สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก

สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก สมาคมได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น "สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก" บริการด้านการบรรทุกและขนส่ง

ข่าวประชาสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ดร.สุนทร ผจญ นายกสมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก และอนุกรรมาธิการการคมนาคม...
01/09/2026

ข่าวประชาสัมพันธ์

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ดร.สุนทร ผจญ นายกสมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก และอนุกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ได้เข้าสายสัมภาษณ์ในรายการวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย รายการสด “จับประเด็นเป็นข่าว” ทางสถานีวิทยุ FM92.5 และ FM 95.5 (ออกอากาศพร้อมกัน) เวลา 18.20-18.40 น. ในประเด็น :
ความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 และแนวทางการแก้ไขปัญหาความแออัดในท่าเรือแหลมฉบัง โดยสรุปสาระสำคัญดังนี้
1) ท่าเรือแหลมฉบังปัจจุบัน ท่าเรือเฟส 1 และ เฟส 2 มีศักยภาพรองรับตู้สินค้าได้สูงสุด 11.1 ล้านทีอียู (ตู้สั้น 1 ทีอียู / ตู้ยาว 2 ทีอียู) เปิดให้บริการมาประมาณ 30 ปี ปัจจุบันมีปริมาณสินค้าเข้าออกผ่านท่าเรือแหลมฉบังประมาณ 10.5 ล้านทีอียู ซึ่งถือว่าเติบโตเต็มศักยภาพพื้นที่ ที่รองรับได้
2) โครงการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ได้รับการผลักดันอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แผนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) การท่าเรือแห่งประเทศไทยและการท่าเรือแหลมฉบัง ได้ดำเนินโครงการช่วงปี 2561-2564 และก่อสร้างในระยะที่ 1 ปี 2564 เพื่อรองรับปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้น การท่าเรือได้มีการลงนามในสัญญาร่วมลงทุน (PPP) กับบริษัท จีพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล จำกัด (GPC) เอกชนคู่สัญญาอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ในช่วงนั้นตู้สินค้าผ่านท่าประมาณปีละ 8 ล้านทีอียูโดยเฉลี่ย ท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 มี 2 ท่า คือ ท่า E และ ท่า F ในส่วนของ ท่า F ที่จะเปิดให้บริการก่อน รองรับตู้สินค้าได้ประมาณ 4 ล้านทีอียู ท่า E 3 ล้านทีอียู รวมศักยภาพที่จะเพิ่มขึ้น ในการรองรับตู้สินค้า สำหรับเฟส 3 ประมาณ 7 ล้านทีอียู่ ถ้ารวมท่าเรือ เฟส 1 – 2 - 3 ก็จะรองรับปริมาณสินค้าผ่านท่าเรือได้ประมาณ 18 ล้านทีอียู ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาปริมาณตู้สินค้าเติบโตต่อเนื่องครับ
3) ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 เดิมจะเปิดให้บริการในปี 2571 โดยประมาณ แต่ติดปัญหาด้านการตีความสัญญาการก่อสร้างที่ต่างกัน เรื่องความหนาแน่นพื้นที่ถมทะเล ซึ่งอยู่ในระหว่างการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยความคืบหน้างานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน / งานก่อสร้างทางทะเล (งานถมทะเลทั้งหมด): มีความคืบหน้า มากกว่า 95% (ใกล้เสร็จสมบูรณ์ในส่วนงานแรก) / งานก่อสร้างอาคาร ท่าเทียบเรือ ระบบถนน และระบบสาธารณูปโภค (ส่วนที่ 2): กำลังดำเนินการก่อสร้างอย่างต่อเนื่องตามแผนงาน ล่าช้ากว่า -16 % งานบางส่วนเตรียมเข้าบอร์ดเพื่อพิจารณา / งานระบบรถไฟทางคู่และเครื่องจักรเครื่องมือขนย้าย: อยู่ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การท่าเรือแจ้งว่า จะเปิดให้บริการท่าเรือ F ได้ในปี 2574 คือ อีก 5 ปีข้างหน้า ถ้าท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 ท่า F1 F2 เปิดให้บริการได้ ก็รองรับตู้สินค้าได้ 4 ล้านทีอียู สถานการณ์ปัญหาเรื่องความแออัดจะคลี่คลาย มีพื้นที่ในการขนส่ง มีการจัดเก็บตู้สินค้ามากขึ้น มีเครื่องมือยกขนมากขึ้น เกิดความยืดหยุ่นมากขึ้น

