BkkShipping นำเข้าสินค้าจากจีนครบวงจรจากจีนมาไทย ทั้งทางรถและทางเรือ

การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าเพื่อใช้เองส่วนตัวหรือเป็นการนำเข้าเพื่อจำหน่ายต่อ ผู้นำเข้าต้องชำระค่...
24/04/2026

การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าเพื่อใช้เองส่วนตัวหรือเป็นการนำเข้าเพื่อจำหน่ายต่อ ผู้นำเข้าต้องชำระค่าภาษีอากร และปฏิบัติตามข้อห้าม ข้อกำกัด และระเบียบการนำเข้าที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
อย่างไรก็ตาม มีคำถามมากมายจากผู้นำเข้ามือใหม่ ที่ไม่แน่ใจว่า จริงๆ ในการนำเข้าแต่ละครั้ง มีภาษีอะไรบ้างที่ต้องชำระให้ถูกต้องตามกฎหมาย คำตอบก็คือ มีภาษีทั้งหมด 4 ประเภท ที่ถือเป็นหน้าที่ที่ผู้นำเข้าต้องชำระ ได้แก่

1️⃣ ภาษีอากรขาเข้า

อากร หมายถึง เงินรายได้ของประเทศที่กฎหมายกำหนดให้กรมศุลกากรเป็นหน่วยงานจัดเก็บจากการนำของเข้ามาหรือส่งของออกไป ของที่นำเข้ามาหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร สำหรับอากรขาเข้า จะจัดเก็บก็ต่อเมื่อมีการของเข้ามาในไทยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เช่น
٠ หากเป็นการถือเข้ามาเป็นของติดตัวขณะเดินทางเข้าประเทศ ของนั้นต้องมีมูลค่าเกินกว่า 20,000 บาท
٠ กรณีที่เป็นการนำเข้ากับบริษัทชิปปิ้ง ของนั้นต้องมีมูลค่ารวมค่าขนส่งและค่าประกันภัยเกิน 1,500 บาท ถึงจะเสียค่าภาษีอากรนำเข้า แต่หากต่ำกว่า 1,500 บาท จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องจ่ายภาษีอากรนำเข้า

สำหรับค่าอากรที่ชำระไว้เกินสามารถขอคืนเงินได้ในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่หากชำระอากรไว้ขาด กรมศุลกากรมีสิทธิ์เรียกเก็บอากรที่ขาดได้ตามกำหนดเวลา อย่างไรก็ตาม ผู้นำเข้าควรเก็บเอกสารที่ออกโดยกรมศุลกากรไว้เป็นหลักฐานแสดงการนำเข้าและการชำระภาษีอย่างถูกต้องอย่างน้อย 5 ปี นับแต่วันนำของเข้าหรือส่งของออก หากเลิกกิจการต้องเก็บไว้อีก 2 ปี นับแต่วันเลิกกิจการ หากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจะมีบทลงโทษ ทั้งทางแพ่งและทางอาญา

2️⃣ ภาษีสรรพสามิต

ภาษีสรรพสามิต คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าบางประเภท เช่น สินค้าที่บริโภคแล้วอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพและศีลธรรม สินค้าฟุ่มเฟือย หรือสินค้าที่ได้รับผลประโยชน์เป็นพิเศษจากรัฐ หรือเป็นสินค้าที่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ เครื่องดื่ม, เครื่องไฟฟ้า (เฉพาะเครื่องปรับอากาศและโคมระย้าที่ทำจากแก้วเลดคริสตัลและแก้วคริสตัลอี่นๆ ) , น้ำมัน, รถยนต์, เรือยอชต์และยานพาหนะทางน้ำที่ใช้เพื่อความสำราญ, น้ำหอม, พรมและสิ่งทอปูพื้นอื่น (เฉพาะที่ทำด้วยขนสัตว์), สถานบริการ (สนามแข่งม้า สนามกอล์ฟ), รถจักรยานยนต์, แบตเตอรี่, สุรา, ยาสูบและไพ่ โดยกรมสรรพสามิต เป็นหน่วยงานที่เป็นผู้จัดเก็บภาษีดังกล่าว

3️⃣ ภาษีเพื่อมหาดไทย

ภาษีเพื่อมหาดไทย จะต้องมีการชำระก็ต่อเมื่อต้องเสียภาษีสรรพาสามิต ซึ่งสินค้าที่ต้องชำระภาษีสรรพสามิตและภาษีเพื่อมหาดไทย เช่น น้ำหอม สุรา ยาสูบ ไพ่ แบตเตอรี่ เป็นต้น

4️⃣ ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT

เป็นภาษีที่เรียกเก็บจากมูลค่าส่วนที่เพิ่มขึ้นในแต่ละขั้นตอนของการผลิตสินค้าหรือบริการ และการจำหน่ายสินค้าหรือบริการชนิดต่างๆ ปัจจุบันเรียกเก็บที่ 7% จากเดิม 10% ใช้หลักการจัดเก็บแบบเดียวกันกับอากรขาเข้า คือ จัดเก็บต่อเมื่อได้มีการนำของเข้ามาในราชอาณาจักรเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เช่น
٠ หากเป็นการถือเข้ามาเป็นของติดตัวขณะเดินทางเข้าประเทศ ของนั้นต้องมีมูลค่าเกินกว่า 20,000 บาท
٠ กรณีที่เป็นการนำเข้ากับบริษัทชิปปิ้งหรือส่งผ่านไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ของตั้นต้องมีมูลค่ารวมค่าขนส่งและค่าประกันภัยเกิน 1,500 บาท

อย่างไรก็ตาม การนำเข้าสินค้าจากจีนในปัจจุบันได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าต่ำสุด 0% หากผู้นำเข้ามีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าหรือ Form E ซึ่งสามารถแจ้งกับบริษัทชิปปิ้งให้เป็นผู้ดำเนินการออกให้ได้

การเริ่มต้นทำธุรกิจอาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่จะอย่างไรให้ธุรกิจดำเนินไปต่อได้ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเรียนรู้และหาข้อมูลเพิ่มเติมอยู่ตลอด

Bkkshipping ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.bkkshipping.com
โทร: 02-114-7887
Line:

สินค้าจากจีนได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่กี่ปี และเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่นิยมใช้มากที่สุดในตลาด ปัจจุบัน คุ...
17/04/2026

สินค้าจากจีนได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่กี่ปี และเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่นิยมใช้มากที่สุดในตลาด ปัจจุบัน คุณสามารถหาซื้อได้ทุกที่จากแหล่งจำหน่ายออนไลน์ และหากมองไปรอบๆ ตัว จะพบว่ามีสินค้า 1 ใน 2 อย่างที่ผลิตหรือประกอบในจีน ทำไมสินค้าจีนจึงได้รับความนิยมสูง และเป็นตลาดหลักที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจ ต่อไปนี้ คือ 5 เหตุผลสำคัญ

