็นการเสนอโฆษณาแทรกใน Feed ของลูกค้า จึงไม่สามารถทราบได้เลยว่าลูกค้าคนนั้น สนใจโฆษณาจริงหรือไม่

ด้วยเหตุนี้จึงสรุปได้ว่า ธุรกิจแบบ B2B เป็นธุรกิจการซื้อขายเหมือนกับ B2C จุดแตกต่างมีเพียงคู่ธุรกิจเท่านั้น คือเปลี่ยนจากลูกค้าและเจ้าของธุรกิจ เป็นเจ้าของธุรกิจกับเจ้าของธุรกิจ และการอาศัยระบบออนไลน์เข้ามาช่วยเหลือและส่งเสริมนั้น ทั้ง 2 ธุรกิจสามารถนำมาประยุกต์และปรับใช้ควบคู่ได้ทั้งสองรูปแบบธุรกิจ

BkkShipping ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.bkkshipping.com
โทร: 02-114-7887
Line:

พฤติกรรมช็อปปิ้งออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก หลังสถานการณ์ COVID-19 ทำให้อุตสาหกรรมค้าปลีก มองหาการทำการตลาดใหม่ๆ เพื่อดึง...
21/08/2026

พฤติกรรมช็อปปิ้งออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก หลังสถานการณ์ COVID-19 ทำให้อุตสาหกรรมค้าปลีก มองหาการทำการตลาดใหม่ๆ เพื่อดึงดูดใจลูกค้า Gen Z ที่ส่วนใหญ่เสพติดโซเชียลมีเดีย

โซเชียลมีเดีย กลายเป็นเครื่องมือสําคัญในการสื่อสารกับผู้บริโภค ทำให้แบรนด์ต่างๆ สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น และเพิ่มการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค โดยเฉพาะแอปจีนมาแรงอย่าง TikTok ที่ปัจจุบันก้าวขึ้นเป็นสตาร์ทอัพอันดับ 1 ของโลก หลังเปิดตัวครั้งแรกในจีนเมื่อปี 2016

แอป TikTok หรือที่คนจีนเรียกว่า Douyin (เตาอิน) เป็นแอปที่สร้างโดยบริษัท ByteDance จุดเด่นของ TikTok คือผู้ใช้สามารถอัดคลิปวิดีโอสั้นๆ ของตัวเองได้ 15 วินาที แล้วแชร์ให้ผู้ใช้คนอื่นๆ ในแอปเห็น โดยผู้ชมยังสามารถเลื่อนหน้าจอมือถือเพื่อเปลี่ยนไปยังคลิปวิดีโอต่อไปได้อย่างรวดเร็วเพราะเป็นแอปที่ถูกออกแบบมาเพื่อเล่นกับมือถือโดยเฉพาะ

ปัจจุบัน TikTok จึงได้กลายเป็นเครื่องมือทางการตลาด เป็นส่วนหนึ่งที่แสดงถึงภาพลักษณ์ของความทันสมัย รุ่นใหม่ และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค โดยข้อมูลต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความประสบความสำเร็จของการใช้แอป TikTok

✅ TikTok เป็นจุดเชื่อมที่สำคัญของการติดต่อทางโซเชียลมีเดีย

แอป TikTok เป็นเครื่องมือทางโซเชียลมีเดียว ที่สร้างประสบการณ์ที่ดีต่อลูกค้า ช่วยเพิ่มยอดการเข้าชมเว็บไซต์ ยอดขาย และเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น เนื่องจาก TikTok เป็นแอปที่มีลูกเล่น มีการเคลื่อนไหว ทำให้ดึงดูดใจผู้คนได้มากกว่าภาพนิ่ง อย่างไรก็ตาม การนำเสนอแบรนด์หรือขายของผ่านโซเชียลได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเนื่องจากแบรนด์นิยมใช้ Social Pages ของพวกเขาเป็นแพลตฟอร์มในการขายสินค้าและบริการโดยตรงกับผู้บริโภค อาทิ Instagram และ Facebook เป็นตัวอย่างยอดเยี่ยม ที่ผู้บริโภคสามารถเลื่อนหน้าฟีดและสั่งซื้อได้ทันทีโดยไม่ต้องออกจากแอป