“จากนี้ไป จะทำอย่างไรกับความแออัดของปริมาณรถ ปริมาณตู้ในท่าเรือแหลมฉบัง เป็นความท้าท้ายของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ภาคผู้ประกอบการขนส่ง จะต้องเจอสภาพรถติดในท่าเรือประมาณ 4-6 ชั่วโมง ต่อการรับส่งตู้ 1 เที่ยว อีกนานเท่าไร เป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศ ต้นทุนเพิ่ม ลดโอกาสทางธุรกิจ มีความเสียหายด้านเศรษฐกิจ” นายกสมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออกได้ตั้งประเด็นคำถามถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง

4) ปัญหาความแออัดในท่าเรือแหลมฉบัง รับส่งตู้สินค้าใช้เวลานาน ทุกรัฐบาลผ่าน ทางกระทรวงคมนาคม ทราบปัญหาความแออัดในท่าเรือแหลมฉบัง แต่ยังไม่มีการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม สาเหตุหลัก “ปัญหาเรือดีเลย์ เกิดประจำ ปัญหาการสื่อสารที่สื่อสารไม่ครบกระบวนการที่เกี่ยวข้อง ทุกท่าเรือต้องเตรียมแผนฉุกเฉินไว้รองรับ การจัดการจราจรก็ต้องมีกำลังคน ไม่มีระบบเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมาจัดการจราจร ปัญหาก็จะวนๆซ้ำๆและเกิดอุบัติอีกด้วย”

ดร.สุนทร ผจญ ได้นำเสนอแผนระยะสั้น/เร่งด่วน ว่า “กระทรวงคมนาคม โดย รมว.ท่านพิพัฒน์ การท่าเรือแห่งประเทศไทย ท่าเรือ TLC หรือนายกรัฐมนตรี ท่านต้องแก้ไขปัญหาคอขวดของโลจิสติกส์ประเทศไทย โดยเฉพาะท่าเรือแหลมฉบัง เช่น จัดการพื้นที่ส่วนกลางเป็นลานวางตู้ / เพื่อให้ยกตู้สินค้าลงเก็บ หากรอนานเกิน 2 ชั่วโมง / ทุกคนที่ได้รับผลประโยชน์ ทั้งการท่าเรือแหลมฉบัง ผู้รับสัญญาสัมปทานหรือท่าเรือ TLC ควรรับความเสี่ยงต้นทุนร่วมกัน ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้ประกอบการขนส่งรถบรรทุกสินค้า ต้องรับผิดชอบอยู่แต่เพียงผู้เดียว ควรกำหนด KPI ที่ชัดเจน 2 ชั่วโมง นับจาก Main gate การรับส่งตู้ต้องจบภายใน 2 ชั่วโมง ในส่วนแผนระยะยาว ต้องจัดการเรื่องพื้นที่และเครื่องมือ พร้อมกับจัดการเรื่องระบบเทคโนโลยีและดิจิทัล หรือ ai ควบคู่กัน หน่วยงานรัฐที่เป็นผู้กำกับดูแลต้องใช้นโยบายเฉพาะ งบประมาณ และทำจริงๆ ให้เห็นเป็นรูปธรรม ต้องฝากกระทรวงคมนาคมและการท่าเรือฯ ดำเนินการ “