1. สินค้าจากจีนมีคุณภาพสูง

:: จากความเชื่อที่เคยบอกต่อๆ กันมาว่าผลิตภัณฑ์จากจีนมีคุณภาพไม่ดีนั้น อาจต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เพราะทุกวันนี้ Apple แบรนด์ยอดนิยมของคนทั่วโลกมีโรงงานผลิตในประเทศจีน ด้วยโครงสร้างพื้นฐานการผลิตสินค้าคุณภาพสูง และแรงงานที่มีราคาไม่แพง ทำให้หลายแบรนด์ดังของโลก หันมาลงทุนเปิดโรงงานในจีนและใช้แรงงานผลิตจากชาวจีนแทน

2. มีกำลังผลิตสูง

:: หนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้ผู้คนจำนวนมากเลือกนำเข้าสินค้าจากจีน เนื่องจากโรงงานผลิตของจีนสามารถผลิตสินค้าได้ในปริมาณมาก และยิ่งผลิตมาก ราคาสินค้าก็ยิ่งถูกลง เมื่อต้นทุนต่ำ ก็ยิ่งทำกำไรได้มากเมื่อนำมาจำหน่าย จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมผู้ประกอบการคนไทยจึงเลือกนำเข้าสินค้าจากจีนสูงสุดเป็นอันดับ 1

3. เป็นผู้นำทางด้านดีไซน์

:: รูปลักษณ์การออกแบบผลิตภัณฑ์และแพ็คเกจสินค้า เป็นสิ่งแรกที่จะดึงดูดใจลูกค้า จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมผู้บริโภคส่วนใหญ่จึงตัดสินใจซื้อสินค้าจากการออกแบบ และหากคุณต้องการให้ผลิตภัณฑ์ดูโดดเด่นเหนือคู่แข่ง ก็จำเป็นต้องลงทุนในเรื่องการออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะ นอกจากนี้ อีกเหตุผลหนึ่งที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะนำเข้าผลิตภัณฑ์จากประเทศจีนนั้น ก็เป็นเพราะความเชี่ยวชาญในด้านการออกแบบที่สร้างสรรค์ของชาวจีน รวมไปถึงร้านค้าในเว็บไซต์ 1688 ต่างก็มีดีไซเนอร์ที่สามารถออกแบบสินค้าให้คุณได้ตามที่ต้องการอีกด้วย

4. มีวัสดุให้เลือกใช้ได้หลากหลาย

:: ในจีนมีโรงงานผลิตวัสดุมากมาย และเข้าถึงได้ง่าย อีกทั้งยังมีราคาถูกด้วย จึงเป็นอีกเหตุผลหลักที่ทำให้ราคาต้นทุนการผลิตต่ำ จึงช่วยลดต้นทุนผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ จีนยังมีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย มีการใช้เครื่องจักรอย่างกว้างขวางในการผลิตสินค้า ทำให้สินค้าได้มาตรฐานเดียวกัน และมีคุณภาพดี

5. ค่าแรงถูก

:: เมื่อเปรียบเทียบกับค่าแรงในสหรัฐอเมริกาแล้ว นับว่าแรงงานจีนในโรงงานมีค่าตอบแทนที่น้อยกว่า จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำ และเป็นราคาที่ผู้ประกอบการสามารถเอื้อมถึงได้

อย่างไรก็ตาม การนำเข้าสินค้าจากจีน ถือเป็นธุรกิจที่เฟื่องฟูมากในปัจจุบัน จากเหตุผลดังที่กล่าวมาข้างต้นนี้ นอกจากนี้ การนำเข้าจากจีนยังไม่ใช่เรื่องยาก คุณไม่จำเป็นต้องเดินทางไปประเทศจีนหรือมีความรู้ด้านภาษาจีน ก็สามารถนำเข้าได้ โดยการใช้บริการกับชิปปิ้งมืออาชีพ ที่สำคัญ การนำเข้าจากจีนแบบถูกกฎหมาย ยังช่วยประหยัดภาษีนำเข้าต่ำสุด 0% หากมีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าหรือ Form E สำหรับผู้สนใจและอยากเริ่มต้นนำเข้า สามารถปรึกษาและขอคำแนะนำได้กับบริษัท BkkShipping บริการนำเข้าแบบถูกกฎหมาย ขนส่งทางรถและเรือ พร้อมจัดส่งสินค้าถึงหน้าบ้าน

Bkkshipping ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.bkkshipping.com
โทร: 02-114-7887
Line:

การเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ อาจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะการเริ่มต้นลงมือทำธุรกิจ แต่เชื่อเถอะว่า เมื่อเวลาผ่านไป คุณจะดีใจที่ได้ลง...
10/04/2026

การเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ อาจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะการเริ่มต้นลงมือทำธุรกิจ แต่เชื่อเถอะว่า เมื่อเวลาผ่านไป คุณจะดีใจที่ได้ลงมือทำ
แม้จะไม่ประสบความสำเร็จอย่างใจหวัง แต่ก็ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์และนำมาใช้พัฒนาต่อ
เช่นเดียวกับการทำธุรกิจออนไลน์ในยุคนี้ มีผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวว่าอัตราความล้มเหลวจะเกิดขึ้นภายใน 120 วันแรก หรือคิดเป็น 90% ของมือใหม่ โดยเฉพาะหากขาดการวางแผนด้านกลยุทธ์การตลาด และการวางแผนให้รอบคอบ

ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องมีแผน 1 แผน 2 และแผน 3 เสมอ เพราะไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเกิดสถานการณ์โรคระบาดหรือภัยธรรมชาติอะไรขึ้นบ้าง

อย่างไรก็ตาม คุณอาจเริ่มต้นจากธุรกิจออนไลน์ขนาดเล็ก แล้วค่อยๆ ขยายไปสู่การเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป จะปลอดภัยกว่าการเริ่มต้นทำสิ่งใหญ่ๆ เกินตัว และต่อไปนี้คือ 3 สิ่งที่เป็นเรื่องท้าทายของธุรกิจออนไลน์ ที่คุณต้องเตรียมรับมือให้พร้อม

1️⃣ การดำเนินการจัดส่งและการคืนสินค้า

สิ่งแรกคือการใช้เวลาค้นหาบริษัทผู้ให้บริการขนส่งที่มีความน่าเชื่อ มีบริการตรงต่อเวลาและมีประสบการณ์หรือชั่วโมงบินสูง หากคำสั่งซื้อมีจำนวนไม่มากนัก ก็อาจไม่เป็นปัญหา แต่เมื่อไหร่ก็ตาม ที่มีคำสั่งซื้อมากขึ้น อาจส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงเมื่อคุณเลือกชิปปิ้งที่ไม่เป็นมืออาชีพ ส่งของล่าช้า ไม่อัปเดตสถานะสินค้า จนทำให้ลูกค้าของคุณเริ่มไม่พอใจ เพราะฉะนั้น ควรใช้เวลาในการเลือกชิปปิ้งที่มีความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง อย่าลืมเรียนรู้วิธีจัดการการส่งมอบและการคืนสินค้าในบางกรณี