✅สามารถกําหนดกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ อย่าง Gen Z

ในช่วงเวลาไม่กี่ปี TikTok กลายเป็นแพลตฟอร์มที่เติบโตอย่างมาก ไม่เพียงแต่ในเอเชียเท่านั้น ในอเมริกาเหนือ อิตาลี ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี ต่างก็ได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน เนื่องจาก TikTok สามารถใช้งานได้ใน 154 ประเทศทั่วโลก และรองรับได้มากกว่า 75 ภาษา อีกทั้งเหล่าเซเลป และ Influencers ซึ่งเป็นผู้นำเทรนด์ ต่างก็หันมาเล่น TikTok กันอย่างแพร่หลาย ทำให้มันกลายเป็นช่องทางที่เข้าถึงผู้คนจำนวนมาก และมีส่วนร่วมกับผู้บริโภครุ่นใหม่ๆ ซึ่งชอบความสนุกสนาน ได้ครีเอทเนื้อหาในแบบของตนเอง โดยเฉพาะ Gen Z ซึ่งคิดเป็น 40% ของผู้ใช้ TikTok ทั้งหมด อายุเฉลี่ยระหว่าง 16-24 ปี

✅ แบรนด์ควรใช้ TikTok หรือไม่ ?

ถึงแม้ว่าแอป TikTok จะมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และได้รับความนิยมอย่างมาก แต่กลุ่มผู้ใช้ส่วนใหญ่ ยังอยู่ช่วงวัยเด็กและวัยรุ่น นั่นหมายความว่า มันอาจไม่ได้เป็นกลยุทธ์ที่พิสูจน์ได้อย่างแน่ชัดสำหรับแบรนด์ต่างๆ ว่าควรลงทุนดีหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้นปัจจุบัน TikTok จับมือพันธมิตรร่วมกับผู้นำธุรกิจด้านบันเทิงมากมายในประเทศไทย อาทิ Line TV, Live Nation, Big Mountain Music Festival ฯลฯ เป็นต้น

BkkShipping ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.bkkshipping.com
โทร: 02-114-7887
Line:

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ความคิดเห็นเชิงลบต่อธุรกิจที่เพิ่งเริ่มสร้างหรือธุรกิจที่ดำเนินการมาแล้วสักพักนั้น จะเป็นแรงผลักด...
14/08/2026

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ความคิดเห็นเชิงลบต่อธุรกิจที่เพิ่งเริ่มสร้างหรือธุรกิจที่ดำเนินการมาแล้วสักพักนั้น จะเป็นแรงผลักดันให้ธุรกิจก้าวไปสู่ความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้น
แม้ชุดความเชื่อที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ มักตัดสินว่าการรีวิวหรือการแสดงความคิดเห็นเชิงลบนั้น ย่อมหมายถึงธุรกิจนั้นไม่ดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาจไม่ใช่เสมอไป!
การมีคนแสดงความคิดเห็นเชิงลบต่อธุรกิจ มักเป็นแนวทางในการเริ่มต้นธุรกิจที่ดีและมีประโยชน์มากกว่าที่คิด อาทิ