5) ในประเด็นการลักลอบนำของเสียอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในประเทศผ่านเข้ามาทางท่าเรือแหลมฉบัง ดร.สุนทร ผจญ กล่าวว่า ข่าวในสื่อต่างๆ และการเช็คข้อมูลกับทางสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง สำนักศุลกากรฯ ได้รับแจ้งเบาะแสจาก BAN (Bacel Action Network) หรือเครือข่ายปฏิบัติการบาเซล ที่ทำงานขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม ดังนั้น สำนักศุลกากร ร่วมกับ กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้เปิดตู้สินค้าตรวจ พบว่าเป็น ขยะอิเล็คทรอนิกส์นำเข้าทางเรือผ่านท่าเรือแหลมฉบัง 6 ตู้ สินค้าภายในตู้มีขยะอิเล็คทรอนิค ทางศุลกากรก็จะดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายต่อไป และอีก 4 ตู้ที่ท่าเรือเคอรี่ แต่เป็นตู้ที่มีความถูกต้อง ผู้นำเข้าก็ออกของได้ตามปกติ กรมศุลกากรโดยอธิบดีและผอ.สำนักศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง มีนโยบายปราบปรามการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็คทรอนิกส์ หรือของผิดกฎหมายอยู่แล้ว ส่วนที่ผิดก็ดำเนินคดี ส่วนที่ถูกต้อง ก็ปล่อยสินค้าให้กับผู้นำเข้า อ้างถึงคลิปที่ ท่านผอ.สำนักศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ท่านผอ.ภาณุ ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันจับกุม 26 ส.ค.ที่ผ่านมา ข้อมูล ปี 2568 ศุลการจับกุมขยะอิเล็คทรอนิคไปประมาณ 2 ล้านกิโลกรัม / ปี 69ปีนี้ ช่วงที่ผ่านมา ดำเนินการจับกุมไปแล้ว 3.5 ล้านกิโล นโยบายกรมศุลกากรจะดำเนินการตรวจเข้มต่อไป ท่าน ผอ.สำนักศุลกากรฯ บอก “ไม่อยากให้ประเทศไทยเป็นถังขยะโลก” โดยเฉพาะขยะอันตรายที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อม ชีวิตประชาชน


ติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/share/v/1DaNZqJdmC/?mibextid=wwXIfr

ฝ่ายประชาสัมพันธ์
สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก
1 ก.ย.69

ข่าวประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 นายธนาธร วรพฤกษ์พิสุทธิ์และ คุณสมหมาย ประกอบมิตร อุปนายก คุณคำพันธ์ อ้นนอก ...
01/09/2026

ข่าวประชาสัมพันธ์

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 นายธนาธร วรพฤกษ์พิสุทธิ์และ คุณสมหมาย ประกอบมิตร อุปนายก คุณคำพันธ์ อ้นนอก กรรมการบริหาร สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก ได้เข้าร่วมงานเสวนา “แนวทางการแก้ไขปัญหาส่วยในธุรกิจขนส่ง” จัดโดย สหพันธ์การขนส่งทางบก และสมาคมทางบกแห่งประเทศไทย ณ ห้องประชุมสมาคมขนส่งสินค้าทางบกแห่งประเทสไทย จ.นครสวรรค์ สรุปประเด็นสำคัญของการเสวนาดังนี้
1. ในที่ประชุมมีมติให้ สหพันธ์การขนส่งทางบก รวบรวมรายชื่อ สมาชิกและผู้เกี่ยวข้อง อย่างน้อย 10,000 รายชื่อ เพื่อเสนอร่าง พ.ร.บ. ทางหลวง ร่างของภาคประชาชน เพื่อแก้ไข มาตรา 73/2
ข้อกำหนด: การฝ่าฝืนประกาศของผู้อำนวยการทางหลวง เกี่ยวกับการห้ามใช้ยานพาหนะบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กำหนดบนทางหลวง (ตามมาตรา 61)
อัตราโทษ: จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ให้มีอัตราลงโทษ เป็นปรับตามพินัยตามขั้นบันไดที่บรรทุกน้ำหนักเกิน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการที่ไม่มีเจตนาในการกระทำความผิด เช่น น้ำหนักที่เกิน ไม่เกิน 300 – 500 กิโลกรัม
2. เสนอให้ คณะกรรมาธิการคมนาคม ช่วยผลักดันแก้กฎหมาย ผ่านทาง ร่างที่เคยเสนอผ่าน ปปช. และผ่าน ครม. ควบคู่กับร่างของภาคประชาชนโดย อาจมีการศึกษาและทำให้สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน
3. เสนอให้ กระบวรการภาครัฐ ทั้งกรมทางหลวง ตำรวจทางหลวง และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดทำ Standard Operations Procedure (SOP) หรือ ระเบียบขั้นตอนในกระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่ การตรวจสอบการกระทำความผิด วิธีการจับกุม การทำสำนวนและการสืบพยานต่างๆ รวมถึงการส่งฟ้อง เพื่อความโปร่งใส และเป็นมาตรฐานเดียวกัน
4. เสนอให้ออกกฎหมายเอาผิดผู้ว่าจ้างที่อำนวยการให้รถบรรทุกบรรทุกน้ำหนักเกินกฎหมายกำหนด
5. สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย (ประกอบด้วย 13 สมาคม) รณรงค์ให้ผู้ประกอบการขนส่งมุ่งเน้นการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง เพื่อลดการกระทำความผิด อันเป็นต้นตอนำไปสู่ ”ส่วยในธุรกิจขนส่ง” และไม่บรรทุกน้ำหนักเกินกำหนด

การปรับปรุงกฎหมายและระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนจะช่วยแก้ปัญหาส่วยในธุรกิจแบบครบวงจร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์
สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก
1 ก.ย.69

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก นำโดย อุปนายกธนาธร วรพฤกษ์พิสุทธิ์ คุณกฤช คัมภิรานนท์ อุปนาย...
01/09/2026

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก นำโดย อุปนายกธนาธร วรพฤกษ์พิสุทธิ์ คุณกฤช คัมภิรานนท์ อุปนายกสมาคม คุณบวร ประมวลความดี คุณเปรมปรีติ เหล่าชัยยนต์ และ คุณพัฒน์เทพ จันทรประภานนท์ สมาชิกสมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก เข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟการกุศล TACBA Golf Charity 2026 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จัดโดย สมาคมตัวแทนออกของรับอนุญาตไทย เป็นการรวมพลคนโลจิสติกส์ ทั้งภาคผู้ผลิต ผู้จำหน่ายรถบรรทุก ผู้ประกอบการขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อการกุศลและสร้างสัมพันธ์อันดีในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของประเทศไทย

ฝ่ายประชาสัมพันธ์
สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก
1 ก.ย.69

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก นำโดย ดร.สุนทร ผจญ นายกสมาคม คุณธนาธร วรพฤกพิสุทธิ์ คุณสมหมา...
01/09/2026

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก นำโดย ดร.สุนทร ผจญ นายกสมาคม คุณธนาธร วรพฤกพิสุทธิ์ คุณสมหมาย ประกอบมิตร อุปนายกสมาคม ดร.สโรชินี สุขตระกูล เลขาธิการสมาคม และ คุณธนกฤต บูรณศิริ กรรมการบริหารเข้าร่วมงาน Next Step with Q Mark จัดโดยกรมการขนส่งทางบก ณ โรงแรมรามาการ์เดนส์ ห้องแคตทลียา กรุงเทพ เปิดงานโดยอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ท่านสรพงษ์ ไพฑูรย์ ในงานมีการนำเสนอโครงการพัฒนาการขนส่งสินค้าทางถนนด้วยการยกระดับมาตรฐาน Q-Mark ไปสู่การเป็นตัวบ่งชี้สำคัญในการขนส่งและโลจิสติกส์ของประเทศไทย และในช่วงบ่ายมีการเสวนาเรื่อง “ก้าวต่อไปของมาตรฐานขนส่งไทย” โดย ดร.สุนทร ผจญ นายกสมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก ได้รับเชิญเป็นวิทยากรในการเสวนาครั้งนี้

การเสวนาเรื่อง “ก้าวต่อไปของมาตรฐานขนส่งไทย” ดร.สุนทร ผจญ นายกสมาคม ได้ให้ความเห็นต่อที่ประชุม สรุปสาระสำคัญดังนี้

"แนวโน้มของภาคอุตสาหกรรมการผลิต มีความต้องการผู้ให้บริการที่ได้รับรองมาตรฐานการขนส่งและบริการมากขึ้น มาตรฐานต่างๆ จะเป็นใบเบิกทาง และสร้างศักยภาพการแข่งขันให้กับองค์กร"