2️⃣ เว็บไซต์คืออวัยวะสำคัญที่ขาดไม่ได้

ปัจจุบัน การมีร้านค้าออนไลน์เพียงอย่างเดียวนั้น ไม่เพียงพอสำหรับธุรกิจ การสร้างเว็บไซต์เป็นหนึ่งในวิธีที่ต้องทำและสำคัญที่สุด มันเป็นการยืนยันว่าร้านค้าของคุณมีตัวตนอยู่จริง สร้างความน่าเชื่อถือและเป็นทางการมากกว่าช่องทางออนไลน์อื่นๆ จนมีผู้กล่าวไว้ว่า เว็บไซต์เปรียบเสมือนร่างกาย ในขณะที่ Social Media อื่นๆ คืออวัยวะของร่างกาย นอกจากนี้ ควรลงทุนเกี่ยวกับเครื่องมือค้นหาที่เพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจ และช่วยให้ผู้คนเสิร์ชเจอร้านของคุณได้มากขึ้น ซึ่งย่อมส่งผลให้เกิดการรับรู้ของแบรนด์และโอกาสในการขายสินค้าได้มากขึ้นด้วย

3️⃣ การแข่งขันกับบริษัทขนาดใหญ่

การแข่งขันเป็นความท้าทายสำหรับธุรกิจออนไลน์ และบริษัทขนาดใหญ่อาจมีส่วนแบ่งที่สำคัญของตลาด แต่อย่าเพิ่งถอดใจไป ยังมีวิธีที่ชาญฉลาดในการหาช่องทางเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งของตลาด เช่น ทำให้ผลิตภัณฑ์ของคุณมีความแตกต่างจากคู่แข่ง ทั้งด้านคุณภาพและราคา

อย่างไรก็ตาม ก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจ คุณจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลให้ลึก และวางแผนการวิจัยอย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบว่าการใช้วิธีใด จึงจะสร้างภูมิคุ้มกันให้กับธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตให้ได้มากที่สุด

Bkkshipping ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.bkkshipping.com
โทร: 02-114-7887
Line:

สำหรับโมเดลการทำธุรกิจแบบ B2B หรือ Business to Business นั้น เป็นโมเดลการทำธุรกิจ ที่มีการแข่งขันสูงและเพิ่มมากขึ้นเรื่อ...
03/04/2026

สำหรับโมเดลการทำธุรกิจแบบ B2B หรือ Business to Business นั้น เป็นโมเดลการทำธุรกิจ ที่มีการแข่งขันสูงและเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

สิ่งที่ช่วยดึงดูดความสนใจของลูกค้าคือการรักษาราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะลดราคาเช่นนั้นได้ตลอดไป โดยไม่สูญเสียเงิน เว้นเสียแต่ว่าจะลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจได้ในเวลาเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม นี่คือ 5 กลยุทธ์ ที่จะช่วยให้บริษัทที่ดำเนินธุรกิจแบบ B2B สามารถเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนได้อย่างชาญฉลาด

1️⃣ เลือกพื้นที่ที่เหมาะสม

หาซื้อหรือเช่าพื้นที่สำนักงาน ที่ต้องการจริงๆ หรือเป็นการซื้ออาคารขนาดใหญ่เพื่อการเติบโตในอนาคต แต่การเริ่มต้นที่ดีที่สุดและช่วยลดต้นทุนได้ดีที่สุด รวมทั้งประหยัดพื้นที่ เป็นสิ่งที่สามารถเริ่มต้นทำได้
การทำงานสามารถทำได้ทั้งจากที่บ้านและอนุญาตให้พนักงานทำงานที่บ้านได้เช่นกันหากเป็นไปได้ หรือเริ่มต้นการจัดการสินค้าคงคลังด้วยการเป็นพันธมิตรกับธุรกิจจัดเก็บ เพื่อช่วยบริหารจัดการสินค้าคงคลังจำนวนมาก
ดังนั้น เมื่อเลือกพื้นที่สำนักงานจึงต้องคำนึงถึงตัวเลือกทั้งหมดที่เป็นประโยชน์ เช่น อาคารที่มีราคาถูก แต่อาจมีค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษาในระยะยาว หรือการเพิ่มขึ้นของค่าเช่าอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่อาคารที่มีความมั่นคงแข็งแรง สามารถควบคุมราคาและประหยัดเงินจำนวนมากในระยะยาว

2️⃣ ระบบอัตโนมัติและซอฟต์แวร์

แอปพลิเคชันและซอฟต์แวร์ มีให้เลือกมากมายสำหรับธุรกิจ งานหลายอย่างอาจเคยต้องการพนักงานดำเนินงาน แต่เพื่อการดำเนินงานบางอย่างอาจทำให้สำเร็จลุล่วงได้โดยอัตโนมัติ ผ่านระบบอัตโนมัติด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก ไม่ว่าจะเป็นการจัดการบัญชีเงินเดือน การป้อนข้อมูล การคำนวณและการจ่ายภาษี กรณีที่มีสินค้าคงคลังจริงสามารถใช้ซอฟต์แวร์เพื่อติดตามจำนวนและคุณภาพ รวมถึงการแจ้งเตือนถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

3️⃣ Outsourcing

ในขณะที่แอปฯ และซอฟต์แวร์ สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้มากมาย ยังมีบางส่วนของการทำงานประจำวันที่ต้องได้รับการควบคุมจากบุคคล ซึ่งการทำงานจำนวนมากให้ประสบความเร็จลุล่วงอาจต้องให้ Outsource ในการจัดการงาน
Outsourcing คือ การว่าจ้างบุคคลภายนอก ซึ่งไม่ใช่พนักงานประจำของบริษัทเพื่อทำงานที่มีความสำคัญหรืองานที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะ Outsource ช่วยให้คุณเลือกทำงานกับคนที่คุณต้องการได้ ในการจ้างเหมาช่วงใดๆ สามารถบรรลุผลสำเร็จหรือเท่ากับจำนวนเงินที่สามารถประหยัดได้ หากธุรกิจของคุณไม่เชี่ยวชาญเรื่องการนำเข้าสินค้าจากจีน สามารถใช้บริการชิปปิ้งจีนจาก BkkShipping ช่วยการดำเนินงานได้

4️⃣ พันธมิตรทางธุรกิจ

เมื่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเริ่มสูงขึ้น อาจจำเป็นต้องมองหาพันธมิตรทางธุรกิจขนาดเล็กอื่นๆ เพื่อทำงานร่วมกันและช่วยลดต้นทุน หากมีพื้นที่ในสำนักงานว่างให้เช่ากับธุรกิจขนาดเล็กอื่นๆ ยังเป็นโอกาสในการทำเงินและการประหยัดที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

5️⃣ เป็นพันธมิตรกับลูกค้า

การพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง อาจดูเป็นวิธีทำเงินที่ดี และช่วยประหยัดเงินได้ ทั้งช่วยลดความจำเป็นในการใช้จ่ายค่าโฆษณา ตลอดจนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในการจัดการสินค้าคงคลัง เนื่องจากลูกค้าจะทำการสั่งซื้อแบบปกติ โดยมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการมากกว่าการรักษาความหลากหลาย ทำให้เกิดความคุ้มค่าในระยะยาวจากการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า

