04/11/2024
มาต่างประเทศทีไร ก็อดพูดถึงรถไฟไม่ได้ เพราะเราคือ Railway man มาไต้หวันครั้งนี้ เป็นการมาเป็นครั้งที่ 3 เป็นการประชุม IHRA (International High Speed Rail Association) ครั้งที่ 2 ที่ไทเป ครั้งนี้มาพร้อม ไต้ฝุ่น Kong-Rey หรือ Leon ในภาษาตากาลอก ไม่รู้ว่าจะกลับไปเรียนทันมั้ย วันก่อนแชร์เรื่อง ระบบถนนในไต้หวันไปแล้ว วันนี้ต้องคุยเรื่องรถไฟบ้าง
แวะไปเมือง Shi fen (สิบส่วน) ก่อนเข้าไทเป สื่อเฟิ่นเป็นเมืองโบราณอีกเมืองที่ดังไม่แพ้ Jui fen (เก้าส่วน) ที่มีรถไฟวิ่งผ่าน ผมมารถไฟผ่านทางผ่านพอดี ฟังจากเสียงน่าจะเป็น รถดีเซลรางไม่ใช่ รถไฟฟ้าเหนือหัว ทางรถไฟผ่านเมืองคล้ายๆ ตลาดร่มหุบที่แม่กลอง แต่ที่รู้สึกว่าการท่องเที่ยวไต้หวันหรือทุกที่ทั่วโลก จะเฟื่องฟูเพราะการเขียนรีวิว ถ้าเขียนให้มีหลักวิชาการต้องเรื่องว่า digital marketing เรื่อง customer experience เป็นเรื่องสำคัญ เพราะนักท่องเที่ยวบางคนเช่นผมก็ถูกกระตุ้นจาก ข้อมูลพวกนี้ แต่เมื่อมาเห็นจริงแล้วนั้น ผมก็คิดว่ามันไม่มีอะไรมากที่จะประทับใจที่จะไปเขียนประสบการณ์ได้ แต่มันก็เป็นไปแล้ว
ผมพยายามออกไปวิ่งเพื่อเก็บ Milage เพื่อให้ครบตามแผน แต่ตั้งแต่มาไต้หวันได้รับผลของไต้ฝุ่น กงรี่ ทำให้ฝนตกทุกวันไม่สามารถวิ่งได้ เมื่อเช้าไทเปก็มานอนที่โรงแรม Grand Hilai ซึ่งใหญ่พอที่จะมี fitness center ผมเลยได้วิ่งในลู่วิ่งไฟฟ้า และมองเห็น Depot ของ รถไฟฟ้า จากการสังเกตุและพอจำได้ว่า รถไฟฟ้าของไทเปในช่วงที่ก่อสร้างใหม่ๆนั้น เป็นรถไฟล้อยาง จึงคิดทบทวนและหาข้อมูลจาก Wikipadia ว่าสาย Wenhu (สายสีน้ำตาล) เป็นรถไฟฟ้า ขนาด Medium Capacity ของ ไทเป ในช่วงเริ่มแรงใช้ รถไฟของบริษัท Matra ซึ่งเป็นต้นตระกูลของ VAL ของ Siemens ที่ Siemens AG ไปซื้อบริษัทสัญชาติฝรั่งเศสนี้มา จึงเป็น Fleet ที่ใหญ่มากของ Val ในภูมิภาคนี้ แต่สุดท้าย ในปี 2009 มีการ resignaling จากเดิม เป็น ของ Bombardier Cityflow 650 เดาใจว่า Bombardier Hub ที่เมืองไทยต้องเกี่ยวข้องกับโครงการนี้แน่นอน
โดยย่อของ Wenhu Line เป็นระบบรถไฟฟ้ายกระดับ ที่ใช้รถไฟฟ้าล้อยางที่เชื่อมระหว่างเขต Wenshan กับ เขต Neihu เลยนำชื่อต้นของต้นทางมารวมกับชื่อท้ายของปลายทางมารวมกัน เป็น Wenhu โครงการนี้ผ่านประสบการณ์มากมายทั้งมีเรื่องฟ้องร้องกับ Supplier มีความคิดจะเปลี่ยนระบบจากยกระดับและรถไฟล้อยาง เป็นรถไฟฟ้าใต้ดินและเป็นรถไฟ Heavy Rail แต่สุดท้ายก็สู้กับต้นทุนของการก่อสร้างอุโมงค์ใต้ดินไม่ไหว ถึงกลับมาเป็นระบบรถไฟฟ้ายกระดับเหมือนเฟสที่ 1 และในเฟสที่ 2 มีการเปลี่ยน Supplier จาก Matra มาเป็น Bombardier อีกเพราะมีเรื่องฟ้องร้องกับ Supplier รายแรก ทำให้เฟสที่ 2 Delay ถึง 13 ปี จากเฟสแรกที่เปิดให้บริการ
รถไฟฟ้าล้อยาง ทั้งที่เป็นแบบ สายสีทองและ APM ที่สนามบิน สุวรรณภูมิ รวมถึง Monorail สายสีชมพูและสีเหลือง เป็นระบบ proprietary (เป็นระบบที่ขึ้นกับเจ้าของระบบ) ไม่เป็นระบบที่เปิดเทคโนโลยีแบบเปิดสามารถ Open access แบบ รถไฟฟ้าล้อเหล้ก Heavy Rail การทำงานร่วมกับ Supplier และ mind set ของ Supplier เป็นเรื่องสำคัญของโครงการ
ผมเองก็อยากพัฒนารถไฟฟ้าล้อยางแบบ APM เป็นของไทยเอง ลดการพึ่งพิงกับ Supplier เพราะ ญี่ปุ่นและเกาหลี มีเทคโนโนยีนี้เป็นของตัวเองแล้วทั้งนั้น ส่วนจีน Reverse Engineer ระบบของต่างประเทศสามารถขายได้ในประเทศแล้วแต่ยังไม่สามารถขายในตลาดนอกจีนได้ และคิดว่าสามารถทำได้เเน่ถ้าได้รวมทีมกับนักวิจัยและผู้ใช้ในประเทศ ไปขอทุนรัฐบาลในการพัฒนาครั้งนี้ เพื่อนๆท่านไหนสนใจรวมทีมกับผม DM ได้เลย