1. ความท้าทายด้านต้นทุนพลังงานและอะไหล่รถบรรทุก ความท้าทายและปัจจัยเสี่ยงที่มีนัยสำคัญต่อความยั่งยืนของธุรกิจขนส่งสินค้าทางบกในประเทศไทยอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าทางบกของไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญกับแรงกดดันรอบด้านจากความผันผวนของต้นทุนและการแข่งขันที่รุนแรง ประการแรก ต้นทุนการดำเนินงานหลักปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 30-40% ของต้นทุนทั้งหมด รวมถึงค่าบำรุงรักษา อะไหล่ ยาง ค่าประกันภัย และแนวโน้มการปรับเพิ่มอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น ประการที่สอง สภาวะสงครามราคา (Price War) จากการรุกคืบของกลุ่มทุนโลจิสติกส์ข้ามชาติ โดยเฉพาะทุนขนาดใหญ่จากประเทศจีนที่เข้ามาตั้งฐานและใช้นโยบายตัดราคา ซึ่งผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ไทยเสียเปรียบอย่างรุนแรงเนื่องจากขาดความได้เปรียบเชิงประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ประการที่สาม ข้อจำกัดทางการเงินและปัญหาสภาพคล่อง อันเนื่องมาจากอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูง ประกอบกับการที่สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อแก่ธุรกิจขนส่ง ส่งผลให้ผู้ประกอบการขาดกระแสเงินสดหมุนเวียนในระบบ และประการสุดท้าย ต้นทุนแฝงจากการปฏิบัติตามข้อบังคับทางกฎหมายและสิ่งแวดล้อมใหม่ เช่น การบังคับใช้มาตรฐานยูโร 5 และระบบผู้จัดการความปลอดภัยด้านการขนส่ง (TSM) รวมถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งล้วนเป็นโครงสร้างต้นทุนคงที่ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงมากในสภาวะตลาดปัจจุบัน ผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุกจำเป็นต้องให้ความสำคัญในการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพควบคู่กับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ทุกองค์กรจำเป็นต้องนำระบบเทคโนโลยีต่างๆมาใช้ในการควบคุมการปฏิบัติงานและต้นทุน

2. การเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์: ความคาดหวังของผู้ว่าจ้างกับการปรับตัวของภาคโลจิสติกส์ไทยในยุคดิจิทัลและยั่งยืน บริบทของภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ไทยในปัจจุบันเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด จากเดิมที่มุ่งเน้นเพียงกิจกรรมการขนส่งขั้นพื้นฐาน (Basic Transportation) ไปสู่การเป็นคู่ค้าเชิงกลยุทธ์ที่มีความซับซ้อน โดยพฤติกรรมและความคาดหวังของผู้ว่าจ้างได้ปรับเปลี่ยนไปใน 5 มิติสำคัญ ได้แก่ 1) การยกระดับสู่ความเร็วและการเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Speed & Real-time Visibility): จากในอดีตที่ผู้ว่าจ้างพึงพอใจกับการส่งสินค้าภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนดและติดตามสถานะผ่านทางโทรศัพท์ ปัจจุบันความต้องการได้ถูกยกระดับสู่ระบบตอบสนองฉับพลัน (On-Demand) และการบริหารเวลาแบบทันเวลาพอดี (Just-in-Time) ควบคู่กับการเข้าถึงข้อมูลผ่านระบบ Real-time GPS Tracking ที่สามารถคำนวณเวลาถึงปลายทาง (ETA) ได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านสมาร์ทโฟน 2) การเปลี่ยนจุดเน้นจากราคาต่ำสุดสู่ความคุ้มค่าและการบริหารความเสี่ยง (Cost vs. Risk Management): กรอบแนวคิดในการคัดเลือกผู้ให้บริการแปรเปลี่ยนจากการพิจารณาอัตราค่าบริการต่อเที่ยวที่ต่ำที่สุด (Price per Trip) ไปสู่การวิเคราะห์ต้นทุนโลจิสติกส์รวม (Total Cost of Logistics) โดยผู้ว่าจ้างยินดีจ่ายส่วนต่างเพื่อแลกกับผู้ขนส่งที่มีการประกันภัยสินค้าเต็มวงเงิน มีระบบความปลอดภัย และผ่านการรับรองมาตรฐานสากล (เช่น Q Mark หรือ TSM) เนื่องจากตระหนักว่าความเสียหายของสินค้าส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์แบรนด์อย่างรุนแรงกว่าต้นทุนค่าขนส่ง 3) ความยืดหยุ่นและการตอบสนองต่อความผันผวนอย่างฉับไว (Flexibility & Agility): ปริมาณงานขนส่งที่เคยมีความเสถียรและสามารถวางแผนล่วงหน้ารายเดือนได้ ถูกแทนที่ด้วยความผันผวนของตลาดค้าปลีกยุคใหม่ เช่น ปรากฏการณ์ยอดสั่งซื้อที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันในวันแคมเปญการตลาด ส่งผลให้ผู้ว่าจ้างคาดหวังให้ผู้ให้บริการขนส่งมีความยืดหยุ่นในการเพิ่มหรือลดจำนวนยานพาหนะให้สอดรับกับปริมาณงานที่แกว่งตัวอย่างรุนแรงได้อย่างทันท่วงที 4) การบูรณาการข้อมูลและการเชื่อมต่อระบบดิจิทัล (Digital Integration): ช่องทางการสื่อสารที่เคยพึ่งพาเอกสารกระดาษหรืออีเมล ได้เปลี่ยนผ่านสู่รูปแบบการเชื่อมต่อระบบฐานข้อมูลอัตโนมัติอย่างไร้รอยต่อผ่านระบบ API หรือ EDI ซึ่งช่วยให้สามารถตัดยอดสต็อกสินค้าและดำเนินการวางบิลได้ทันทีเมื่อการส่งมอบเสร็จสิ้น เพิ่มความถูกต้องและลดระยะเวลาการทำงาน 5) การปฏิบัติตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Green Logistics & ESG): ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่เคยถูกละเลยในอดีต กลายมาเป็นเงื่อนไขหลักในการดำเนินธุรกิจปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มทุนข้ามชาติและบริษัทมหาชนขนาดใหญ่ที่มีเป้าหมายมุ่งสู่ Net Zero และปฏิบัติตามหลัก ESG ซึ่งส่งผลให้เกิดการกำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้ให้บริการขนส่ง โดยจะให้คะแนนเป็นกรณีพิเศษแก่ผู้ประกอบการที่มีการนำร่องใช้รถบรรทุกไฟฟ้า (EV) ในห่วงโซ่อุปทานหากคุณต้องการนำเนื้อหานี้ไปพัฒนาต่อในบทความวิชาการ สามารถแจ้งเพิ่มได้นะครับว่าต้องการให้:เปรียบเทียบในรูปแบบตารางสรุป อดีต vs ปัจจุบัน เพื่อเพิ่มความชัดเจนในการนำเสนอเพิ่มเติมบทวิเคราะห์แนวโน้ม หรือผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ไทยในการปรับตัวปรับโครงสร้างภาษา ให้เข้ากับข้อกำหนดเฉพาะของวารสารหรือหน่วยงานที่จะนำไปส่ง