🟢 รีวิวเชิงลบ มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ 🟢

ในความเป็นจริงของการทำธุรกิจ เป็นไปไม่ได้ที่คุณจะได้รับความคิดเห็นเชิงบวกตลอดไป ในบางครั้งย่อมมีความคิดเห็นเชิงลบร่วมด้วย ข้อดีคือทำให้เห็นภาพลักษณ์ของธุรกิจตามจริงและทำให้เกิดความเข้าใจธุรกิจมากกว่าการแสดงความคิดเห็นเชิงบวกทั้งหมด
สาเหตุที่คนส่วนใหญ่มักสนใจกับรีวิวเชิงลบ ก็เพราะต้องการทราบว่าทำไมคนอื่นๆ จึงไม่พอใจกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีคนที่รีวิวไปทางลบ ก็ไม่ได้หมายความผลิตภัณฑ์นั้นไม่ดีเสมอไป แต่อาจเป็นเพราะผลิตภัณฑ์นั้นไม่เป็นไปตามที่คาดหวังเอาไว้
จากการศึกษาของ Yotpo แพลตฟอร์ม E-Commerce น้องใหม่จากอิสราเอล พบว่า จาก 1.3 ล้านความคิดเห็น กล่าวว่า คำที่แสดงถึงรีวิวเชิงลบส่วนใหญ่ใช้คำว่า ‘ผิดหวัง’ ซึ่งแม้ว่าจะส่งผลกระทบต่อกำไรของธุรกิจ แต่หากมองอีกมุม มันจะช่วยให้ธุรกิจปรับปรุงและนำเสนอผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้ดีกว่าเดิม อีกทั้งปัญหาอาจเป็นเรื่องง่ายๆ เช่น การปรับขนาดหรือภาพของผลิตภัณฑ์ที่ไม่ชัดเจน ช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับปรุงเพื่อตอบสนองต่อผู้ซื้อได้ดียิ่งขึ้น

🟢 ช่วยเพิ่มโอกาสในการตอบกลับและเกิดการเปลี่ยนแปลง 🟢

โดยทั่วไปแล้ว ความคิดเห็นเชิงลบอาจทำให้ภาพธุรกิจติดลบ และส่งผลต่อความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ เรามี 2 ตัวเลือกในการจัดการความคิดเห็นเชิงลบ คือ
‣ วิธีการตอบสนองกลับ แม้ว่าความคิดเห็นจากลูกค้าอาจไม่มีผลกับธุรกิจโดยตรง แต่การให้คำตอบหรือการตอบกลับที่เหมาะสมสามารถเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงลบให้กลายเป็นบวกได้ จากคะแนน 1 ดาวอาจกลายเป็น 5 ดาว
‣ หัดสร้างอารมณ์ขำขันกับผู้บริโภค อารมณ์ขันเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดและเป็นทางเลือกที่ฉลาดสำหรับธุรกิจ แต่ทั้งนี้ ต้องทำความเข้าใจและเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมว่าควรหรือไม่ควรที่จะใช้เรื่องขำขัน

🟢 รีวิวเชิงลบเปิดโอกาสให้ธุรกิจมีการแก้ไข 🟢

การตอบรับความคิดเห็นเชิงลบของลูกค้าแต่ละครั้งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจอย่างมาก เช่น ในอุตสาหกรรมสายการบิน การศึกษาของ Wayne Huang และคนอื่นๆ เผยให้เห็นสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับสายการบินที่สามารถตอบทวีตได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งความรวดเร็วในการตอบกลับนั้น ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ทำให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้เร็วและยินดีที่จะจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินได้ทันที

🟢 เมื่อมีรีวิวด้านลบ ให้มองหาสิ่งที่เป็นบวก 🟢

เมื่อมีความคิดเห็นเชิงลบเกิดขึ้น ให้มุ่งเน้นไปที่ความคิดเห็นเชิงบวก เพราะโดยธรรมชาติแล้วผู้ซื้อมักจะมีการเปรียบเทียบความคิดเห็นก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าทั้งเชิงบวกและเชิงลบเสมอ โดยเปรียบเทียบเพื่อดูทั้งด้านผลิตภัณฑ์และบริการ ความคิดเห็นเชิงลบบางรายการอาจแสดงทั้งข้อดีและข้อเสียของผลิตภัณฑ์ ซึ่งมักจะเป็นประโยชน์สำหรับลูกค้าที่มองหาความคิดเห็นที่เป็นกลาง

🟢 ความคิดเห็นเชิงลบช่วยให้เกิดการปรับปรุงไปในทางที่ดีขึ้น 🟢

ธุรกิจจำนวนมากรวมถึงผู้ให้บริการชิปปิ้งจีน มักให้ความสนใจกับความคิดเห็นและคะแนนต่อผลิตภัณฑ์หรือบริการ จึงต้องทำความเข้าใจว่าเพราะเหตุใดลูกค้าจึงมีความคิดเห็นเชิงลบ และแทนที่จะหงุดหงิดหรือเกิดความรำคาญใจ เมื่อได้รับฟีดแบ็กเชิงลบ ควรมองว่ามันเป็นการเรียนรู้ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อนำมาปรับปรุงและสร้างผลบวกแก่ธุรกิจของตัวเอง