🟩 สรุป 🟩

٠ ควรเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมกับความต้องการในปัจจุบัน แทนที่จะจ่ายเพิ่มสำหรับพื้นที่ที่ไม่จำเป็น
٠ ซอฟต์แวร์อัตโนมัติ เช่น บัญชีเงินเดือน ช่วยให้ประหยัดมากขึ้นเมื่อเทียบกับการจ้างพนักงานเพื่อทำงานเหล่านี้
٠ จ้างงานกับ Outsource เท่าที่จำเป็น ในส่วนของงานที่ไม่ต้องทำเต็มเวลา
٠ เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อแบ่งปันทรัพยากรและลดค่าใช้จ่าย ตลอดจนรับผลประโยชน์ร่วมกัน
٠ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะกลับมาที่ธุรกิจของคุณ

Bkkshipping ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.bkkshipping.com
โทร: 02-114-7887
Line:

เนื่องจากภาษีศุลกากรและสงครามการค้าเพิ่มสูงขึ้น นำมาซึ่งค่าใช้จ่ายและความซับซ้อนในการทำธุรกิจข้ามพรมแดน โดยเฉพาะอัตราภาษ...
27/03/2026

เนื่องจากภาษีศุลกากรและสงครามการค้าเพิ่มสูงขึ้น นำมาซึ่งค่าใช้จ่ายและความซับซ้อนในการทำธุรกิจข้ามพรมแดน โดยเฉพาะอัตราภาษีอากรขาเข้าที่ผู้นำเข้าสินค้าต้องดำเนินการชำระตามกฎหมาย

ปัจจุบัน มีหลายบริษัทที่ต้องเสียภาษีมากกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ ทำให้ส่งผลกระทบต่อกำไรของธุรกิจ ทั้งที่จริงๆ แล้ว มีหลายวิธีที่สามารถลดอากรขาเข้าได้ ซึ่งไม่เพียงแค่ช่วยประหยัดต้นทุนผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงภาพรวมทั้งหมดอีกด้วย โดยต่อไปนี้คือเคล็ดลับการนำเข้าอย่างชาญฉลาดและถูกวิธี

1. ความแตกต่างระหว่างประเทศ
การเรียกเก็บภาษีสำหรับสินค้าในแต่ละประเทศมีอัตราและข้อบังคับที่แตกต่างกัน สิ่งที่พบได้บ่อยที่สุดคือการออกกฎเพื่อป้องกันการถูเอาเปรียบทางเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ อย่างไรก็ตาม การจัดส่งข้ามพรมแดนจะต้องเสียภาษีนำเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม GST หรือ Goods and Services Tax (ภาษีการขายและการบริการ) สำหรับการนำเข้าจากบางประเทศ อาจคิดภาษีเพิ่มเป็นสองเท่าจากการซื้อสินค้าออนไลน์

2. ความรับผิดชอบต่อห่วงโซ่อุปทาน
มีหลายบริษัทที่ต้องจัดสรรภาษีศุลกากรและคำนวณอัตราภาษี ซึ่งบางบริษัทอาจผลักภาระไปที่ผู้ให้บริการขนส่ง หากคุณโชคดี อาจเจอกับชิปปิ้งที่คำแนะนำและช่วยคำนวณอัตราภาษีได้อย่างถูกต้อง แต่ถ้าโชคร้ายได้เจอกับชิปปิ้งเถื่อน พวกเขาอาจชาร์จค่าขนส่ง และทำให้ต้นทุนสินค้าของคุณเพิ่มโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น การเลือกใช้บริการกับชิปปิ้งที่เป็นมืออาชีพ และมีประสบการณ์สูง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเลือกให้ดี

3. ตรวจสอบข้อมูลเรื่องภาษีอยู่เสมอ
ในทุกๆ ปี อัตราภาษีอาจมีการเปลี่ยนแปลง ผู้นำเข้าจึงควรตรวจสอบข้อมูลอยู่เสมอ ทั้งนี้ อัตราภาษีที่จัดเก็บนั้น มักขึ้นอยู่กับราคาน้ำมัน และค่าเงินที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลต้องมองหาแหล่งรายได้ของภาษีใหม่

4. ศึกษาผลิตภัณฑ์ที่มีการควบคุม
ผลิตภัณฑ์ในหลายประเทศมีการควบคุมหรือเป็นสินค้าต้องกำกัด เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราภาษีนำเข้า บางประเทศอาจคิดค่าภาษีนำเข้าสูงกว่าสินค้าปกติทั่วไป เนื่องจากผลิตภัณฑ์บางอย่างอาจอยู่ภายใต้การควบคุมเพื่อรักษาสถานะของการค้าภายในประเทศ และในบางสถานการณ์ผลิตภัณฑ์ต้องห้ามและต้องกำกัด อาจมีสถานะผิดกฎหมาย

5. เช็คพิกัดภาษีให้ถี่ถ้วน
ผู้นำเข้าต้องทราบว่า หนึ่งในกระบวนการที่ยากที่สุดและใช้เวลานานที่สุดของการคำนวณภาษีที่ถูกต้องคือการตรวจสอบพิกัดภาษีนำเข้าให้ถูกต้อง ปัจจุบันสามารถให้บริษัทชิปปิ้งเป็นผู้ตรวจสอบให้ได้ หรือผู้นำเข้าสามารถเช็คพิกัดภาษีได้จากบนเว็บไซต์ของกรมศุลกากร หรือโทรสอบถามเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อทำการตรวจสอบให้ก็ได้ที่เบอร์ 02-667-7000 ต่อ 205144 อย่างไรก็ตาม หมายเลขของรหัสภาษีตัวแรกจะเป็นตัวเลขที่เป็นสากล และตัวเลขสุดท้ายจะแตกต่างกันไปตามประเทศ หากรหัสผิด หรือใช้รหัสของประเทศอื่น อาจทำให้คุณเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

6. คำนวณภาษีที่ต้องชำระทั้งหมด
โดยปกติแล้ว การนำเข้าสินค้านั้น จะต้องเสียภาษีทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่ ภาษีอากรนำเข้า ภาษีสรรสามิต (สำหรับการนำเข้าสินค้าบางประเภทที่จำเป็นต้องเสียภาษีสูงกว่าปกติ เช่น สินค้าที่บริโภคแล้วเกิดผลเสียต่อสุขภาพ อาทิ สุรา ยาสูบ พรมหรือสิ่งทอที่ทำด้วยขนสัตว์ รถจักรยานยนต์ ฯลฯ) ภาษีมหาดไทย และภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้นำเข้าควรคำนวณค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นต้องจ่าย เช่น ค่าทำประกันภัยขนส่ง การทราบรายจ่ายทั้งหมดของการนำเข้า จะช่วยให้คุณวางแผนและควบคุมค่าใช้จ่ายในครั้งต่อไปได้อย่างรัดกุมมากยิ่งขึ้น

Bkkshipping ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.bkkshipping.com
โทร: 02-114-7887
Line:

เมื่อสินค้ามาถึงประเทศไทย ผู้นำเข้าต้องยื่นใบขนสินค้าและเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าให้กับเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ...
20/03/2026

เมื่อสินค้ามาถึงประเทศไทย ผู้นำเข้าต้องยื่นใบขนสินค้าและเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าให้กับเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ท่าที่นำเข้า
โดยก่อนที่จะนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศต้องทำการลงทะเบียนเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (Paperless) ก่อน และหากไม่ต้องการผ่านพิธีการเอง สามารถมอบอำนาจให้ตัวแทน (Custom Broker) ดำเนินการแทนได้