3. ด้านการบริหารจัดการที่ดี vs การลดต้นทุนการขนส่ง การบริหารจัดการที่ดีเป็นเรื่องของประสิทธิภาพ ที่ต้องเพิ่มเติมให้เป็นไปตามความต้องการของลูกค้า ส่วนการลดต้นทุนการขนส่ง เป็นสิ่งที่องค์กรขนส่งพยายามที่จะทำ 1) การซ่อมบำรุง บริษัทขนส่งใหญ่ๆ มีอู่ซ่อมบำรุงเอง เพื่อความประหยัดต้นทุน โดยทั่วๆไป ค่ายรถยนต์ก็จะเสนอโปรโมชั่นพร้อมการขายในส่วนของการซ่อมบำรุง เช่น อีซูซุ Life Circle Solution อีซูซุแคร์ / ฮีโน่รับจบครบคุ้ม มีแพ๊คเกจเหมาซ่อมบำรุง ดูแล การใช้งานให้ 2 แสนกิโลเมตร / ระบบ Q-mark คนขับรถต้องตรวจสอบสภาพรถ ความปลอดภัยต่างๆ ก่อนออกเดินทาง มีเช็คลิสต์ที่ชัดเจน 2) การจัดการเรื่องพนักงานขับรถ หายาก หาดียาก ต้องใช้ระบบการสร้างแรงจูงใจ Incentive การอบอรมอย่างต่อเนื่อง พนักงานขับรถต้องมีความรู้ในด้านเทคโนโลยี การให้โอกาสในการเติบโตในสายงาน หรือการแชร์ผลประโยชน์ระหว่างนายจ้างกับพนักงานขับรถ 3) ด้านเทคโนโลยี รถบรรทุกแต่ละค่าย ก็จะมีเทคโนโลยีเฉพาะของตนเอง ในด้านความปลอดภัย การประหยัดน้ำมัน การตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่ การเเตือนคนขับ หรือคำแนะนำอัตโนมัติสำหรับคนขับ / Isuzu Teletec (อีซูซุ เทเลเทค) / ฮีโน่ คอนเนค 4) การใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการขนส่ง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร เช่น การปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่บรรทุกน้ำหนักเกิน หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ หลักความคุ้มค่า เป็นต้น