เพื่อพัฒนาให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคง ควรยอมรับฟังความคิดเห็นและนำมาปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญควรดำเนินธุรกิจให้ถูกต้องโดยเฉพาะธุรกิจออนไลน์ ควรทำการจดทะเบียนพาณิชย์ออนไลน์ตามที่กฎหมายได้ระบุเอาไว้ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าที่ใช้บริการอีกด้วย

BkkShipping ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.bkkshipping.com
โทร: 02-114-7887
Line:

หลายปีที่ผ่านมาพบว่า นักช้อป 90% มักจะอ่านรีวิวออนไลน์ก่อนเยี่ยมชมเว็บไซต์ ขณะที่ 94% บอกว่ารีวิวออนไลน์เชิงลบชักชวนให้พ...
07/08/2026

หลายปีที่ผ่านมาพบว่า นักช้อป 90% มักจะอ่านรีวิวออนไลน์ก่อนเยี่ยมชมเว็บไซต์ ขณะที่ 94% บอกว่ารีวิวออนไลน์เชิงลบชักชวนให้พวกเขาหลีกเลี่ยงการเข้าถึงแบรนด์ นั่นหมายความว่าแบรนด์ที่มีรีวิวดี เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการสร้างแบรนด์ และต่อไปนี้คือ 7 เหตุผลว่า ทำไมความคิดเห็นออนไลน์ของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์จึงมีคุณค่า

1️⃣ Social Proof ผลักดันการซื้อสินค้า

Social Proof แปลตรงตัวคือ การพิสูจน์แล้วโดยหลักฐานทางสังคม เป็นจิตวิทยาทางการตลาดชนิดหนึ่ง ผู้คนมักจะมองหา Social Proof เพื่อสำรวจความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ที่มีต่อสินค้าหรือบริการนั้นๆ และผู้บริโภคก็มีแนวโน้มที่จะซื้อตามคำแนะนำของผู้ที่เคยใช้สินค้านั้นมาก่อน หากสังเกตดูจะพบว่าคนส่วนใหญ่มักมีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันต่อผลิตภัณฑ์ ดังนั้น ปริมาณการรีวิวและคุณภาพการรีวิว จึงสำคัญทั้งสองส่วน โดยนักช็อปมักจะเลือกสินค้าที่ขายดี และสินค้าที่ได้คะแนนรีวิวดี

2️⃣ ทำให้แบรนด์ถูกมองเห็นมากขึ้น

ผู้ซื้อส่วนใหญ่จะมองหาเครื่องมือค้นหาที่เราคุ้นเคย เช่น Google หรือ Facebook ที่มักดึงเอาสินค้าที่มีผู้ใช้รีวิวมาแสดงให้เห็น ยิ่งสินค้าได้รับการรีวิวหรือมีบทวิจารณ์ของผู้ซื้อหลากหลายแหล่ง จะยิ่งเป็นตัวชี้วัดถึงความน่าเชื่อถือและความน่าสนใจของสินค้าตามไปด้วย ยิ่งเมื่อรีวิวถูกเผยแพร่ไปในโซเชียลแล้ว เว็บไซต์ คือที่หมายต่อไปที่คนจะเข้าไปทำความรู้จักกับแบรนด์ที่ถูกพูดถึงเพิ่มเติม

3️⃣ เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์

แบรนด์สามารถสร้างความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือได้จากบทวิจารณ์ที่ดี อีกหนึ่งข้อค้นพบที่น่าสนใจของการวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ คือ ความคิดเห็นทรงพลังสร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ ผู้ซื้อหลายรายจะไม่ไว้ใจธุรกิจที่มีคะแนนต่ำกว่า (หรือสูงกว่า) 4 ดาว นอกจากนี้ การรีวิวในเชิงบวก ย่อมผลักดันให้แบรนด์มียอดขายที่ดีขึ้น