ในบางกรณีผู้นำเข้ายังต้องขอใบอนุญาตในการนำเข้าสำหรับสินค้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า โดยสินค้าบางรายการต้องได้รับการอนุญาตให้นำเข้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนการนำเข้า ซึ่งเอกสารที่จำเป็นในการยื่นเพื่อดำเนินพิธีการทางศุลกากรนั้น ประกอบไปด้วย

+ ใบขนสินค้าขาเข้า (Import Entry Declaration)
+ ใบตราส่งสินค้า (B/L หรือ Bill of Lading)
+ บัญชีราคาสินค้า (Invoice)
+ บัญชีรายละเอียดบรรจุหีบห่อ (Packing List)
+ ใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตสำหรับสินค้าควบคุมการนำเข้า (License)
+ ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificate Of Origin) กรณีขอลดหรือยกเว้นอัตราอากรขาเข้า
+ เอกสารอื่น ๆ เช่น แค็ตตาล็อก เอกสารแสดงส่วนผสม เป็นต้น

หลังจากลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ผู้นำเข้าต้องมาดำเนินการผ่านพิธีการนำเข้าในระบบ Paperless โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. การบันทึกข้อมูล ให้ผู้นำเข้าหรือตัวแทนบันทึกข้อมูลบัญชีราคาสินค้า (Invoice) ผ่านคอมพิวเตอร์หรือทาง Counter Service โดยโปรแกรมจะจัดทำข้อมูลให้อยู่ในรูปของ ‘ใบขนขาเข้า’ แล้วส่งข้อมูลให้กับทางกรมศุลกากร

2. การตรวจสอบข้อมูล เมื่อกรมศุลกากรได้รับข้อมูลแล้ว จะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น หากข้อมูลที่บันทึกมีข้อผิดพลาด กรมศุลกากรจะแจ้งข้อมูลกลับ เพื่อให้ทางผู้นำเข้าหรือตัวแทนแก้ไขแล้วส่งข้อมูลกลับไปใหม่ เมื่อข้อมูลทุกอย่างถูกต้องเรียบร้อยแล้วกรมศุลกากรจึงจะออก ‘เลขที่ใบขนสินค้าขาเข้า’

3. การตรวจสอบเงื่อนไข กรมศุลกากรจะทำการตรวจสอบเงื่อนไขอย่างละเอียด โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

- Green Line ใบขนสินค้าขาเข้าประเภทที่ไม่ต้องตรวจสอบพิธีการ สามารถนำใบขนสินค้าขาเข้าไปชำระภาษีอากร วางประกันและตรวจปล่อยสินค้าได้เลย
- Red Line ใบขนสินค้าขาเข้าประเภทที่ต้องตรวจสอบพิธีการ ต้องนำใบขนสินค้าไปติดต่อกับหน่วยงานประเมินอากรของท่าที่นำเข้าสินค้านั้น

4. การตรวจปล่อยสินค้า เมื่อชำระภาษีอากรทั้งหมดแล้ว จะมีการตรวจสอบข้อมูลของสินค้าอีกครั้ง ก่อนทำการปล่อยสินค้าออกมา

5. การจัดเก็บข้อมูล ผู้นำเข้าหรือตัวแทนต้องทำการจัดเก็บข้อมูล ‘บัญชีราคาสินค้า’ ในรูปของสื่อคอมพิวเตอร์ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อใช้สำหรับการตรวจสอบใบขนสินค้าหลังการตรวจปล่อย โดยสามารถจัดพิมพ์เป็นรายงานได้เมื่อกรมศุลกากรร้องขอ

อย่างไรก็ตาม แม้ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าผ่านพิธีศุลกากรอาจดูเหมือนไม่ยุ่งยาก แต่หากใช้บริการกับชิปปิ้งหรือบริษัทขนส่งก็จะช่วยประหยัดเวลาและสะดวกกว่ามาก

Bkkshipping ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.bkkshipping.com
โทร: 02-114-7887
Line:

โดยทั่วไปแล้วการนำเข้ามักจะผ่านไปอย่างราบรื่นและไร้ปัญหาหากคุณมีผู้ช่วยในการนำเข้าสินค้า (Freight Forwarder) ที่มีประสบก...
13/03/2026

โดยทั่วไปแล้วการนำเข้ามักจะผ่านไปอย่างราบรื่นและไร้ปัญหาหากคุณมีผู้ช่วยในการนำเข้าสินค้า (Freight Forwarder) ที่มีประสบการณ์สูงและเป็นมืออาชีพ

แต่หากเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเผลอไปใช้บริการกับชิปปิ้งที่ไม่ได้มาตรฐานหรือนำเข้าด้วยตนเองโดยไม่ได้ศึกษาข้อมูลการนำเข้าที่ถูกต้อง พึงควรระวังว่าการสั่งของจากจีนและการนำเข้าจะเข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากรโดยไม่ได้ตั้งใจ

เนื่องจากการดำเนินพิธีการนำเข้าและการส่งออกสินค้า ผู้ประกอบการที่สั่งของจากจีนมีหน้าต้องปฏิบัติตามกฎหมายศุลกากรหรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด แม้ว่าผู้นำเข้าหรือส่งออกจะนำเข้าด้วยตนเอง หรือใช้บริการกับตัวแทนออกของ (Custom Broker) สิ่งสำคัญคือ ต้องมีการตรวจสอบเอกสารด้วยตนเองเพื่อป้องกันความผิดพลาด

อย่างไรก็ตาม หากไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายศุลกากรกำหนด จะถือเป็นความผิดและได้รับโทษตามกฎหมาย ซึ่งลักษณะความผิดที่พบเจอบ่อยๆ นั้น Bkkshipping ขอนำข้อมูลจากกรมศุลกากรมาเผยแพร่ ดังต่อไปนี้

1️⃣ ความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากร หมายถึง การนำสินค้า ที่เป็นการสั่งของจากจีน และยังไม่ได้เสียภาษีอากรหรือของที่ควบคุมการนำเข้าหรือของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาหรือส่งออกไปนอกประเทศไทย โดยของที่ลักลอบหนีศุลกากรอาจเป็นของที่ต้องเสียภาษีหรือไม่ต้องเสียก็ได้ หรืออาจเป็นของต้องห้ามหรือของต้องกำกัดหรือไม่ก็ได้ หากไม่นำมาผ่านพิธีการศุลกากร ก็ถือว่ามีความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากร ทั้งนี้ กฎหมายศุลกากรได้กำหนดโทษผู้กระทำผิดฐานลักลอบหนีศุลกากรสำหรับความผิดครั้งหนึ่งๆ ไว้สูงสุดคือ ให้ริบของที่ลักลอบหนีศุลกากรและปรับเป็นเงิน 4 เท่าของของราคารวมค่าภาษีอากรหรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งปรับและจำ