4. ด้านการประยุกต์ใช้ข้อกำหนดมาตรฐาน Q Mark และประโยชน์ที่เกิดขึ้น เกณฑ์มาตรฐาน Q Mark 5 ด้านได้แก่ 1) ด้านองค์กร : การบริหารจัดการโครงสร้างองค์กร นโยบายคุณภาพ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 2) ด้านการปฏิบัติการขนส่ง: การวางแผนเส้นทาง การจัดส่ง และการควบคุมการขนส่งให้ปลอดภัย 3) ด้านพนักงาน: การคัดเลือก การอบรมพนักงานขับรถ และการควบคุมชั่วโมงการทำงานไม่ให้เหนื่อยล้าเกินไป 4)ด้านยานพาหนะ: สภาพรถบรรทุก ระบบการบำรุงรักษารถ และอุปกรณ์ความปลอดภัยประจำรถ 5) ด้านลูกค้าและภายนอก: การให้บริการ การจัดการข้อร้องเรียน และการรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นแนวทางปฏิบัติในการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและบริการ เป็นการพัฒนาองค์กรสู่มาตรฐานสากล อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ มีข้อเสนอแนะถึงกรมการขนส่งทางบก ควรให้ Q-mark เป็นภาคบังคับ ผู้ประกอบการขนส่งที่จดทะเบียนใหม่ จะต้องจัดทำมาตรฐาน Q-mark ภายใน 6 เดือนเป็นต้น หรืออาจมีการเทียบกับมาตรฐานอื่นๆ ในด้านสิทธิประโยชน์ ที่ Q-Mark จะต้องมีสิทธิพิเศษให้อย่างเด่นชัด เช่น ผู้ประกอบการที่ได้การรับรอง Q-mark ควรได้รับสิทธิพิเศษ เช่น การตรวจสภาพรถประจำปี ณ สถานตรวจสภาพภายนอกได้ ไม่ต้องมาตรวจที่กรมฯ หรือขนส่ง สิทธิประโยชน์ด้านภาษี: ควรมีมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยให้สามารถนำค่าใช้จ่ายในการทำระบบ Q Mark การอบรมคนขับ, หรือการปรับปรุงอู่ซ่อมบำรุง มาหักภาษีได้ 2 เท่า นอกจานั้น สิทธิพิเศษด้านประกันภัยลด 15% ส่วนลดน้ำมัน - ยาง เป็นต้น จะเป็นแรงดึงดูดให้ผู้ประกอบการเข้ามาสู่กระบวนการมาตรฐาน Q-mark มากยิ่งขึ้น

ฝ่ายประชาสัมพันธ์
สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก
1 ก.ย.69

ข่าวประชาสัมพันธ์สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก นำโดย ดร.สุนทร ผจญ นายกสมาคม คุณธนาธร วรพฤกษ์พิสุทธิ์ คุณสมหมาย ประกอบม...
01/09/2026

ข่าวประชาสัมพันธ์

สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก นำโดย ดร.สุนทร ผจญ นายกสมาคม คุณธนาธร วรพฤกษ์พิสุทธิ์ คุณสมหมาย ประกอบมิตร อุปนายก ดร.สโรชินี สุขตระกูล เลขาธิการ คุณเปรมปีติ เหล่าชัยยนต์ และ คุณชัยวัฒน์ สุทธิ กรรมการบริหารสมาคม เข้าร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนากรมการขนส่งทางบก ครบรอบ 85 ปี ในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมมาตุลี ชั้น 3 อาคารศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีการขนส่งทางถนน (อาคาร 10) เพื่อแสดงความยินดีกับกรมการขนส่งทางบก และ สมาคมฯ ได้มอบเงิน จำนวน 5000 บาท ให้แก่มูลนิธิศรีสวางควัฒน ในพระอุปถัมภ์สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ ในวาระครบรอบ 85 ปี กรมการขนส่งทางบก ในครั้งนี้

ฝ่ายประชาสัมพันธ์
สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก
1 ก.ย.69

วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙ขอพระองค์ทรงพระเจริญ...
12/08/2026

วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก

#วันแม่แห่งชาติ

วันอาสาฬหบูชาวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘นับเป็นวันที่สำคัญในประวัติศาสตร์แห่งพระพุทธศาสนา คือวันที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเทศน...
29/07/2026