4️⃣ มีบทสนทนาจากลูกค้า เกี่ยวกับแบรนด์โดยตรง

ลูกค้าที่ได้รับประสบการที่ดีและมีความสุขจากการใช้ผลิตภัณฑ์ มักจะแบ่งปันความคิดเห็นเชิงบวกในหลายช่องทาง โดยเฉพาะในเว็บไซต์อื่นๆ เช่น TripAdvisor ทำให้เพิ่มโอกาสให้ลูกค้ารายอื่นๆ สามารถเข้าถึงแบรนด์ได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บ่อยครั้งที่ความคิดเห็นเชิงบวกจะนำไปสู่การพัฒนาปรับปรุงสินค้าและบริการ ซึ่งแบรนด์มักได้รับฟีดแบ็กจากลูกค้าโดยตรงหลังจากที่พวกเขาได้ทดลองใช้สินค้าแล้ว ซึ่งเป็นประสบการณ์จากผู้ใช้งานจริง และวิธีแก้ปัญหาที่ได้รับการพัฒนาอาจทำให้ได้สินค้าที่ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ดีที่สุด

5️⃣ จำเป็นต่อการตัดสินใจซื้อ

แบรนด์ที่ได้รับการปลูกฝังในเชิงรุกคือแบรนด์ที่เพิ่มการมองเห็นออนไลน์ นั่นหมายถึงการส่งเสริมให้ผู้ซื้อพูดคุยเกี่ยวกับแบรนด์ได้หลายวิธี ซึ่งเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมนั่นก็คือ Social Media 2 ใน 3 ของผู้ซื้อมักคิดว่าบทวิจารณ์ออนไลน์เป็นส่วนสำคัญของกระบวนการตัดสินใจ เมื่อต้องการทราบฟีดแบ็กที่ดีที่สุด พวกเขามีแนวโน้มที่จะหันไปใช้เครื่องมือใน Google มากกว่าสอบถามจากคนรอบตัว

6️⃣ มีผลกระทบต่อยอดขายอย่างชัดเจน

บทวิจารณ์ออนไลน์ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 18% โดยเฉลี่ย รวมถึงอัตราการสั่งซื้อและการสั่งซื้อซ้ำ ปัจจุบันมีข้อมูลเพิ่มขึ้น ซึ่งพิสูจน์ว่าการแสดงความคิดเห็นนั้นส่งผลกระทบต่อกำไร แบรนด์ที่ภาพลักษณ์ดี อาจมียอดขายที่ดี แต่การปรับปรุงการจัดอันดับดาวของแบรนด์จะส่งผลเชิงบวกต่อยอดขายมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีการปรับปรุงดาวเพียง 1 ดาวบนหน้าเว็บไซต์ ก็สามารถนำไปสู่ยอดขายที่เพิ่มขึ้น 5- 9%

7️⃣ เพิ่มช่องทางในการดึงดูดความสนใจของลูกค้าใหม่

บทวิจารณ์ของผู้บริโภคมักเป็นจริงและตรงไปตรงมา รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้ผู้เข้าชมคนอื่นๆ แสดงความคิดเห็นของตนเองร่วมด้วย ทำให้เกิดแรงจูงใจสำหรับลูกค้าใหม่ในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้นๆ ยิ่งสินค้าชิ้นไหนมีรีวิวใหม่ๆ เพิ่มเติมสม่ำเสมอ คนก็มักจะให้ความสนใจเพิ่มตามไปด้วย

BkkShipping ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.bkkshipping.com
โทร: 02-114-7887
Line:

การค้าระหว่างประเทศ เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เก่าแก่ที่สุดทั่วโลก และได้รับความนิยมอย่างมากในศตวรรษใหม่ ประกอบกับความก้าว...
31/07/2026

การค้าระหว่างประเทศ เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เก่าแก่ที่สุดทั่วโลก และได้รับความนิยมอย่างมากในศตวรรษใหม่ ประกอบกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุดอยู่กับที่ ทำให้โลกการค้าระหว่างประเทศเติบโตและสามารถทำกำไรได้ง่ายและมากขึ้นกว่าเดิม
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจอยากเริ่มต้นทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออก เรามีข้อควรพิจารณาที่คุณต้องรู้ก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจ ซึ่งเราเชื่อว่าจะช่วยให้คุณมีความเข้าใจที่ถูกต้อง และเดินถูกทาง