2️⃣ ความผิดฐานหลีกเลี่ยงภาษีอากร หมายถึง การนำของที่ต้องชำระค่าภาษีอากรเข้ามาหรือส่งออกไปนอกประเทศไทยโดยนำมาผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง แต่ใช้วิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยมีเจตนาเพื่อมิให้ต้องชำระค่าภาษีอาการหรือชำระในจำนวนที่น้อยกว่าที่จะต้องชำระ เช่น สำแดงปริมาณ น้ำหนัก ราคา ชนิดสินค้า หรือพิกัดอัตราศุลการเป็นเท็จ เป็นต้น ดังนั้น ผู้นำเข้าหรือส่งออก ที่มีความผิดฐานหลีกเลี่ยงภาษีอากร จึงมีความผิดฐานสำแดงเท็จอีกฐานหนึ่งด้วย กฎหมายศุลกากรได้กำหนดโทษผู้กระทำผิดฐานหลีกเลี่ยงภาษีอากรไว้สูงสุดคือ ให้ริบของที่หลีกเลี่ยงภาษีอากรและปรับเป็นเงิน 4 เท่าของของราคารวมค่าภาษีอากร หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งปรับและจำ ในกรณีที่มีการนำของซุกซ่อนมากับของที่สำแดงเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีอากรสำหรับของซุกซ่อน โทษสำหรับผู้กระทำผิดคือ ปรับ 4 เท่า ของอากรที่ขาดกับอีก 1 เท่าของภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อมหาดไทยที่ขาด(ถ้ามี) และให้ยกของที่ซุกซ่อนมาให้เป็นของแผ่นดิน

3️⃣ การสำแดงเท็จ หมายถึง การสำแดงใด ๆ เกี่ยวกับการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าไม่ตรงกับหลักฐานเอกสารและข้อเท็จจริงในการนำเข้าและส่งออก การกระทำผิดฐานสำแดงเท็จ มีหลายลักษณะ ดังนี้

· การยื่นใบขนสินค้า คำสำแดงใบรับรอง บันทึกเรื่องราวหรือตราสารอย่างอื่นต่อกรมศุลกากรเป็นความเท็จ
· การไม่ตอบคำถามของเจ้าหน้าที่ศุลกากร ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายด้วยความสัตย์จริง
· การไม่ยอมหรือละเลย ไม่ทำ ไม่รักษาบันทึกเรื่องราวหรือทะเบียน สมุดบัญชี หรือเอกสาร หรือตราสารอื่นๆ ซึ่งกฎหมายศุลกากรกำหนดไว้
· การปลอมแปลงหรือใช้เอกสารบันทึกเรื่องราวหรือตราสารอื่นๆ ที่ปลอมแปลงแล้ว
· การแก้ไขเอกสาร บันทึกเรื่องราว หรือตราสารอื่นๆ ภายหลังที่ทางราชการออกให้แล้ว
· การปลอมดวงตรา ลายมือชื่อ ลายมือชื่อย่อหรือเครื่องหมายอื่นๆ ของพนักงานศุลกากร ซึ่งพนักงานศุลกากร ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

การกระทำตามลักษณะดังกล่าวข้างต้น ให้ถือเป็นความผิด โทษสูงสุดคือปรับเป็นเงินไม่เกิน 50,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน

4️⃣ ความผิดฐานนำของต้องห้ามหรือต้องกำกัดเข้ามาหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร สำหรับโทษของผู้กระทำ ผิดในการนำของต้องห้ามต้องกำกัดเข้าประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ความผิดครั้งหนึ่งๆ กำหนดไว้สูงสุดคือให้ริบของที่หลีกเลี่ยงข้อห้ามข้อกำกัด และปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคารวมค่าภาษีอากร หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งปรับและจำ

5️⃣ ความผิดฐานฝ่าฝืนพิธีการศุลกากร ในการนำเข้าและส่งออกสินค้าแต่ละครั้ง ผู้นำเข้าและส่งออกจะต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบริหารและการควบคุมการจัดเก็บภาษีอากร และการนำเข้า-ส่งออกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย การกระทำผิดฐานฝ่าฝืนพิธีการศุลกากรมีหลายลักษณะ เช่น การขอยื่นปฏิบัติพิธีการศุลกากรแบบใบขนสินค้าขาเข้าตามมาตรา 19 ทวิ ย้อนหลัง การกระทำความผิดฐานฝ่าฝืนระเบียบที่กำหนดไว้ จะถูกปรับ 1,000 บาท

Bkkshipping ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.bkkshipping.com
โทร: 02-114-7887
Line:

Shipping Mark หรือที่เรียกกันว่า เครื่องหมายการจัดส่งสินค้า ประกอบด้วยตัวเลขหรือสัญลักษณ์ที่แสดงมากับบรรจุภัณฑ์หรือหีบห่...
06/03/2026

Shipping Mark หรือที่เรียกกันว่า เครื่องหมายการจัดส่งสินค้า ประกอบด้วยตัวเลขหรือสัญลักษณ์ที่แสดงมากับบรรจุภัณฑ์หรือหีบห่อสินค้าให้แสดงว่าเป็นสินค้าประเภทใด เพื่อที่เจ้าหน้าที่ขนย้ายและจัดเก็บจะได้จัดการได้ง่ายขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่นำเข้าสินค้าจากจีน จำเป็นที่จะต้องติดเครื่องหมายฯดังกล่าว เพราะกฏของการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ได้มีการกำหนดให้สินค้าที่จะทำการขนส่งจะต้องแสดงเครื่องหมาย / เลขหมายไว้ในใบตราส่งสินค้าด้วย

📦 Shipping Mark มีความสำคัญอย่างไร :

เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสินค้าทั่วโลกสามารถรองรับปริมาณสินค้าจำนวนมหาศาลได้เพิ่มขึ้นทุกปี และปัจจุบัน Shipping Mark ถือว่าเป็นเครื่องหมายที่ต้องแสดงบนบรรจุภัณฑ์ตามกฎหมาย/ พระราชบัญญํติศุลกากร ฉบับ พ.ศ. 2560 มาตรา 11 โดยบัญญัติไว้ว่า

“ ผู้นำของเข้า หรือ ผู้ส่งของออก ผู้ใดไม่จัดให้มีเครื่องหมาย เลขหมายกำกับหีบห่อ บรรจุภัณฑ์ หรือภาชนะบรรจุของ หรือไม่แสดงเครื่องหมายหรือเลขหมายไว้ในเอกสารที่เกี่ยวกับของนั้น ผู้นั้นจะต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท”

เพื่อเป็นการป้องกันข้อผิดพลาดในกระบวนการขนส่ง อาทิ อุบัติเหตุ ปัญหาด้านศุลกากร ความเสียหายที่เกิดจากการจัดเก็บที่ไม่เหมาะสม หรือ ความเสียหายจากสภาพอากาศที่ไม่อาจควบคุมได้ ทั้งนี้ แต่ละหน่วยของบรรจุภัณฑ์จึงจำเป็นต้องทำเครื่องหมายการจัดส่งอย่างถูกต้องและครบถ้วน

เพื่อให้กระบวนการขนส่งในทุกขั้นตอนเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย รวมถึงป้องกันความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นระหว่างต้นทางจนถึงปลายทาง ตลอดจนเพื่อความปลอดภัยของสินค้าระหว่างขนส่ง
แต่ละหีบห่อของสินค้า จึงควรมีเครื่องหมายและเลขหมายหีบห่อ หรือ เครื่องหมายการจัดส่งสินค้า (Shipping Mark) อย่างถูกต้องและครบถ้วน รวมทั้งจำเป็นต้องนำไประบุไว้ในเอกสารนำเข้า – ส่งออกทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น :