วันอาสาฬหบูชา
วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘

นับเป็นวันที่สำคัญในประวัติศาสตร์แห่งพระพุทธศาสนา คือวันที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเทศนาหรือหลักธรรมที่ทรงตรัสรู้เป็นครั้งแรกแก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ณ มฤคทายวัน ตำบลอิสิปตนะ เมืองพาราณสี ในชมพูทวีปสมัยโบราณ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในประเทศอินเดีย ด้วยพระพุทธองค์ทรงเปรียบดังผู้ทรงเป็นธรรมราชา ก็ทรงบันลือธรรมเภรียังล้อแห่งธรรมให้หมุนรุดหน้า เริ่มต้นแผ่ขยายอาณาจักรแห่งธรรม นำความร่มเย็นและความสงบสุขมาให้แก่หมู่ประชา

“ธัมมจักกัปปวัตนสูตร”
เกิดมีสาวกรูปแรกขึ้น
ถือเป็นวันที่มี “พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์”
ครบเป็นองค์พระรัตนตรัย

#อาสาฬหบูชา

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาล...
28/07/2026

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐

๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙

“ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

#วันเฉลิมพระชนมพรรษา
#วันเฉลิมพระชนมพรรษารัชกาลที่10
#28กรกฎาคม

21 ก.ค.2569สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก นำโดย  คุณธนาธร วรพฤกษ์พิสุทธิ์ คุณกฤช คัมภิรานนท์ คุณสมหมาย ประกอบมิตร อุปนา...
21/07/2026

21 ก.ค.2569

สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก นำโดย คุณธนาธร วรพฤกษ์พิสุทธิ์ คุณกฤช คัมภิรานนท์ คุณสมหมาย ประกอบมิตร อุปนายกสมาคม คุณเปรมปีติ เหล่าชัยยนต์ และคุณคำพันธ์ อ้นนอก กรรมการบริหารสมาคม เข้าร่วมกิจกรรม Made to go the extra mile | Drive future, for better (ร่วมทดสอบสมรรถนะรถยนต์) UD Quester ณ UD Trucks Corporation (บางนา กม.21) กิจกรรมดังกล่าวได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการขนส่งอย่างมาก ผู้เข้าร่วมงานได้รับประสบการณ์ขับรถทดสอบสมรรถนะรถยนต์ สมาคมฯ ขอขอบคุณ บริษัท UD Trucks Corporation ไว้ ณ โอกาสนี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อฝ่ายขายรถบรรทุก UD ได้ที่ศูนย์ UD (บางนา กม.12)

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก
21 กค.2569

หลักสูตร “Smart Logistics toward Net Zero : ยกระดับธุรกิจโลจิสติกส์สู่ความยั่งยืน”เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กองส่งเสริ...
21/07/2026

หลักสูตร “Smart Logistics toward Net Zero : ยกระดับธุรกิจโลจิสติกส์สู่ความยั่งยืน”

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดอบรมหลักสูตร “Smart Logistics toward Net Zero : ยกระดับธุรกิจโลจิสติกส์สู่ความยั่งยืน” ณ ห้องสัมมนา Training Room 3 (Green Meeting) อาคาร 30D (ฝั่งใต้)บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด บางซื่อ กรุงเทพมหานคร สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก นำโดย ดร ประยุทธ ฉัตรวัฒนานนท์ และ คุณอธิภัทร อภิชาธนรัชต์ กรรมการบริหารสมาคม เป็นตัวแทนสมาคมฯเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

การอบรมเป็นการถ่ายทอดความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ อย่างยั่งยืน (Sustainable Logistics) การนำระบบ AI มาร่วมวางแผนการขนส่งและบริหารจัดการคลังสินค้า และการเลือกใช้รถไฟฟ้า (EV) ให้เหมาะสมกับธุรกิจ รวมถึงสร้างแนวปฏิบัติในการจัดการขยะภายในองค์กร ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ไทยและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เป็นการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ไทย ซึ่งมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการองค์กรขนส่งและโลจิสติกส์สมัยใหม่เพื่อประสิทธิภาพการจัดการทั้งด้านเวลา ต้นทุน ความเชื่อมั่นในบริการ และการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าผู้ใช้บริการ

สมาคมฯ ขอขอบคุณกรรมการบริหารทั้ง 2 ท่านมา ณ โอกาสนี้

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก
21 กรกฎาคม 2569

ที่อยู่

เลขที่ 14 ถนนไอซีดี แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง
Bangkok
10520

เบอร์โทรศัพท์

+66896884558

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก:

ทางลัด

แชร์