29/11/2021
เรียนรู้จากอุบัติเหตุทางการบิน ตอนที่ 19
Air France Flight 447
ห่างหายไปนานเลยครับ วันนี้เราจะมาเรียนรู้อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับสายการบิน Air France เที่ยวบินที่ 447 กันครับ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ปี 2009 เวลา 19.29 น. ตามเวลาท้องถิ่น สายการบิน Air France เที่ยวบินที่ 447 เป็นเครื่องบินแบบ Airbus A330-203 พร้อมลูกเรือ 12 คน และผู้โดยสาร 216 คน เดินทางจากสนามบินต้นทางคือสนามบิน Rio De Janeiro ประเทศบราซิล โดยมีจุดหมายปลายทางที่สนามบิน Charles De Gaulle กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ประสบอุบัติเหตุตกในมหาสมุทรแอตแลนด์ติก มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด อะไรเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ในช่วงเวลา 02:10:05 UTC ขณะทำการบินในช่วงการบินระยะทางไกล (Long Haul) ที่ความสูง 38,000 ฟุต นั้น ปรากฏว่ามีน้ำแข็งเกาะ Pilot tube ทำให้ Airspeed อ่านค่าผิดพลาดส่งผลทำให้ระบบการบินอัตโนมัติปลดล็อค (Autopilot disengage) และเครื่องบินไม่อยู่ในสภาวะเสถียร (Unstabilized) ทำให้เครื่องบินเกิดอาการร่วงหล่น (Stall) ที่ความสูง 35000 ฟุต นักบินผู้ช่วยไม่สามารถแก้ไขได้ กลับดึงคันบังคับเข้าหาตัวอีก ทำให้เครื่องเกิดอาการร่วงหล่น (Stall) มากขึ้นอีก เครื่องค่อยๆร่วงตกทะเล กัปตันซึ่งไปนอนพักผ่อนกลับเข้ามาในห้องนักบินก็สับสน แก้ไขไม่ทัน เครื่องจึงตกทะเล ตอนที่จอแสดงผลค่าความเร็วอากาศ (Airspeed indicator) อ่านค่าผิดพลาด มันอ่านว่า Overspeed นักบินจึงพยายามลด Speed โดยดึงคันบังคับเข้าหาตัวตลอดเวลา แต่ขณะเดียวกันเครื่องก็เกิดอาการร่วงหล่น (Stall) ซึ่งทั้งการเกิดอาการร่วงหล่น (Stall) คือ อาการหัวสูง กับ Overspeed คืออาการหัวต่ำ มันเกิดพร้อมกันไม่ได้ แปลว่าจริงๆแล้วเครื่องลำนี้นั้นความเร็วอากาศขาดความเชื่อถือได้ (Airspeed Unreliable) แต่นักบินไม่เข้าใจและตีความผิดพลาด เห็น Overspeed จึงดันคันบังคับมาหลังสุด เพราะต้องการแก้ไขจนเครื่องเกิดอาการร่วงหล่น (Stall) พอเครื่องเกิดอาการร่วงล่น (Stall) นักบินก็งงว่า เครื่องเกิดอาการร่วงหล่น (Stall) ได้อย่างไร เพราะตอนฝึกกับทาง Airbus เคยสอนว่าเครื่องไม่มีทางเกิดอาการร่วงหล่น (Stall) ได้ เพราะมีระบบ Protection อยู่ แต่ตรงนี้สำคัญ ระบบป้องกันการเกิดอาการร่วงหล่น (Stall Protection) จะทำงานได้ก็ต่อเมื่อเครื่องอยู่ในสภาวะ Normal Law เท่านั้น ซึ่ง Normal Law คือ ขณะนั้นทุกระบบของเครื่องบินทำงานปกติ แต่ตอนนั้น Pilot tube โดนน้ำแข็งเกาะจนไม่สามารถคำนวนค่าความเร็วอากาศ (Airspeed) ที่แท้จริงได้ (จึงเกิด Overspeed) และระบบการบินอัตโนมัติปลดล็อค (Autopilot disengage) อาการนี้ทำให้เครื่องไม่ได้อยู่ใน Mode Normal Law กลายเป็น Alternate Law ซึ่ง