◽ เอกสารใบแจ้งหนี้/ใบวางบิล (Commercial Invoice),
◽ ใบตราส่งสินค้า B/L (Bill of Lading) และ AWB (Air Way Bill)
◽ Packing List รายการบรรุภัณฑ์ (การบรรจุ นำหนัก จำนวนสินค้า)

📦 ของประเภทใดที่ต้องแสดงเครื่องหมายการจัดส่ง :

◽ ของที่นำเข้า-ส่งออกทั้งหมดสามารถแสดงเครื่องหมายการจัดส่ง (Shipping Mark) ในระดับที่แตกต่างกัน
◽ ของบางอย่างอาจครอบคลุมเครื่องหมายการจัดส่งเกือบทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการจัดส่ง
◽ ในขณะที่ของบางอย่างอาจอ้างอิงถึงเครื่องหมายการจัดส่ง 1 หรือ 2 ประเภทขึ้นไป
◽ รายการบรรจุควรครอบคลุมเครื่องหมายการจัดส่งให้มากที่สุด นอกเหนือจากรายการบรรจุภัณฑ์
◽ ใบตราส่งสินค้า และใบแจ้งหนี้การค้า ควรครอบคลุมเครื่องหมายการจัดส่งที่เกี่ยวข้องด้วย

📦 รายละเอียดที่สำคัญบางประการที่ผู้นำเข้า – ส่งออก ควรพิจารณา :

◽ เครื่องหมายระบุท่าเรือต้นทาง – ปลายทาง รวมทั้งจุดโอนใดๆ ควรระบุไว้ในการจัดส่งอย่างน้อย 3 ด้าน รายละเอียดเหล่านี้ควรเขียนเป็นภาษาที่เหมาะสมสำหรับประเทศต้นทางและประเทศปลายทาง

◽ ขนาด และ น้ำหนักของสินค้าควรรวมน้ำหนักสุทธิ และน้ำหนักรวมของการจัดส่ง พร้อมกับขนาดของบรรจุภัณฑ์

◽ จำนวนกล่อง และ จำนวนกล่องทั้งหมดในการจัดส่ง โดยเฉพาะเมื่อมีการจัดส่งจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าการจัดส่งเสร็จสมบูรณ์

◽ การอ้างอิงผลิตภัณฑ์ อาจเป็นคำอธิบายของผลิตภัณฑ์หรือรหัสผลิตภัณฑ์ ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเพื่อเป็นการป้องกันการโจรกรรม หากมีข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เช่น ขนาด สี หรือวันหมดอายุ สามารถรวมไว้เพื่อช่วยในการประมวลผลสินค้าที่จุดปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รายละเอียดเหล่านี้สามารถพิมพ์เป็นข้อความบนแพ็คเกจ หรืออาจรวมอยู่ในบาร์โค้ดเพื่อเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบ

📦 คำแนะนำสำหรับผู้ส่งออกที่ต้องจัดการกับเครื่องหมายการจัดส่ง (Shipping Mark)

◽ ควรมีคำแนะนำการจัดการเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ในภาชนะด้านนอกด้วย

◽ ใช้เครื่องหมายการขนส่งที่เป็นที่ยอมรับ ในระดับสากลจากมาตรฐาน ISO 780 (เครื่องหมายรูปภาพสำหรับการจัดการสินค้า) สามารถช่วยให้เข้าใจความหมายที่ตรงกัน เนื่องจากสินค้าที่ได้รับการจัดการโดยผู้คนจากหลายเชื้อชาติ

Bkkshipping ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.bkkshipping.com
โทร: 02-114-7887
Line:

Freight Forwarder เหมือนหรือต่างจาก Shipping อย่างไร คุณเคยสงสัยบ้างไหม ?หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องประกอบธุรกิจ และจำเป็นต...
27/02/2026

Freight Forwarder เหมือนหรือต่างจาก Shipping อย่างไร คุณเคยสงสัยบ้างไหม ?

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องประกอบธุรกิจ และจำเป็นต้องมีการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าอยู่เป็นประจำ ควรทำความเข้าใจว่าอะไรที่ครอบคลุมถึงสิ่งที่ Freight Forwarder และ Shipping ทำ

BkkShipping ได้รวบรวมข้อมูลดังต่อไปนี้ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น ก่อนเลือกใช้บริการระหว่าง Freight Forwarder กับ Shipping

👉 นิยามของคำว่า Freight Forwarder 👈

Freight Forwarder หมายถึง ตัวแทน ตัวกลาง หรือบริษัท ทำหน้าที่แทนผู้ส่งออกและผู้นำเข้าสินค้า มีความรับผิดชอบและจัดการเรื่องขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ โดยที่ไม่มีเรือเดินทะเลหรือตู้คอนเทนเนอร์เป็นของตัวเอง แต่เป็นการทำเรื่องเช่ามาเพื่อให้บริการผ่านการเดินเรือ ทางรถ และสายการบิน หน้าที่ของ Freight Forwarder เริ่มตั้งแต่การจองระวางเรือ การบรรจุสินค้า การขนส่ง การดำเนินพิธีการศุลกากรทั้งขาเข้าและขาออก รวมไปถึงการจัดการเอกสารที่จำเป็นต้องยื่นให้กับทางศุลกากร สรุปสั้นคือคือ Freight forwarder เป็นบริษัทที่ให้บริการลูกค้าได้มากกว่าการดำเนินเรื่องผ่านพิธีศุลกากร

👉 บทบาทของ Shipping 👈

Shipping หมายถึง ตัวแทนหรือบริษัท ทำหน้าที่เป็นผู้ส่งออกและผู้นำเข้าระหว่างการเดินเรือและสายการบิน โดยมีเรือเดินทะเลและตู้คอนเทนเนอร์เป็นของตัวเอง อีกทั้งเป็นผู้ประสานงานระหว่างผู้ส่งออกสินค้าหรือผู้นำเข้าสินค้าว่ามีรายละเอียดอะไรบ้างในการนำเข้า-ส่งออก สินค้าที่ต้องการส่งออก-นำเข้า มีจำนวนเท่าไหร่ และดำเนินการไปรับสินค้าจากโกดังของลูกค้าแล้วนำมาเก็บเข้าตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อทำการขนส่งไปยังท่าเรือหรือสายการบิน นอกจากนี้ จะมีการจัดการเอกสารนำเข้า-ส่งออกทั้งหมด ใบขนส่งสินค้าสำหรับให้ด่านศุลกากร เอกสารของบริษัทขนส่งที่ลูกค้าเลือกใช้บริการ