1️⃣ มีสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพ

เริ่มต้นด้วยผลิตภัณฑ์หรือบริการที่จะขาย คุณควรทำความเข้าใจถึงความต้องการของประเทศที่จะเป็นคู่ค้า และเพิ่มมาตรฐานของผลิตภัณฑ์นั้นๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม ที่สำคัญ อย่าลืมตรวจสอบแนวทางปฏิบัติและมาตรการใหม่ๆ ในการนำเข้า-ส่งออก เพื่อป้องกันข้อผิดพลาด อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าทุกที่ในโลก จะสามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงได้ ผู้ประกอบการจึงควรพิจารณาแหล่งนำเข้าที่มีคุณภาพ และราคาเป็นธรรม เช่น ในประเทศจีน มีแหล่งนำเข้าสินค้ามากมายให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็น Taobao และ 1688

2️⃣ แหล่งซัพพลายเออร์ของคุณ

เมื่อคุณโชคดีได้พบกับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ จากนั้น คุณต้องหาซัพพลายเออร์ที่สร้างผลิตภัณฑ์ให้กับธุรกิจคุณ และสามารถนำไปสู่การเป็นหุ้นส่วนที่แข็งแกร่งต่อไปในอนาคต อย่าลืมว่าความสัมพันธ์ที่ดีกับซัพพลายเออร์เป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จในระยะยาวสำหรับการดำเนินธุรกิจนำเข้า-ส่งออก

3️⃣ วางแผนการเงิน ติดตามผลกำไรและขาดทุน

ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะอยู่ในรูปแบบใด ควรเตรียมงบการเงิน รายรับ งบดุล และงบกระแสเงินสดทุกเดือน แม้ว่าคุณจะมียอดขายน้อยหรือแทบไม่มีเลย แต่การเก็บบันทึกทางการเงินโดยละเอียด จะช่วยให้คุณคำนวณต้นทุน และค่าใช้จ่ายได้ดีกว่าการไม่ทำ อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2-3 เดือนแรก คุณอาจจำเป็นต้องใช้เงินอยู่และมีค่าใช้จ่าย เนื่องจากธุรกิจในช่วงเริ่มต้นต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการเติบโต

อีกหนึ่งสถานการณ์ที่คุณต้องติดตามการเงินหลังจากที่ธุรกิจของคุณดำเนินมา 2-3 เดือน เมื่อคุณตัดสินใจที่จะขอสินเชื่อจากธนาคารเพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโต ก่อนที่ธนาคารจะตัดสินใจว่าคุณมีเครดิตทางการเงินที่ดีหรือไม่นั้น จำเป็นต้องดูรายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับประวัติทางการเงินของธุรกิจ เช่น ยอดขาย ค่าใช้จ่าย ตลอดจนงบกำไรขาดทุน

4️⃣ กำหนดราคาที่แข่งขันได้ในตลาด

สำหรับธุรกิจนำเข้า - ส่งออก ผู้ประกอบการมือใหม่ต้องทำความเข้าใจหลักการอยู่ 2 ประการคือ ปริมาณของหน่วยที่ขาย และค่าคอมมิชชั่นที่ได้ เพื่อให้แน่ใจว่า คุณได้กำหนดราคาสินค้าที่เหมาะสม และเป็นเรทราคาที่ลูกค้ายินดีจ่าย ไม่ควรสูงมากจนเกินไป แต่ก็ไม่ควรต่ำมากจนคุณแทบไม่มีกำไร ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว อุตสาหกรรมนำเข้า-ส่งออก ผู้ประกอบการควรกำหนดราคาสินค้าเพิ่มขึ้น 10-15% เพิ่มจากที่ซัพพลายเออร์เรียกเก็บ

BkkShipping ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.bkkshipping.com
โทร: 02-114-7887
Line:

ที่อยู่

สถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้า อาคาร8 ถ. ไอซีดี คลองสามประเวศ ลาดกระบัง
Bangkok
10520

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 09:00 - 18:00
อาทิตย์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+6621147887

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ BkkShipping โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์