Alternate Law หมายความว่า ระบบ Protection Loss ไม่สามารถป้องกันการเกิดอาการร่วงหล่น (Stall) ได้ ตรงนี้ก็สำคัญอีกเช่นกัน เพราะตอนฝึกบิน Airbus จะเน้นแต่ว่า เครื่องมีระบบ Protection แต่ไม่บอกว่ามีแค่ใน Normal Law เท่านั้นเพราะอะไร หลังจากเคสนี้ ก็มีเคสของสายการบินแอร์เอเซียอินโดนีเซีย QZ8501 เครื่องเข้าสู่อาการร่วงหล่น (Stall) นักบินแก้ไขไม่ได้ จนตกทะเล เป็นที่สงสัยว่าทำไมนักบินแก้ไขอาการร่วงหล่น (Stall) ไม่ได้ บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินทั่วโลก (Boeing และ Airbus) วิเคราะห์หาสาเหตุแล้วพบว่า การแก้ไขการร่วงหล่น (Stall) ของเครื่องบินพาณิชย์ไม่เหมือนกับเครื่องบินเล็กที่ใช้ฝึกนักบิน อาการเกือบตรงกันข้ามกันเลย ดังนั้นจึงพัฒนาหลักสูตร Upset Prevention & Recovery Training ขึ้นมา โดยกำหนดให้นักบินทุกคนต้องฝึกอบรมและฝึกทบทวน (Recurrent) ทุก 6 เดือน ซึ่งหลักสูตรนี้ฝึกเพื่อแก้ไขอาการร่วงหล่น (Stall) ของ Air France 447 และ QZ 8501 ที่เกิดขึ้น อีกปัจจัยหนึ่งคือการบินระยะทางไกล (Long Haul) นักบินจะสลับกันนอนพัก กัปตันจะดูแลในช่วงวิ่งขึ้น (Take off) และร่อนลง (Landing) ในช่วงบินระดับ (Cruise) จึงไปนอนพัก มีนักบินผู้ช่วย (FO) 2 คนบินด้วยกัน แต่คนที่มีชั่วโมงบินสูงกว่าไม่ได้ช่วยหรือแก้ไขอะไรเลย นักบินผู้ช่วย (FO) คนที่มีชั่วโมงน้อยกว่าจะเรียกกัปตันเข้ามาแก้ไขปัญหาช้ามาก เมื่อเกิดเหตุแล้วไม่กล้าปลุกกัปตัน (Lack of Assertiveness) กัปตันเพิ่งตื่นยังขาดการตื่นตัว (Lack of alertness) อยู่ กัปตันมาถึงก็ยังงงว่าเครื่องทั้ง Overspeed และเกิดอาการร่วงหล่น (Stall)ได้อย่างไร เพราะอาการนี้มันเกิดขึ้นพร้อมกันไม่ได้ ประกอบกับความกดดันของเวลา (time pressure) การสร้างการตระหนักรู้ในสถานการณ์ (SA) เป็นไปอย่างยากลำบาก เลยตีความไม่เสร็จ ทำให้ตัดสินใจช้า จึงไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ทัน เครื่องก็ถึงทะเลแล้ว
สิ่งที่ต้องเรียนรู้จากการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้
- อุบัติเหตุในครั้งนี้เกิดขึ้นในสถานการณ์ใน
ระดับ Knowledge-based ภายใต้
สถานการณ์ที่ใหม่ ไม่คุ้นเคย ไม่มี
Procedure รองรับและไม่เคยมีการ
ฝึกมาก่อน ความผิดพลาดของนักบินจึงเป็น
แบบ Knowledge-based error
- การบริหารทรัพยากรบุคคลทางการบิน
(Crew Resource Management :
CRM) ที่มีประสิทธิผล เช่น การสื่อสาร การ
ประสานงานและการทำงานร่วมกันเป็นทีมที่
ดีจะเป็นมาตรการป้องกัน (Defences) ที่มี
ประสิทธิผลในการตรวจจับและแก้ไขความ
ผิดพลาด (Error Detection and
Recovery) และแก้ไขสภาวะที่ไม่พึง
ประสงค์ (Undesired State) เพื่อลดอุบัติ
การณ์และอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี
ขอขอบคุณข้อมูลจาก กัปตันป๊อบ วัชระ
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก bbc.com