👉 ความแตกต่างระหว่าง Freight Forwarder กับ Shipping ที่ชัดเจน 👈

1️⃣ Freight Forwarder ไม่มีเรือเดินทะเลหรือตู้คอนเทนเนอร์เป็นของตัวเอง ต้องเช่าเพื่อให้บริการเท่านั้น ขณะเดียวกัน Shipping มีเรือเดินทะเลและตู้คอนเทนเนอร์เป็นของตัวเอง
2️⃣ ค่าใช้จ่ายของ Freight Forward มักจะสูงกว่า Shipping เนื่องจากการให้บริการบางอย่าง เป็นการไปเช่าต่อ เช่น คลังเก็บสินค้า และบริการขนส่งที่ลูกค้าเลือกใช้ เช่น ทางรถ ทางเรือ
3️⃣ ลูกค้าของ Freight Forward ส่วนใหญ่เป็นลูกค้ารายเล็กหลายๆ รายรวมกัน เพื่อใช้บริการคอนเทนเนอร์เดียวหรือสำหรับ 1 ตู้

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นบริการของ Freight Forwarder หรือ Shipping ก็นับว่าเป็นตัวช่วยที่ดี สำหรับผู้ประกอบการเป็นอย่างมากเมื่อต้องส่งออก-นำเข้าสินค้า เนื่องจากช่วยลดต้นทุนสำหรับการเช่าหรือซื้อตู้คอนเทนเนอร์เป็นของตัวเอง และยังไม่จำเป็นต้องดำเนินการด้วยตัวเอง ตั้งแต่การขนส่งและการจัดการเรื่องเอกสาร การติดต่อกับศุลกากร ฯลฯ นอกจากนี้ ข้อดีของการให้บริการกับตัวแทนขนส่งสินค้า ยังช่วยผู้ประกอบการประหยัดเวลา ตัดปัญหาน่าปวดหัวในการจัดการเรื่องเอกสารจำนวนมาก สามารถเอาเวลาไปทำงานหรือคิดแผนกลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อนำมาใช้กับบริษัทได้มากกว่า

Bkkshipping ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.bkkshipping.com
โทร: 02-114-7887
Line:

ในการนำเข้าสินค้าจากจีน จำเป็นต้องเลือกใช้ประเภทขนส่งให้เหมาะสม เนื่องจากระยะทางและข้อจำกัดของยานพาหนะมีความแตกต่างกันออ...
20/02/2026

ในการนำเข้าสินค้าจากจีน จำเป็นต้องเลือกใช้ประเภทขนส่งให้เหมาะสม เนื่องจากระยะทางและข้อจำกัดของยานพาหนะมีความแตกต่างกันออกไป
รวมทั้งการขนส่งนั้นเป็นตัวแปรสำคัญ ที่มีผลต่อต้นทุนสินค้า
หากผู้นำเข้ามีการออกแบบและเลือกวิธีการขนส่งที่เหมาะสม จะทำให้ได้สินค้าที่มีต้นทุนต่ำ และกระบวนการนำเข้าสินค้าเป็นไปอย่างราบรื่น โดยมี 6 ปัจจัยที่ผู้นำเข้าต้องพิจารณาก่อนที่จะเลือกประเภทการขนส่ง ได้แก่

1️⃣ ชนิดของสินค้า

สิ่งที่ผู้นำเข้าต้องรู้ก่อนเลือกประเภทขนส่ง ต้องพิจารณาจาก สินค้าที่ต้องการขนส่ง วิธีการบรรจุ ภาษีที่ต้องจ่าย สิทธิพิเศษทางการค้า เอกสาร รวมทั้งการขออนุญาตต่างๆ เพื่อให้ทราบว่าสินค้านั้นๆ เป็นสินค้าธรรมดาหรือมีข้อกำหนด และเงื่อนไขอื่นใดในการนำเข้าหรือไม่

2️⃣ ขนาดของสินค้า

เนื่องจากยานพาหนะในการขนส่งแต่ละประเภทมีข้อจำกัดเรื่องขนาดแตกต่างกันไป หากสินค้ามีขนาดใหญ่มาก จะไม่สามารถบรรจุไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ได้ จึงอาจต้องใช้ Flat Rack Container ที่มีลักษณะเปิดโล่งด้านข้างและด้านบน ซึ่งมีความยืดหยุ่นและรองรับสินค้าขนาดใหญ่ได้ ดังนั้นก่อนที่จะขนส่งสินค้าจึงจำเป็นต้องทราบขนาดของสินค้าก่อน

3️⃣ น้ำหนักของสินค้าและบรรจุภัณฑ์

น้ำหนักสินค้า น้ำหนักรวมของสินค้าหรือ Gross weight เป็นสิ่งที่ผู้นำเข้าใช้คำนวณค่าใช้จ่าย โดยวิธีการคำนวณมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ การคำนวณด้วยน้ำหนัก (กิโลกรัม) และการคำนวณด้วยปริมาตร (ลูกบาศก์เมตร) อีกทั้งน้ำหนักต่อชิ้นของสินค้า มีผลต่อการเคลื่อนย้ายสินค้า หากต้องใช้รถยกจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลต่อต้นทุนสินค้า ดังนั้น หากสามารถลดน้ำหนักของวัสดุหีบห่อหรือน้ำหนักรวมหีบห่อต่อชิ้นลงได้ ก็จะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งได้ด้วย

4️⃣ ต้นทาง และปลายทางของการขนส่ง

ปลายทางการขนส่งของแต่ละจังหวัดหรือแต่ละประเทศมีลักษณะทางภูมิศาสตร์ต่างกัน บางจังหวัดมีสถานีที่เป็นชุมทางการขนส่ง เช่น รถไฟ รถโดยสารหรือระบบโลจิสติกส์แบบต่างๆ ก็จะมีตัวเลือกในการขนส่งที่หลากหลาย บางจังหวัดหรือบางประเทศไม่มีพรมแดนติดทะเล การขนส่งทางเรืออาจจะไม่เหมาะนัก สำรวจดูให้ดีก่อนตกลงซื้อขายกันก่อน

5️⃣ ระยะเวลาในการขนส่ง

ในการขนส่งแต่ละประเภทนั้นใช้เวลาแตกต่างกันออกไป บางประเภทต้องใช้เวลานานในการขนส่ง บางประเภทใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน ซึ่งมีผลต่อค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ผู้นำเข้าจึงต้องเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียและงบประมาณให้รอบคอบเสียก่อน

6️⃣ ต้นทุนในการขนส่งสินค้า

ต้นทุนในการขนส่ง ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดข้อหนึ่งในการทำธุรกิจ และมีผลต่อการเลือกใช้บริการขนส่ง ก่อนเริ่มทำการขนส่งจะต้องพิจารณาเปรียบเทียบว่างบประมาณที่มี สามารถใช้บริการขนส่งแบบใดได้บ้างและคุ้มค่ามากที่สุด

หลังจากพิจารณาเงื่อนไขดังกล่าวแล้ว จึงพอจะรู้แล้วว่า ต้องเลือกขนส่งประเภทใด ซึ่งในปัจจุบันการขนส่งมีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางรถบรรทุก ทางเรือ ทางเครื่องบิน ต่างมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป ผู้นำเข้าจึงต้องเลือกวิธีการขนส่งให้เหมาะสมกับต้นทุนและความต้องการของธุรกิจของตนเอง

Bkkshipping ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.bkkshipping.com
โทร: 02-114-7887
Line:

ที่อยู่

สถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้า อาคาร8 ถ. ไอซีดี คลองสามประเวศ ลาดกระบัง
Bangkok
10520

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 09:00 - 18:00
อาทิตย์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+6621147887

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ BkkShippingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์